หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต 2 รายกลางถนนทางหลวงหมายเลข 12 จ.กาฬสินธุ์

07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสูง รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต ถนนทางหลวงหมายเลข 12 ใกล้เคียงโรงสีบ้านดงบัง ในพื้นที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ป้ายทะเบียน มหาสารคาม ลักษณะชนกับ รถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ใกล้เคียงพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต กลางถนนหน้าทางเข้าอ่างเก็บน้ำมาบประชัน จ.ชลบุรี

09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรีอ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหน้าทางเข้าอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี ลักษณะชนกับ รถกระบะ เชฟโลเล็ต สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย ทีมแพทย์ รพ.พัทยาปัทมคุณ และ กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ ร่วมตรวจสอบ และพบว่า ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ


>> รัฐเตือน ทันตแพทย์จ่าย "กัญชา" ลงนามในใบสั่งล่วงหน้า ไม่ตรวจวินิจฉัย ผิด 4 กฎหมายสำคัญ ตรวจพบดำเนินการตามกฎหมาย

10.06 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าต่อเนื่องยกระดับควบคุมและเฝ้าระวังการใช้กัญชาอย่างเข้มงวดภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 เตือนทันตแพทย์ระมัดระวังการสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ตามแบบ ภ.ม.33 ต้องไม่กระทำการสั่งจ่ายกัญชาตามแบบ ภ.ท.33 โดยลงนามในใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) (แบบ ภ.ท.33) ล่วงหน้าโดยมิให้มีการตรวจ วินิจฉัย หรือให้บริการแก่ผู้ป่วย หากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมมีการลงนามล่วงหน้าในใบสั่งดังกล่าวจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กรณีทันตแพทย์ลงนามสั่งจ่ายล่วงหน้า โดยมิได้มีการตรวจวินิจฉัย ถือเป็นการประกอบวิชาชีพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพทันตกรรม และกฎหมายอื่น ๆ ดังนี้

1. พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 (ฉบับนี้คุมเรื่อง "ช่อดอกกัญชา" ซึ่งเป็นสมุนไพรควบคุม) 2. ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 (ฉบับนี้คุมเรื่อง "สารสกัดกัญชา" ที่มี THC เกิน 0.2% ซึ่งจัดเป็นยาเสพติด ประเภท 5) 3. พ.ร.บ. วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 (ฉบับนี้คุมเรื่อง "จริยธรรมและใบอนุญาตทำฟัน" ของทันตแพทย์) และ 4. พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 (เงื่อนไขสำคัญที่ต้องปฏิบัติควบคู่กัน (ตามมาตรา 34)

“การออกใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) (แบบ ภ.ท.33) โดยมิได้มีการตรวจ วินิจฉัย หรือให้บริการแก่ผู้ป่วย เป็นรายกรณี จะเข้าข่ายผิดข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพทันตกรรม ข้อ 17 ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ต้องไม่ออกใบรับรองอันเป็นเท็จโดยตั้งใจ หรือให้ความเห็นโดยไม่สุจริตในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวกับวิชาชีพของตน” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ


>> อ.ธงทอง พบผู้ว่าฯขอนแก่น ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ดูแลความปลอดภัยคณะสงฆ์ และกรณีสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

11.41 น. ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าพบ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ดูแลความปลอดภัยคณะสงฆ์ และเร่งรัดการดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือสิทธิ์ในโฉนดที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งนายเฮียง พิมพ์ศรี เคยบริจาคให้แก่วัด แต่ต่อมาทายาทได้เข้ามาทวงสิทธิ์คืน

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เผยว่า จังหวัดได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยทางวัดได้นำหลักฐานยื่นต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนผู้ที่ประสงค์จะคัดค้านสามารถดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดได้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นของวัดป่าอดุลยาราม ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบตามกฎหมาย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมเร่งรัดการดำเนินงานตามขั้นตอนให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ วันที่ 17 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง พร้อมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีกำหนดเดินทางมาที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง เพื่อติดตามงานของคณะสงฆ์ รวมถึงความคืบหน้ากรณีวัดป่าอดุลยารามต่อไป


>> ตร.ไซเบอร์ ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์อีสาน ตามรวบแล้ว 20 ราย อายัดทันคืนผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

14.00 น. กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 ถนนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์อีสาน ตามรวบแล้ว 20 ราย อายัดทันคืนผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกวาดล้างจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ในทุกมิติ รวมไปถึงการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อติดตามยอดเงินที่ถูกหลอกลวงกลับมาคืนสู่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนได้แล้วหลายครั้ง มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท

โดยล่าสุด พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จนนำมาสู่ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา รวมจำนวน 20 ราย และติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงคืนผู้เสียหายได้


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย

14.18 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> ป.ป.ช. แต่งตั้งตำรวจกองปราบฯเป็นคณะกรรมการไต่สวนพิเศษ ร่วมทำสำนวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

14.40 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ว่า หลังจากสืบสวนพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องจึงมีการออกหมายเรียกเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบไปด้วย นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกลุ่มแก้ไขคะแนนข้อสอบ ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งเรื่องต่อให้ทาง ป.ป.ช. ดําเนินการต่อแล้ว ซึ่งทาง ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งให้ทางตํารวจ บก.ป. เข้ามาเป็นคณะกรรมการไต่สวนพิเศษ และป.ป.ช.ได้ส่งข้อมูลบางส่วนกลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อในหลายประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ส่วนกลุ่มนายหน้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในลำดับถัดไป ตำรวจจะดำเนินการตามข้อมูลที่ ป.ป.ช. ส่งมา และจะรวบรวมผลการดำเนินงานส่งกลับให้ ป.ป.ช. เช่นกัน โดยขอเวลาให้พนักงานสอบสวนทำงานเพิ่มเติม คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าจะมีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้หยุดแค่การแจ้งข้อกล่าวหา ตอนนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ก็ขับเคลื่อนเพื่อดำเนินการกับทุกคน ทั้งกลุ่มนายหน้า ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และคนอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีผู้ที่สอบผ่านและเข้ารับการบรรจุไปแล้ว ขณะนี้ยังมีหลายกลุ่มที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยต้องรอข้อมูลจาก ป.ป.ช.ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อ

ขณะนี้มีพยานหลักฐานอะไรที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ที่อยู่เบื้องหลังมากกว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่นั้น อยากให้รอคณะกรรมการใหญ่ของ ป.ป.ช.และยืนยันว่าคดีดังกล่าวยังมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เงียบหาย และจะตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน


>> สถานฑูต แจ้ง ตม.บุกค้นบริษัทรับยื่นวีซ่า ปลอมสเตทเมนต์ มีเหยื่อมากกว่า 400 ราย มูลค่าเสียหายกว่า 16 ล้านบาท

15.11 น. ที่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม กรณีเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา กก.สส.บก.ตม.3 ได้นำหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นสำนักงานบริษัทให้คำปรึกษาด้านการยื่นขอวีซ่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพ และมีการตรวจยึดตรายางปลอมของธนาคารและหน่วยงานต่างๆ พร้อมเอกสารทางการเงินปลอมรวมกว่า 20 ฉบับ และเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกจำนวน 4 เครื่อง ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการจัดทำเอกสารปลอมเพื่อประกอบคำร้องขอตรวจลงตราสำหรับเดินทางไปต่างประเทศให้แก่ลูกค้าคนไทยจำนวนมาก

ชุดสืบสวนขยายผล โดยนำเอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลจริงของธนาคารเจ้าของบัญชี พบความผิดปกติในลักษณะเดียวกันรวม 5 ราย คือชื่อผู้ยื่นเอกสาร ไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารตัวจริง และรายการเดินบัญชีในเอกสารที่ยื่นถูกแก้ไขดัดแปลง ไม่ตรงกับข้อมูลที่ธนาคารยืนยัน อีกทั้งผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ของผู้ยื่นคำร้องทั้ง 5 ราย ใช้หมายเลขบัตรเครดิตของธนาคารต่างประเทศ ใบเดียวกันในการชำระค่าใช้จ่าย ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบตรายางของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ และเอกสารปลอมหลายสิบรายการ เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชี นอกจากนี้ยังพบเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) อีก 4 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด เพื่อตรวจพิสูจน์และขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด (ผบก.ตม.3) กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนในเบื้องต้นพบลูกค้าตกเป็นเหยื่อมากกว่า 400 ราย โดยบริษัทดังกล่าวจะคิดราคาค่าบริการรายละ 40,000 บาท รวมเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265 และ 268 และความผิดฐาน “ปลอมดวงตรา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 251 และ 252 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและฐานความผิดที่แน่นอน จะพิจารณาจากผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง พยานหลักฐาน และสำนวนการสอบสวนต่อไป


>> รมว.ท่องเที่ยวฯ สั่งดูแลนักท่องเที่ยวสเปน หลังถูกต้นไม้ล้มทับบาดเจ็บที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา

15.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าต้นหางนกยูงขนาดใหญ่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดหักโค่นลงมาอย่างกะทันหัน ทำให้นักท่องเที่ยวชาวสเปนเดินชมโบราณสถานได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จนต้องนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย ซึ่งได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ได้เข้ารับการผ่าตัดแล้ว และอยู่ระหว่างพักรักษาตัวในห้องไอซียู

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหญิงอีก 1 ราย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังอาการ ขณะที่อีก 2 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกาย แพทย์ได้ทำแผลและประเมินอาการแล้ว เห็นว่าไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และอนุญาตให้กลับไปที่พักได้

นายสุรศักดิ์ ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด ประสานกรมศิลปากรและอุทยานประวัติศาสตร์ เร่งสำรวจและประเมินความแข็งแรงของต้นไม้ขนาดใหญ่ตามเส้นทางสัญจรและพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวใช้บริการภายในเขตโบราณสถาน พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

พร้อมกันนี้จะดูแลการรักษาและเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยมีระบบดูแลและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว


>> ร้อย.ฉก.ทพ.2101 แถลงข่าวการตรวจยึดเฮโรอีน มูลค่าประมาณ 10,800,000 พื้นที่ จ.นครพนม

16.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 ร่วมกับ ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดเฮโรอีน 60 แท่ง โดยมี นายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธาน กรณี ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 บูรณาการร่วมกับ ร้อย.ฉก.ทพ.2102

หลังสืบทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบนำยาเสพติดข้ามมายังฝั่งไทย จึงจัดกำลังพลลาดตระเวนเฝ้าตรวจ พื้นที่ บ.ปากห้วยม่วง ม.2 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจพบกลุ่มวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์วนไป-มา ในพื้นที่ จึงได้ติดตามเพื่อจะขอตรวจสอบ กลับพบวัยรุ่นโยนวัตถุบางอย่างทิ้ง และได้ขับรถหลบหนีไป จนท.จึงได้ตรวจสอบวัตถุดังกล่าวพบเป็นเฮโรอีน 60 แท่ง มูลค่าประมาณ 10,800,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกล่องใส่ไก่ชน

หน่วยฯ จึงได้นำของกลางมาที่ ทก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบเส้นทาง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดในครั้งนี้ หน่วยฯ ได้ส่งของกลางให้กับ พงส.สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> มท.2 ลุย จ.สกลนคร สั่งเช็กบิล 'ขบวนการนอมินีจีน' แอบอ้างสวมสิทธิ์ชาวบ้าน จดทะเบียนบริษัทโดยกลุ่มทุนจีน

16.59 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่ จ.สกลนคร พร้อมด้วย หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และคณะ ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีนางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอำเภอพรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและบัญชาการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน กรณีที่มีกระแสข่าวขบวนการมิจฉาชีพแอบอ้างสวมสิทธิ์ขโมยข้อมูลบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอำพรางโดยกลุ่มทุนจีน 100% พร้อมเตือนภัยพี่น้องประชาชนและสร้างความมั่นใจนโยบายรัฐบาลที่จะกวาดล้างขบวนการนอมินีจีนให้สิ้นซากและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้

ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและชุดเฉพาะกิจ ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความผิดปกติในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร ประกอบด้วยอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอภูพาน อำเภอเมืองสกลนคร และอำเภอสว่างแดนดิน รวมทั้งสิ้น 35 บริษัท (พบมากที่สุดในอำเภอโคกศรีสุพรรณ 33 บริษัท, อำเภอเมือง 1 บริษัท อำเภอภูพาน 1 บริษัท และอำเภอสว่างแดนดินเป็นการจดทะเบียนจากต่างจังหวัดในระบบออนไลน์) โดยมีนายหน้าซึ่งเป็นหญิงชาวไทยในพื้นที่ ทำหน้าที่ตระเวนขอซื้อสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านจากชาวบ้าน โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ทำ “ธุรกิจออนไลน์” และให้ค่าตอบแทนเพียงรายละ 500–1,000 บาท ก่อนที่นายหน้าจะได้รับเงินหัวคิวจากกลุ่มทุนจีนรายละ 1,500 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่สนธิกำลังฝ่ายปกครอง พาณิชย์ ตำรวจ และ กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ตั้งบริษัทจริง กลับพบว่าเป็นเพียงบ้านพักอาศัยปกติของชาวบ้าน ไม่มีสำนักงาน ไม่มีการประกอบกิจการ

​มท.2 กล่าวว่า "เราจะปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายและมีคนไทยบางกลุ่มรับจ้างเป็นนอมินี มาทำลายระบบเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้ วันนี้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์และฝ่ายความมั่นคงอย่างเต็มที่ ทุกบริษัทที่พบว่าทำผิดกฎหมายจะต้องถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ไม่มีข้อยกเว้นทั้งตัวนายหน้าคนไทยและนายทุนต่างชาติ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวสกลนคร"

​ในการลงพื้นที่ติดตามครั้งนี้ มท.2 ได้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของปัญหาดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ประชาชนผู้ถูกแอบอ้างชื่อเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบนิติบุคคลของประเทศ พร้อมประกาศกร้าวสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน


>> จเรตำรวจฯ กำชับทุกสถานีตำรวจ ตรวจสอบและเฝ้าระวังบุคคลพ้นโทษเมื่อออกจากเรือนจำ เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์

17.09 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลพ้นโทษ ตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 17 การควบคุมอาชญากรบางประเภท บทที่ 2 การทำบัตรประวัติคนพ้นโทษและการรายงานพฤติการณ์ และนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กำชับให้ทุกสถานีตำรวจตรวจสอบข้อมูลคนพ้นโทษที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบเมื่อออกจากเรือนจำ ทางระบบ CRIMES ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ และให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการบันทึกและรายงานพฤติการณ์คนพ้นโทษในแอปพลิเคชัน Police 4.0 พร้อมจัดทำบัญชีบุคคลพักการลงโทษ บุคคลพ้นโทษ และผู้ร้ายท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์รูปแบบการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ และให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสังเกตพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าว แล้วรายงานพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวตามแบบรายงานที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ โดยให้หัวหน้าสถานีประชุมติดตามพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าวอยู่เสมอ รวมทั้งตรวจสอบ ควบคุมและกำชับการปฏิบัติในการรายงานอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ สั่งการให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร และ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชื่อมโยงข้อมูลคนพ้นโทษกับกรมราชทัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน และนำลงในระบบสืบค้นของ CRIMES ในทันทีที่ได้รับข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งกำชับให้จเรตำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของทุกสถานีตำรวจให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีการตรวจราชการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ จเรตำรวจแห่งชาติกำชับผู้บังคับบัญชาดำเนินการอย่างเข้มงวด หากผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการล่าช้า โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จะถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่


>> กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณี กำลังพลประสบเหตุจากทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี

17.29 น. หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้เข้าปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ที่สงสัยว่ามีอันตรายจากทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม (Suspected Hazardous Area : SHA) บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีขนาดพื้นที่ดำเนินการตามแผนงาน 151,920 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการเตรียมการใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ โดยหน่วยได้ดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 38,760 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 25.51 ของพื้นที่ดำเนินการตามแผนงาน

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ สังกัด หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่าง รวมทั้งมีบาดแผลบริเวณขาซ้ายและมือขวา ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้สั่งยุติการปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทันที พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมพื้นที่ เพื่อป้องกันมิให้กำลังพลและประชาชนเข้าใกล้บริเวณที่อาจมีทุ่นระเบิดหรือวัตถุระเบิดตกค้างเพิ่มเติม

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยทีมแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ห้ามเลือด และตกแต่งบาดแผลในเบื้องต้น ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บยังรู้สึกตัวและมีสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ จากนั้นได้ประสานการส่งต่อเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างเหมาะสม โดย เตรียมนำส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการรักษาต่อไปอย่างเร่งด่วน


>> จับกุมอดีตลูกเรือ เครือข่ายเสี่ยโจ้น้ำมันเถื่อน หนีประกันซุกกระบี่

17.53 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ.กมลศักดิ์ วันประดุง ผกก.9 บก.รน. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต. ญาณภัทร กรดดำ สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.1 กก.9 บก.รน. ดำเนินการร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ

ในความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพากัน หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่มีผู้นำเข้าหรือส่งออก โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าซึ่งไม่ได้เสียภาษี และร่วมกันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามชนิดและปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด” โดยจับกุมได้ที่ บนเรือประมง บริเวณหน้าท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่

สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้ทำการจับกุมตัว ชายคนดังกล่าว ขณะทำการลักลอบลำเลียงน้ำมันเถื่อนของขบวนการเสี่ยโจ้ ซึ่งในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้ยื่นประกันตัวชั่วคราวโดยวางเงินสดจำนวน 300,000 บาท เป็นหลักประกัน แต่เมื่อได้รับการปล่อยตัวแล้ว กลับมีพฤติการณ์หลบหนีไม่ยอมเดินทางมาศาลตามกำหนดนัด 
ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวและออกหมายจับไว้ ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีไปกบดานทำงานเป็นลูกเรือประมงและใช้วิธีย้ายลำเรือไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสืบหาตัวของเจ้าหน้าที่

จนกระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าพบตัวผู้ต้องหาแอบมาทำงานบนเรือประมงในพื้นที่ จ.กระบี่ จึงวางแผนเข้าตรวจสอบและแสดงตัวเข้าจับกุมได้สำเร็จ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าเป็นผู้ไปรับน้ำมันเถื่อนจากเรือของเสี่ยโจ้จริง ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> จ.ลำปาง รถเก๋งชนเกาะกลางถนน คนขับทิ้งรถวิ่งหนี ตำรวจตามรวบทันควัน พบเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ถูกล่อซื้อยาบ้า

19.37 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนน บริเวณสี่แยกโรงเรียนอนุบาลลำปาง ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

หลังเข้าตรวจสอบพบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ไม่พบตัวคนขับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและพลเมืองดี สามารถช่วยกันติดตามจับกุมชายต้องสงสัย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และเจ้าของรถไว้ได้

เบื้องต้นทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อยาเสพติดในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง แต่ระหว่างปฏิบัติการ ผู้ต้องหาเกิดไหวตัวและขับรถหลบหนีเข้ามายังตัวเมืองลำปาง โดยใช้เส้นทางห้างฉัตรสายเก่า ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนบริเวณสี่แยกโรงเรียนอนุบาลลำปาง จากนั้นทิ้งรถและวิ่งหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้าประมาณ 400 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> นายกฯ เดินทางถึงนครซิดนีย์ พร้อมเริ่มภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เดินหน้าความร่วมมือรอบด้าน

19.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 ส.ค.69 โดยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 19 ส.ค.69 ณ ทำเนียบรัฐบาลออสเตรเลีย

โดยในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.69) นายกฯ จะเข้าเยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ณ Government House และกล่าวปาฐกถาที่ Lowy Institute สถาบันวิจัยด้านนโยบายระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญของออสเตรเลีย พร้อมพบปะชุมชนไทยในย่าน Thai Town และพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Canva Pty Ltd. บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทย-ออสเตรเลีย จากนั้น ในช่วงบ่าย นายกฯ จะเข้าร่วมกิจกรรมพบหารือกับภาคธุรกิจ ณ โรงแรม Crown Sydney เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างภาคเอกชนไทยกับออสเตรเลีย ก่อนรับประทานอาหารค่ำร่วมกับภาคเอกชนไทย และเดินทางต่อไปยังกรุงแคนเบอร์รา


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

20.35 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 265 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก จ.แม่ฮ่องสอน

22.38 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง “ในพื้นที่ อ.ขุนยวม และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.แม่อูคอ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม /ต.ห้วยโป่ง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง"

ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.แม่อูคอ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม ต.ห้วยโป่ง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน


>> เหตุเพลิงไหม้บนห้องพัก ภายในอาคาร ย่านถนนพระราม 5

22.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนพระรามที่ 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ชั้นบนภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้ กองเสื้อผ้า ที่นอน หม้อหุงข้าวและพัดลม พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดุสิต

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม