หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2569

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2569


>> พบร่างนักประดาน้ำกู้ซากเรือ จมน้ำกลางทะเลปากอ่าวแหลมฉบัง เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวน

09.00 น. พ.ต.ท.ทศพล สุขเปี้ย สารวัตร สอบสวน สภ.แหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า พบผู้เสียชีวิตลอยน้ำอยู่กลางทะเลบริเวณหน้าปากอ่าวแหลมฉบัง หมู่ 3 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ห่างจากท่าเทียบเรือสะพานปลาบ้านแหลมประมาณ 3 กิโลเมตร จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบลูกเรือใช้เชือกมัดผู้เสียชีวิตไว้บริเวณท้ายเรือเนื่องจากมีกระแสน้ำสูงและเคลื่อนที่เร็ว เกรงร่างผู้เสียชีวิตลอยไปตามกระแสน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจาก โดยใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นจากน้ำได้ โดยทราบต่อมา ว่าผู้เสียชีวิต คือ ชายไทย อายุ 52ปี ซึ่งเป็นพนักงานชุดประดาน้ำของบริษัทแห่งหนึ่งโดยสภาพผู้เสียเวลาใส่เสื้อแขนยาวสีดำกางเกงสีดำขายาวและยังมีสน็อกเกอร์พร้อมกับสายลมและบริเวณเอวยังมีเข็มขัดถ่วงน้ำหนักเพื่อใช้ดำน้ำ คาดว่าผู้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

สอบถาม เพื่อนผู้ร่วมงานเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวนั้นเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้ทำงานดำน้ำกู้ซากเรือที่จมอยู่บริเวณกลางทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งในวันเกิดเหตุ เป็นวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้มีคลื่นลมแรงทำให้น้ำพัดร่างผู้เสียชีวิตสูญหาย ไปก่อนหน้านี้พยายามค้นหาแต่ก็ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตจนกระทั่งช่วงเช้าของวันนี้พบร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่บริเวณกลางทะเล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ เพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป


>> พบร่าง ชายนิรนาม อายุประมาณ 40 - 50 เสียชีวิตอยู่ในแม่น้ำน่าน

09.04 น. ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิเพชรเกษม เข้าตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งพบสิ่งต้องสงสัยลอยมากับกระแสน้ำ ภายในแม่น้ำน่าน บริเวณพื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการนำร่างขึ้นจากน้ำ ก่อนยืนยันพบ ร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย อายุประมาณ 40–50 ปี และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการนำร่างส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุและประสานทางญาติต่อไป


>> รวบหนุ่มบัญชีม้า ร่วมมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยและตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต หลอกเหยื่อโอนเงินตรวจสอบ

10.48 น. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม สั่งการให้ฝ่ายปราบปราม ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดบัญชีม้า โดยจับกุมได้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพ 
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2567 ผู้เสียหายได้รับสายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างจากภูเก็ตไปแพร่ ภายในมีพาสปอร์ตชาวเมียนมา 12 เล่ม พร้อมบัตร ATM และสมุดบัญชี โดยอ้างว่ามีชื่อผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและการค้ามนุษย์

จากนั้นคนร้ายให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ อ้างเป็น “สภ.เมืองภูเก็ต” ส่งรูปภาพผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินทุกบัญชีมาตรวจสอบ รวมเป็นเงิน 35,984.65 บาท โดยสัญญาว่าจะโอนคืนภายใน 15 นาที แต่สุดท้ายหลบหนีและติดต่อไม่ได้

จากการสอบสวน ให้การว่า ตนเองหางานผ่านเพจเฟซบุ๊ก และมีผู้ติดต่อให้ไปทำงานที่ จ.สระแก้ว แต่เมื่อไปถึงกลับถูกชายต่างชาติ 5 คน บังคับพาข้ามฝั่งไปปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตลอดเวลาที่อยู่ปอยเปตนาน 5 เดือน ถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเปิดบัญชีม้าและสอนตัดต่อพาสปอร์ต ก่อนจะหาโอกาสหลบหนีกลับประเทศไทย

จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในข้อหาเปิดบัญชีม้าและสนับสนุนการฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น อีกทั้งยังมีประวัติคดีอาญาและถูกแจ้งอายัดบัญชีธนาคารจากสถานีตำรวจเกือบ 20 แห่งทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ฉลอง 70 ปีความสัมพันธ์ ตั้งเป้าเพิ่มการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์ 
12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกฯ นิวซีแลนด์ ร่วมแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์

นายกฯ กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้เป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 ได้แก่ 1) การเมืองและความมั่นคง 2) เศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม 3) การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และ 4) ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี

พร้อมตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ 
ขณะเดียวกัน การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์อีกครั้งในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกฯ จะเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯ ทั้งสองได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และภาคเอกชน

นายกฯ ย้ำว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค


>> ปภ. เผย อุทกภัยยัง 6 จังหวัด บางพื้นที่เริ่มคลี่คลายเข้าสู่การฟื้นฟู

14.19 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผย ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยยังคงมีใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สกลนคร และอุบลราชธานี รวม 16 อำเภอ 61 ตำบล 363 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,823 ครัวเรือน รวม 73,797 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่จังหวัดน่าน (อ.ปัว 1 ราย และ อ.ท่าวังผา 1 ราย) โดย ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว และได้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน อาคาร สถานที่สาธารณะ ดังนี้

จังหวัดน่าน น้ำท่วม 7 อำเภอ 34 ตำบล 223 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอปัว ท่าวังผา ภูเพียง สันติสุข นาหมื่น เวียงสา และเมืองน่าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,050 ครัวเรือน 66,097 คน บางจุดมีน้ำล้นขึ้นมาบนถนนจนไม่สามารถสัญจรได้ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

จังหวัดสุโขทัย มีสถานการณ์ 3 อำเภอ 19 ตำบล 115 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอศรีสัชนาลัย สวรรคโลก และศรีนคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,977 ครัวเรือน 5,259 คน ระดับน้ำทรงตัว

จังหวัดพิษณุโลก น้ำท่วมตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29 ครัวเรือน 91 คน และอพยพประชาชน 19 ครัวเรือน 34 คน ไปยังวัดชมพู ระดับน้ำทรงตัว

จังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำท่วมบริเวณตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า รวม 2 หมู่บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน 141 คน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

จังหวัดสกลนคร น้ำท่วมพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน รวม 2 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 657 ครัวเรือน 2,063 คน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว

จังหวัดอุบลราชธานี น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 อำเภอ 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอโขงเจียม เขมราฐ และโพธิ์ไทร ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน 146 คน ระดับน้ำทรงตัว


>> บุกจับคาร้านอาหาร รวบหญิงวัย 58 ปี หนีหมายจับคดีจัดหาค้าประเวณีนาน 8 ปี

14.37 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปพ. เข้าจับกุมหญิง วัย 58 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 21 พ.ย. 2561 ในข้อหาเกี่ยวกับความผิดทางเพศและ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี หลังถูกกล่าวหาว่าเคยเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะและจัดหาหญิงชาวกัมพูชาให้ลูกค้าชาย โดยมีการเรียกค่าบริการครั้งละ 1,800 บาท ก่อนผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวแล้วหลบหนี ไม่มารายงานตัวตามกำหนด

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานและเปิดร้านอาหารในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จึงปลอมตัวเป็นชาวสวนเข้าไปสังเกตการณ์ ก่อนพบหญิงที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับ จึงแสดงตัวและหมายจับเข้าควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดจันทบุรีดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าถูกใส่ร้ายและไม่รู้เรื่องการจัดหาหญิงดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด


>> ผู้ปกครองแจ้งความแล้ว เหตุเด็กพิเศษ ชั้น ป.6 ถูก 3 รุ่นน้องรุมทำร้ายกลางโรงเรียนย่านพัฒนาการ

14.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีคลิปนักเรียนชั้น ป.5 จำนวน 3 คน รุมทำร้ายนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ ภายในโรงเรียนย่านพัฒนาการ ถูกเผยแพร่ในกลุ่มนักเรียนและสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัย

ล่าสุด “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” พร้อมทีมงานลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้เสียหาย หลังพบทั้งเด็กและคุณยายอยู่ในภาวะหวาดกลัวและเครียด พร้อมประสานตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัย 
ต่อมาได้ประสาน พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. ก่อนพาผู้ปกครองและเด็กเข้าแจ้งความที่ สน.คลองตัน โดยผู้ปกครองได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากนี้ตำรวจเตรียมนำเด็กเข้าตรวจร่างกายและสอบปากคำ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์ร่วมดูแล ก่อนรวบรวมข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> ราคาสุกรหน้าฟาร์มขยับขึ้น 2 บาท ผู้เลี้ยงเริ่มมีกำไร หลังขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี

15.22 น. สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รายงาน ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ระบุว่า ราคาสุกรขุนทุกภูมิภาคปรับเพิ่มขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถขยับราคาและลดความเสียหายจากภาวะขาดทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 
ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มล่าสุดอยู่ในช่วง 74–78 บาทต่อกิโลกรัม โดยภาคตะวันตกอยู่ที่ 74–76 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 74–77 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 74 บาท ภาคเหนือ 76–78 บาท และภาคใต้ 76 บาทต่อกิโลกรัม

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติกล่าวว่า ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยการปรับราคาในช่วงนี้ทำให้ผู้เลี้ยงเริ่มมีส่วนต่างเหนือกว่าต้นทุนประมาณ 1–2 บาทต่อกิโลกรัม หลังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาประมาณ 3 ปี และสามารถประคองการผลิตต่อไปได้

ขณะที่ต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ ยังอยู่ในระดับสูงและเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยแนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญบางรายการยังทรงตัว ขณะที่บางรายการปรับเพิ่มขึ้นสำหรับแนวโน้มราคาสุกรในช่วง 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า นายสิทธิพันธ์คาดว่า ราคาอาจขยับขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนทรงตัวในระดับดังกล่าวไปจนถึงกลางเดือนกันยายน เนื่องจากราคาชิ้นส่วนสุกรขายปลีกยังค่อนข้างทรงตัว ทำให้การปรับขึ้นของราคาสุกรหน้าฟาร์มมีกรอบจำกัด

หลังจากกลางเดือนกันยายน ราคาสุกรมีโอกาสอ่อนตัวลง โดยเดือนตุลาคมจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งตามปกติความต้องการบริโภคเนื้อสุกรจะลดลง และอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาในระยะถัดไป สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติระบุด้วยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ 12 ราย เตรียมต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ออกไปอีก 1 ปีภายในสิ้นเดือนนี้ โดยคาดว่าจะช่วยให้เสถียรภาพราคาสุกรดีขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้บริโภค


>> จ.สมุทรสาคร ช่างเป่าแก้วหวิดดับ ถังบรรจุแก๊สบึ้มขณะกำลังทำงาน กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล

16.30 น. พ.ต.ต.แสงเพชร วิลัยกุล สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลมหาชัย 2, เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู และ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครอ้อมน้อย เข้าตรวจสอบเหตุ ถังแก๊สระเบิดที่บ้านเรือน ในพื้นที่ หมู่ที่ 10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ในจุดเกิดเหตุที่ชั้นล่างของบ้าน พบผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 คน มีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือรีบนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่สภาพบ้านที่เกิดเหตุข้าวของพังเสียหายทั้งภายในและภายนอก ประตูเหล็กม้วนหน้าบ้านถูกแรงอัดหลุดกระจัดกระจายไปบนพื้นถนน ส่วนผนังภายในบ้านยังพบรอยแตกร้าว นอกจากนี้ยังพบ หลอดแก้วที่ใช้สำหรับนำมาเป่าขึ้นรูปต่างๆ เพื่อนำไปประดับบ้านเรือนแตกละเอียด และ ถังแก๊สแบบถังลม 1 ถัง กับ ถังแก๊สหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนขนาดเล็กอีก 1 ถัง ล้มกลิ้งอยู่ด้านใน

จากการสอบถามแฟนสาวของผู้บาดเจ็บ บอกว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นชั้นล่างของบ้าน โดยเพิ่งจะมาเช่าที่นี่ได้เพียงแค่ราวๆ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บกำลังจะลงมือทำงานเป่าแก้ว แต่ตอนนั้นตนหันหลังให้กับผู้บาดเจ็บ จึงไม่เห็นว่าเกิดการระเบิดของถังแก๊สได้อย่างไร แต่คาดว่าอาจจะมาจากตอนที่กำลังจูนแก๊สแล้วเกิดการสปาร์ค จึงทำให้เกิดการระเบิดขึ้น พอมีเสียงดังตูม ด้วยความตกใจตนก็รีบวิ่งขึ้นชั้น 2 ของบ้าน ผู้บาดเจ็บก็วิ่งตามขึ้นไปด้วย แต่สักพักพากันลงมาชั้นล่างเพื่อจะไปหาหมอ เพราะผู้บาดเจ็บเริ่มมีอาการเจ็บปวดตามร่างกายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนเพื่อนบ้านเล่าว่า ได้ยินเสียงคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดขึ้นดังมาก พอวิ่งมาดูก็เห็นกลุ่มควันลอยออกมาจากในบ้านหลังดังกล่าว และเห็นผู้บาดเจ็บวิ่งขึ้นไปชั้นที่ 2 ก่อนจะกลับลงมาที่ชั้นล่าง ซึ่งเหตุการณ์นี้ สร้างความตกใจให้แก่เพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะเรียกเจ้าของบ้านมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุต่อไป


>> คุณลุงวัย 66 ปี อาการกำเริบ วูบหมดสติคาป้ายรถเมล์ พลเมืองช่วยเบื้องต้น ก่อนบุรุษพยาบาลผ่านทาง โดดเข้าช่วยไว้ทัน จ.นนทบุรี

16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพัก ได้มีประชาชนวิ่งเข้ามาแจ้งว่า มีชายสูงวัยเป็นลมหมดสติ ขอกู้ภัยเร่งช่วยเหลือ ที่ป้ายรถเมล์ หน้าทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สายสีม่วง ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นป้านรถเมลล์ ติดกับ สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาตรวจสอบพบชายสูงอายุนอนหมดสติอยู่ที่เก้าอี้ม้าหิน จึงได้ช่วยปลดกระดุกเสื้อออก แล้วมีชาวบ้านได้ช่วยกันพัดระบายอากาศ และบางคนช่วยหายาดม โชคดีบุรุษพยาบาล รพ.โรคทรวงอก ออกเวรขับรถจยย.มาพบเหตุการณ์พอดี จึงเร่งช่วยเหลือปฐมพยาบาล

หลังได้ปฐมพยาบาลชายสูงวัย จนฟื้นได้สติขึ้นมา สอบถามทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 66 ปี ตรวจสอบในตัวพบซองยาลดความดัน ยารักษาโรคหัวใจ ต่อมารถ กู้ภัย มาถึงได้ช่วยเหลือนำส่ง ร.พ.โรคทรวงอก เพื่อทำการรักษา

นาย จิณณภัทร อายุ 19 ปี นักศึกษา กล่าวว่า ขณะนั่งรถ จยย.รับจ้าง มาลงตรงป้ายรถเมลล์ที่เกิดเหตุ กำลังจะจ่ายเงินค่าโดยสาร ได้มีลุงมาจับที่มือบอกว่าให้เรียกรถพยาบาลให้หน่อย ไม่ไหวแล้ว ก่อนที่ลุงจะลงไปนอนหมดสติ ตนได้บอกให้พี่ผู้หญิงวิ่งไปที่โรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ก่อนตำรวจจะมาช่วยเหลือ

นาย ธีรภัทร อายุ 23 ปี บุรุษพยาบาล แผนกโรคหัวใจ ร.พ.โรคทรวงอก และนาย เนติวุฒิ อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่แผนกฉุกเฉิน ร.พ.โรคทรวงอก กล่าวว่า เลิกงานออกมาจาก ร.พ.เพื่อจะกลับที่พัก ขณะขับ จยย.มาเห็นคนมุงดูกันตรงป้ายรถเมล์ ตนทั้งสองคนเชื้อว่าต้องมีคนป่วยอยู่แน่นอน จึงได้จอดรถเข้ามาช่วยเหลือ และพบลุง หมดสติ จึงช่วยปฐมพยาบาล จนฟื้น พอซัดถามและดูอาการถึงได้รู้ว่าลุงป่วยเป็นโรคหัวใจเพราะมีอาการปวดร้าวไปที่หลัง ปกติผู้ป่วยโรคหัวใจจะมียาลูกอมสำหรับเพื่อบรรเทาอาการปวด หลังจากนำส่ง ร.พ.จะต้องตรวจคลื่น จะสามารถทราบว่าเป็นโรคหัวใจมากน้อยเพียงใด


>> แผ่นดินไหว ที่ประเมทศเมียนมา

17.22 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 570 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> รถกู้ภัยเชียงใหม่ มุ่งหน้าช่วยน้ำท่วมน่าน เสียหลักตกเหวแม่ทะ เจ็บ 2 ราย จ.ลำปาง

17.30 น. ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักตกเหวข้างทาง บริเวณก่อนถึง สำนักสงฆ์ปางมะโอ ต.วังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ประมาณ 200 เมตร บนเส้นทางมุ่งหน้า จ.แพร่

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ของหน่วยงานเทวฤทธิ์ทรงธรรมสารภี จ.เชียงใหม่ ลักษณะเกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในเหวข้างทาง ลึกประมาณ 4 เมตร

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ทราบว่า รถกู้ภัยคันดังกล่าวเดินทางออกจาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าไป จ.น่าน เพื่อร่วมภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจาก ถนนลื่นจากฝนตก ประกอบกับเส้นทางมีลักษณะคดโค้ง


>> มท.3 ‘เจเศรษฐ์’ ลุยต่อ อ.ปัว ผนึก ปภ.-โยธาฯ เร่งสำรวจความเสียหาย ระดมทรัพยากรฟื้นฟูหลังน้ำลด

17.35 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาและความเสียหายของพี่น้องประชาชน ประเมินความเดือดร้อน และวางแผนจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือให้ตรงจุดและรวดเร็วที่สุด

โดยบูรณาการหลายหน่วยงานระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของ ทำความสะอาดดินโคลนและขยะตามบ้านเรือนประชาชน และฟื้นฟูสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือหลังน้ำลดต้องเดินหน้าต่อทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงพร้อมกับระดับน้ำที่ลดลง โดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีโคลนและสิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย จึงต้องระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือสอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชน

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด จัดกำลังคนและทรัพยากรให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเน้นการทำงานเชิงรุก เข้าถึงพื้นที่จริง และแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความเดือดร้อนของประชาชน


>> “ดำ บ้านใต้” มอบตัวแล้ว! มือแทง “หมวดแจ็ค 191” กลางงานวันเกิดบ่อตกกุ้งดัง เตรียมฝากขังพรุ่งนี้

20.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย คุมตัว “ดำ บ้านใต้” หรือ “บังรีน บ้านใต้” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีแทง ร.ต.ท.สิทธิชัย หรือ “หมวดแจ็ค 191” กลางงานเลี้ยงวันเกิดที่บ่อตกกุ้งย่านลาดพร้าว-วังหิน โดยเจ้าตัวติดต่อขอมอบตัวพร้อมทนายความ และไม่ขอให้สัมภาษณ์สื่อ ยืนยันจะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนเตรียมนำตัวฝากขังศาลอาญารัชดาในวันที่ 22 ส.ค. 2569 ก่อนเที่ยง

เหตุเกิดช่วงประมาณ 23.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ระหว่างงานวันเกิด “อู๊ด รัชดา” ที่บ่อตกกุ้ง ย่านวังหิน หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มผู้ร่วมงาน ก่อนมีการชกต่อย ขว้างแก้วและเก้าอี้ใส่กัน ขณะที่ ร.ต.ท.สิทธิชัย ซึ่งแต่งนอกเครื่องแบบและเข้าช่วยห้ามเหตุ ถูกแทงบริเวณท้อง 2 แผล จนต้องเย็บหลายเข็มและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่เพื่อนถูกแก้วบาดที่คิ้ว ด้าน นายนรเศรษฐ์ ออกมายืนยันว่าไปร่วมงานจริง แต่กลับออกไปหลังเป่าเค้ก และปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือสั่งการใด ๆ ส่วน “หมู ตะวันนา” ก็เดินทางเข้าให้ปากคำตำรวจแล้ว โดยหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อ


>> อุบัติเหตุ รถอเนกประสงค์, รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย กลางถนนพหลโยธิน จ.ปทุมธานี

21.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์, รถนั่งส่วนบุคคล และรถบรรทุก มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนพหลโยธิน ขาออก ช่วงใกล้เคียงซอยคลองหลวง 35 ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน ยะลา จอดอยู่ทางเลนซ้าย ข้างรถฝั่งขวา พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย และใกล้กัน พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี จอดอยู่เลนกลาง โดยที่ตรงล้อหลัง พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้โดยสารรถ จยย. ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 21 ปี สภาพถูกล้อรถบรรทุกทับ และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 44 ปี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย. ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง


>> ร่างชายนิรนาม จมสระน้ำ ในสวนสาธารณะกลางกรุง พลเมืองดีและภาพจากกล้องวงจรปิด พบมีการทะเลาะวิวาท ก่อนถูกโยนลงน้ำ ตร.เร่งสอบสวนติดตามผู่ก่อเหตุ

22.00 น. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงระหว่างชาย 2 คน บริเวณสระน้ำภายในอุทยาน ฝั่งถนนสุขุมวิท โดยในที่เกิดเหตุพบจักรยาน จอดทิ้งไว้บนฝั่ง แต่ไร้ร่องรอยของผู้ก่อเหตุที่อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอย

พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลงมือทำร้ายคู่กรณีด้วยการเตะเข้าอย่างจังจนหมดสติ แล้วจับร่างที่ไร้การขัดขืน โยนทิ้งลงไปในสระน้ำต่อหน้าต่อตา

หลังรับแจ้งเหตุ ทีมนักประดาน้ำจากมูลนิธิร่วมกตัญญูและทีมดับเพลิงดวงประทีปได้เร่งระดมกำลังเข้าพื้นที่ ปูพรหมงมค้นหาภายในสระน้ำอย่างเร่งด่วน

จนกระทั่งพบร่างของชายเคราะห์ร้ายและสามารถกู้ขึ้นมาได้ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ทัน ยืนยันเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้น เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ จะดำเนินการตรวจสอบ และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาทำการสอบสวน ส่วนร่างผผู้เสียชีวิตนำส่งชันสูตรที่ รพ.จุฬาฯ


>> แผ่นดินไหว ที่ประเมทศเมียนมา

01.37 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 43 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม