หน้าแรก > สังคม

สั่งฟ้อง 6 ราย คดีรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกทางรถไฟมักกะสัน แจ้งข้อหาหนัก พนง.ขับรถ,พนง.กั้นถนน,พนง.ขับรถประจำทาง

วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 15:53 น.


จากเหตุการณ์กรณีโศกนาฏกรรมรถไฟบรรทุกสินค้า ขบวน 2126  ชนรถโดยสารปรับอากาศสาย 206 บนถนนอโศก-ดินแดง บริเวณจุดตัดรถไฟใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย ล่าสุดวันนี้ (16 ส.ค.) มีรายงานว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 117/2569 ตามคำสั่ง บก.น.1 บช.น. ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนให้อัยการแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 ต่อมาทางอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลแล้ว

นายสยมพร ฯ พนักงานขับรถไฟ ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 104, 162  

นายอุเทน ฯ พนักงานกั้นถนน ผู้ต้องหาที่ 2 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

นายลาภิส ฯ พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ผู้ต้องหาที่ 3 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140 

ผู้ต้องหาที่ 4-6 ประกอบด้วย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์กระบะที่จอดคร่อมเครื่องหมายห้ามคร่อมทางรถไฟ (เส้นตารางไขว้สีเหลือง) โดยกรมการขนส่งทางรางได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง มาร้องทุกข์กล่าวโทษ และได้สั่งฟ้องในฐานความผิด ดังนี้

นายเมธาสิทธิ์ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 4 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140

นายศักดิ์ศรี ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ผู้ต้องหาที่ 5 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140

นายอามาน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาที่ 6 สั่งฟ้องในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางการขนส่งทางราง” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 140

สำหรับผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะได้เรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวยอดนิยม