หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 สิงหาคม 2569

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 สิงหาคม 2569


>> คณะสาว สปป.ลาว เหมารถตู้ เดินทางไปต่อพาสปอร์ต เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำแล้วเกิดไฟไหม้ เสียชีวิต 2 ราย จ.ร้อยเอ็ด

05.10 น. กู้ภัยทางหลวงจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงาน เกิดอุบัติเหตุ สาวชาว สปป.ลาว 13 คน เหมารถตู้จาก กทม.จะไปต่อพาสปอร์ตที่ จ.นครพนม เกิดอุบัติเหตุ รถตู้เกิดเสียหลักชนแท่งแบริเออร์ข้างทางแล้วพลิกคว่ำ และเกิดไฟลุกไหม้ท่วมมีผู้ติดอยู่ภายในรถถูกไฟคลอก 2 ราย

จุดเกิดเหตุ ถนนบายพาสกุฉินารายณ์ - มุกดาหาร บ้านหนองแสงสว่าง (ตรงเสากล้องจับความเร็ว) อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด กู้ชีพ - กู้ภัยออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ถูกไฟคลอก เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกุฉินารายณ์ และ รพ.ใกล้เคียง


>> ปิดล้อมจับผู้ต้องหาคดียาบ้า เจอชายนิรนาม ยิงปืน และจะปาระเบิดใส่ตำรวจ สุดท้ายเกิดบึ้มใส่ตัวเองเสียชีวิต, เจ้าหน้าที่เจ็บ 1 นาย จ.เชียงราย

07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดฝาง สังกัดกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (นปส.ฝาง กก.2 บก.ปส.3) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดฯ (นบ.ยส.35) และทหาร ร้อยเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังผาเมือง นำหมายค้นศาลจังหวัดฝาง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อติดตามจับกุม นายนายศอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด

ผู้ต้องหารายดังกล่าวถูกออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน”

ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ พบชายไม่ทราบชื่อ ใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ พร้อมพยายามขว้างวัตถุระเบิดเข้าใส่เจ้าหน้าที่

ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าบ้าน ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลใด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อยืนยันตัวบุคคล เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ร.ต.ต.ตรีพงษ์ศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนซ้าย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อเข้ารับการรักษา เหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเฉพาะการยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิต และรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้น ทราบว่า ผู้ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือ ชายไทย อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นบิดา ของนายศอ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ซึ่งขณะเกิดเหตุ ไม่ได้อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และ ผู้เสียชีวิต พบว่ามีหมายจับคดียาเสพติด ของสถานีตำรวจภูธรแม่สรวยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลติดตามตัว นายศอ ต่อไป


>> จ.นนทบุรี มีเหตุ ผู้เสียชีวิต ด้วยอาวุธปืน บริเวณสนามยิงปืน ย่านบางบัวทอง จนท.เข้าตรวจสอบ

11.30 น. พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในสนามยิงปืนแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ที่เกิดเหตุเป็นด้านนอกอาคารฝึกยิงปืน พบร่าง นายเอ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี สภาพศพนอนจมกองเลือดเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณศีรษะ ข้างลำตัวพบอาวุธปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่

จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ครูฝึกของสนาม ซึ่งเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตได้มาเช่าปืนยิงปืนที่สนามแห่งนี้เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพยายามนำปืนที่เช่ามายิง ออกนอกสนามทางเจ้าหน้าที่ครูฝึกจึงได้ห้ามไว้ โดยห้ามนำอาวุธปืนออกไป แต่ผู้ตายได้อ้างจะขอออกมาสูบบุหรี่ก่อนจะฉวยโอกาสใช้อาวุธปืนออกมาก่อเหตุอัตวินิบาตกรรมที่นอกสนาม จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้า 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งแพทย์ชันสูตรพบว่ารอยถูกยิงบริเวณขมับขวา จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ พบปะคนไทย และ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์

11.40 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมย่าน Thai Town ในนครซิดนีย์ และพบปะชุมชนไทย โดยมีนางโคลเวอร์ มอร์ (The Right Honourable Clover Moore AO) นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ (Lord Mayor of Sydney) ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมร้านค้าของคนไทยในพื้นที่ พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกรัฐมนตรีที่ร้าน Doodee King 
นายกรัฐมนตรี ชื่นชมนครซิดนีย์ที่ร่วมในการพัฒนา Thai Town และสนับสนุนแนวทางยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย อาทิ การจัดสร้างงานศิลปะสาธารณะ แลนด์มาร์กทางวัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำเร็จของเทศกาล Sydney Lunar Festival โดยเฉพาะกิจกรรม Lunar Streets ในย่าน Haymarket ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ชุมชนชาวเอเชียที่มีความหลากหลายได้ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมขอบคุณนายกเทศมนตรีที่เปิดโอกาสให้ชุมชนไทยมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างของความร่วมมือที่ดีระหว่างชุมชนไทยกับนครซิดนีย์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา Thai Town ได้รับความสนใจมากขึ้นจากการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านอาหารและการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเผยแพร่ความเป็นไทยและทำให้ Thai Town เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ทั้งยังช่วยดึงดูดผู้มาเยือนและสร้างโอกาสให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่”ตลอดเส้นทาง คนไทยในชุมชนไทย ได้มาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวทักทาย ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง และเดินชมร้านค้า ร้านอาหาร แวะชิมอาหารไทย พร้อมผู้คุยกับผู้ประกอบการคนไทย ตลอดเส้นทางด้วย


>> ไฟไหม้เพิงพักไม้ริมคลอง ย่านซอยเชื่อมสัมพันธ์ 1 เสียหายวอดทั้งหลัง

12.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงซอยเชื่อมสัมพันธ์ 1 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้หลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำจากเครื่องหาบหามทำการดับเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากเด็กเล่นไฟแช็คบนที่นอน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก


>> เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ทลายขบวนการสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน พบต่างด้าวกว่า 100 ราย

13.21 น. กระทรวงมหาดไทยร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เข้าปราบปรามขบวนการนายหน้าลักลอบแจ้งย้ายบุคคลไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่แฟลตดินแดง หลังพบความผิดปกติ มีการนำชื่อบุคคลเข้าพักในเพียง 3 ห้องมากกว่า 140 ราย และตรวจพบชาวต่างด้าวอย่างน้อย 64 ราย โดยเจ้าหน้าที่พบข้อมูลการปลอมแปลงเอกสารและการทำบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพูผิดปกติ เชื่อมโยงนายหน้าชาวเมียนมา นายหน้าคนไทย และเจ้าหน้าที่รัฐ เบื้องต้นตำรวจขอศาลออกหมายจับ 7 ราย แบ่งเป็นกลุ่มนายหน้า ผู้ลงลายมือชื่อ และเจ้าบ้าน พร้อมจับกุมได้ครบทั้งหมด และอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ด้านผู้ร้องเรียนเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากการพบน้องสาว นำคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน โดยอ้างว่าเป็นเพียงครอบครัว 3 คน เพื่อให้เด็กเข้าเรียนในประเทศไทย แลกกับเงิน 5,000 บาท แต่ภายหลังกลับพบว่ามีบุคคลต่างด้าวจำนวนมากถูกนำชื่อเข้าทะเบียนบ้าน จึงร้องเรียนต่อ ป.ป.ท. และมอบหลักฐานให้ตรวจสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่พบข้อมูลลายเซ็นในเอกสารบางส่วนไม่ตรงกับลายเซ็นของเจ้าบ้าน ทำให้ต้องเร่งตรวจสอบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารและมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมขบวนการหรือไม่ พร้อมเดินหน้าขยายผลเครือข่ายที่อาจมีลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นต่อไป


>> มท.3 สั่งปิดสนามยิงปืน ย่านบางบัวทอง ชั่วคราว 30 วัน ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัย หลังเกิดเหตุสลด เล็งออก พ.ร.ก. คุมเข้มใน 60 วัน

13.30 น. ที่ สนามยิงปืน ย่านบางบัวทอง นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอภิชัย อร่ามศรี รอง ผวจ.นนทบุรี ลงตรวจสอบมาตรการในการเข้าใช้สนามยิงปืนและสาเหตุการยิงตัวเองเสียชีวิตของชายวัย 36 ปี

นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงตรวจสอบมาตรการของสนามใบอนุญาตในการขอเปิดเป็นสนามยิงปืน อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในวันนี้ จากการตรวจสอบถูกต้องทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะมีการตรวจสอบแบบเข้มข้นอีกครั้ง สำหรับกฎระเบียบในการเข้าใช้สนาม ในเบื้องต้นเป็นเฉพาะแต่ละสนาม ซึ่งทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการออกกฎหมายในจุดนี้ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการออกกฎตรงจุดนี้ด้วย จะมีการเพิ่มมาตรการในการใช้สนามยิงปืน ให้รัดกุมมากขึ้น

กรณีในวันนี้ที่ผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนออกมายิงตัวเองเสียชีวิตด้านนอก เนื่องจาก ผู้ก่อเหตุได้เอากระบอกจ่อไปที่เจ้าหน้าที่คุมสนาม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลีกทางจนผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนออกไปยิงตัวเองด้านนอก

สำหรับเรื่องการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบไม่พบประวัติการรักษา แต่ทางญาติยืนยัน ว่าป่วยจิตเวช มีเสียงในหัวและไม่ติดใจในการเสียชีวิต กรณีนี้เรายังไม่มีกฎหมายในการควบคุม


>> เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ แจงชัด ไม่พบโรงงานไม้กลางป่า ยันลาดตระเวนเข้ม 24 ชม.

13.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ อ้างว่ามีกลุ่มทุนแอบเข้าไปตั้งโรงงานแปรรูปไม้กลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น

ด้าน นายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ออกมายืนยันด้วยตัวเองแล้วว่า "ไม่เป็นความจริง" ​

หลังทราบเรื่อง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ส่งกำลังส่งข่าวสืบหาเบาะแสเชิงลึกทันที ผลปรากฏว่า ไม่พบข้อมูล ร่องรอย หรือการลักลอบตั้งโรงงานแปรรูปไม้ตามที่เล่าลือกันแม้แต่น้อย ​ 
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดชุดลาดตระเวนเข้มข้น (Smart Patrol) ครอบคลุมทั่วผืนป่าตลอดเวลา พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจเข้า-ออกอย่างรัดกุม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจในพื้นที่ตามนโยบายกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่

​ "ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ขอความร่วมมือเช็กข้อมูลให้แน่ชัดก่อนแชร์ งดส่งต่อข้อมูลที่ไม่จริง เพราะอาจสร้างความตื่นตระหนกและกระทบคนทำงานในพื้นที่" หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ กล่าว


>> เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวมผู้เสียชีวิตเป็น 41 ราย

13.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลเพิ่ม 2 คน ขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลตากสิน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเป็น 41 คน ขณะที่ยังผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 10 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยในห้องไอซียู (ICU) จำนวน 4 คน และผู้ป่วยในหอผู้ป่วยทั่วไป 6 คน


>> คุณยายวัย 74 ปีเดินเก็บมะระขี้นก เกิดลมกระโชกแรงก่อนฝนตก ต้นมะพร้าวล้มทับเสียชีวิตคาสวน จ.นครปฐม

14.00น. ร.ต.ท.รังสิมันต์ เสนาคำ พนักงานสอบสวนเวร สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุต้นมะพร้าวหักโค่นล้มทับคนเสียชีวิต เหตุเกิด ที่หมู่ 4 ตำบลสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสิบสวนและมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุเป็นสวนกล้วยไม้ ที่ริมคันดินภายสวน เจ้าหน้าที่ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 74 ปีเจ้าของสวน นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพศพใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงสามส่วนสีดำ นอนหงาย มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศรีษะ ซึ่งมีผ้ากันแดดที่คลุมสวนกล้วยไม้ถูกต้นมะพร้าวทับอยู่ โดยใกล้กันมียอดต้นมะพร้าวที่หักจากลำต้น มีความประมาณ 5 เมตร ล้มอยู่ข้างศพ และพบลำต้นที่มีความสูงกว่า 15 เมตร รวมความสูงกว่า 20 เมตร เอนอยู่ลักษณะเป็นต้นที่โค้นล้มลงมาทั้งต้น

สอบถาม พี่ชายของผู้เสียชีวิต เผยว่า ต้นมะพร้าวดังกล่าว มีอายุประมาณ 60 ปี ซึ่งปลูกมานานคู่กับสวนที่นี่ ช่วงก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ออกมาเก็บมะระขี้นก ซึ่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าวเพื่อจะเอาไปทำอาหาร แต่จู่ๆ ก็เกิดลมกระโชกแรงมากและมีฝนตกหนักตามมา ทำให้ต้นไม้มะพร้าวโยกไปมาจนโค่นล้มลงมาด้วย แต่ก็ไม่ได้ออกมาดูนอกบ้านและยังสงสัยว่าน้องสาวหายไปไหน เมื่อฝนหยุดตกจนจึงออกมาดูความเสียหาย พบว่าต้นมะพร้าวล้มทับน้องสาวเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าที่ตำรวจมาตรวจสอบและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจฟังซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น ซึ่งตนเองได้ขอให้น้องสาวตัดต้นมะพร้าวที่มีความเก่าแก่และสูงมากแต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมตัวเพราะเขาหวงต้นไม้ กระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้นจนได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการเก็บหลักฐานทั้งหมดและสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ จากนั้นได้ประสานส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะนำกลับมาให้ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าต่อไป


>> กทม. สั่ง 3 ข้าราชการ เอี่ยวขบวนการสวมสิทธิออกบัตรสีชมพู ออกจากราชการไว้ก่อน มีผลทันที พร้อมลุยตรวจย้ายเข้าผิดปกติทั่ว 50 เขต

14.22 น. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ บัตรสีชมพู (เลข 7) ให้กับบุตรของคนต่างด้าวว่า ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการด่วนให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาด เพื่อปราบปรามการทุจริตครั้งนี้

โดยสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตดินแดง และผู้อำนวยการเขตหลักสี่ พิจารณาออกคำสั่งให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 3 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน ปลัดกรุงเทพมหานครได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแก่ข้าราชการทั้ง 3 รายเรียบร้อยแล้ว โดยดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการทางอาญาที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดินแดง รับผิดชอบอยู่

นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานเขตดินแดงเร่งรัดตรวจสอบรายการย้ายเข้า และเอกสารการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรสีชมพูย้อนหลังทั้งหมด โดยเน้นการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีรหัสเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 7 เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเบื้องต้น ได้รับรายงานว่า มีห้องในแฟลตดินแดง จำนวน 47 แห่ง มีชื่อคนต่างด้าว ตั้งแต่ 16 คนขึ้นไป อาทิ แฟลตในซอยประชาสงเคราะห์ 1 , 5 , 6 , 7 , 11 และถนนมิตรไมตรี รวมแล้วจำนวน 1,468 คน

พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการไปยังผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรในพื้นที่ความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีการแจ้งย้ายที่อยู่อาศัยเข้าในบ้านหรืออาคารพักอาศัยเป็นจำนวนมากผิดปกติ

พล.ต.อ.อดิศร์ ย้ำว่า หากเจ้าของที่พักอาศัยหรือประชาชนท่านใด พบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งย้ายเข้า–ออกในทะเบียนราษฎร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ Traffy Fondue ซึ่งกรุงเทพมหานครจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเป็นความลับ


>> ปภ.อัปเดตสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช – KA32 ขึ้นบินสำรวจสภาพพื้นที่ ประเมินสถานการณ์ - วางแผนดับป่าพรุ

14.50 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์เหตุไฟป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้เกิดสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 25569 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 1 ลำ สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าทางอากาศ ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยออกปฏิบัติการควบคู่กับกำลังภาคพื้นจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยวันนี้ ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับกองทัพบก พร้อมด้วย The Guardian Team ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางอากาศยาน (Air-Rescue) ขึ้นบินสำรวจพื้นที่บริเวณป่าพรุควนเคร็ง ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประเมินภาพรวมสถานการณ์และวางแผนการออกปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน (ข้อมูล 18 ส.ค. 69) ไฟป่าได้กินพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 6 – 9 และ หมู่ที่ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 500 ไร่ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,907 ครัวเรือน 7,233 คน ซึ่ง ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแผนปฏิบัติการการบินดับไฟป่าพรุควนเคร็ง


>> นายกฯ ชวนธุรกิจออสเตรเลีย “ลงทุนไทย เชื่อมอาเซียน” เปิดตลาดเกือบ 700 ล้านคน ชู 5 อุตสาหกรรมต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจ

16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” ณ โรงแรม Crown Towers นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยและออสเตรเลียเข้าร่วม

นายกฯ เน้นย้ำว่า จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงขนาดของตลาดภายในประเทศ แต่รวมถึงที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ การลงทุนและผลิตในประเทศไทยจึงไม่ได้หมายถึงการเข้าถึงตลาดไทยที่มีประชากรราว 66 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังตลาดอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และมีการบูรณาการด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลีย นายกฯ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลียที่มีผลบังคับใช้มานานกว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันได้ โดยเห็นโอกาสขยายความร่วมมือใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรมและอาหาร พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษา

ในตอนท้าย นายกฯ เชิญชวนภาคธุรกิจไทยและออสเตรเลียใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจที่สั่งสมมาเกือบ 75 ปี เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ขยายการลงทุน และสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมองประเทศไทยเป็นทั้งฐานการลงทุนและจุดเชื่อมต่อสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน


>> เหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกฟาง กลางถนนบนสะพานข้ามคลองไผ่เดี่ยว เสียหายวอดทั้งคัน จ.สุพรรณบุรี

16.10 น. มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกฟาง บริเวณ สะพานข้ามคลองไผ่เดี่ยว (แยกตาลสามต้น) หมู่ 6 ต.วัดโบสถ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขตบางปลาม้า จัดกำลังอาสาสมัครเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมดำเนินการ

โดยเจ้าหน้าที่ใช้น้ำเข้าสกัดเพลิง พร้อมใช้รถแบคโฮ ขุดคุ้ยและแยกกองฟาง เพื่อให้น้ำเข้าถึงจุดที่ยังมีความร้อนและป้องกันการปะทุซ้ำ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นเสียหายทั้งคัน ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า


>> สาวใหญ่วัย 50 ปี พลัดตกรถจักรยานยนต์ หมดสติ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 กู้ชีพ - กู้ภัยช่วยปั๊มหัวใจ จนฟื้นคืนชีพ

17.07 น. รับแจ้งศูนย์วิทยุกรุงเทพ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัย ตรวจสอบเหตุหญิงพลัดตกรถจักรยานยนต์และบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 46 แยก 12

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 50 ปี นอนหมดสติ และไม่มีชีพจร จึงได้ประสานขอรับการสนับสนุนรถปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง (ALS)รพ.วชิระ สนับสนุนช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ และให้การช่วยเหลือCPR พร้อมใช้เครื่องAED ในทันที

เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ CPR เป็นเวลา 20 นาที สามารถช่วยฟื้นคืนชีพผู้บาดเจ็บได้สำเร็จ รถALSวชิระ รับดำเนินการผู้บาดเจ็บให้การช่วยเหลือ นำส่งรักษาต่อโรงพยาบาลใกล้เคียง จุดเกิดเหตุพื้นที่รับผิดชอบ สน.บวรมงคล

 

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

18.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 237 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม