หน้าแรก > ภูมิภาค

"พลพีร์-วรศิษฎ์" บุกเกาะพะงัน ตรวจโรงแรมเถื่อน ที่ดินนอมินี ร้านกัญชา พบคนไทยเป็นนอมินี 104 บริษัท

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 20:06 น.


วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ท ไม่มีใบอนุญาต และการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในพื้นที่เกาะพะงัน โดยมี นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นายชวลิต โรจนรัตน์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการเข้าตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ทหรู ในพื้นที่ จำนวน 5 แห่ง ไม่พบการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมตามที่กฎหมายกำหนด และมีชาวต่างชาติถือหุ้นในลักษณะ "นอมินี" หลายบริษัท ทั้งยังมีการให้บริการเปิดสำรองที่พักทางผ่านระบบออนไลน์ โดยมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งสันนิษฐานว่าไม่ได้ชำระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ได้เข้าตรวจสอบ "ร้านกัญชา" จำนวน 2 แห่ง ซึ่งไม่มีใบอนุญาต จากการสอบสวนพบว่ามีการจำหน่ายแบบแปรรูปซึ่งผิดกฎหมาย มีสาขารวม 4 แห่ง ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร ทั้งยังมีบริการการออกใบรับรองแพทย์ปลอม จำหน่ายในราคาใบละ 300 บาท เพื่อให้ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นหลักฐานจากร้านอื่น

นอกจากนี้ ยังพบจุดต้องสงสัย มีรายได้สูงกว่า 15 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบนเกาะสมุยและเกาะพะงันอย่างต่อเนื่องโดยกระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ทำให้พบหลักฐานที่ชัดเจนว่ามี บริษัทนอมินีจำนวน 104 บริษัท ซึ่งชาวต่างชาติถือหุ้นมากกว่าคนไทย บริษัทเหล่านี้ครอบครองที่ดินรวม 124 แปลง โดยมีที่ดินแปลงหนึ่งบนพื้นที่ทำเลทองขนาด 10 ไร่ที่เห็นวิวทะเล นอกจากนี้ยังพบโรงแรมที่ลักลอบเปิดให้บริการมาถึง 4 ปีโดยไม่มีการขออนุญาต

ปัจจุบันในพื้นที่เกาะพะงันพบการทำนอมินีจากหลากหลายสัญชาติ ทั้งอิสราเอล สวิตเซอร์แวลนด์ ฝรั่งเศส และลิทัวเนีย ซึ่งทางหน่วยงานจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวต่ออีก ว่า สำหรับการตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชา ซึ่งไม่มีใบอนุญาต จากการเข้าตรวจสอบร้านกัญชาเป้าหมาย พบการกระทำผิดหลายประการ เช่น มีการขายใบรับรองแพทย์ที่ลงนามโดยแพทย์ทิ้งไว้ล่วงหน้าในราคาเพียง 300 บาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อและสูบกัญชาภายในร้านได้ทันที ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ร้านดังกล่าวมีชาวอิสราเอล 2 คนและคนไทย 1 คนเป็นผู้ถือหุ้น โดยคนไทยรายนี้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอื่นอีกถึง 9 แห่ง นอกจากนี้ ร้านยังมีรายได้ในปีที่ผ่านสูงถึง 16 ล้านบาทจากการขายกัญชาเพียงไม่กี่กรัม และยังมีการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น เจลลี่ ขนม และอุปกรณ์การสูบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดทรัพย์สินและสั่งปิดร้านดังกล่าวทันที พร้อมทั้งเตรียมขยายผลการสืบสวนต่อไป

สำหรับที่พักที่ไปตรวจแล้วไม่พบเจ้าของหรือผู้พักอาศัย อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะในกรณีของร้านกัญชาที่พบว่าผู้อำนวยการกองสาธารณสุขของเทศบาลแห่งหนึ่งบนเกาะพะงันอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งได้มอบหมายให้นายอำเภอลงพื้นที่สืบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ในการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมเถื่อนที่เป็นอาคาร 3 ชั้นแต่ขออนุญาตสร้างเพียง 1 ชั้น พบว่าเป้าหมายได้ปิดตัวลงกะทันหันเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังสามารถจองที่พักผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีข้อมูลข่าวสารรั่วไหลจากคนใน ซึ่งได้สั่งการให้นายอำเภอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว นายพลพีร์ยังได้เน้นย้ำให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดโดยไม่ต้องเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล หากพบการข่มขู่สามารถแจ้งได้โดยตรง พร้อมกันนี้ยังเตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้มีบทลงโทษทั้งจำคุกและค่าปรับที่รุนแรงขึ้น เพื่อให้ผู้กระทำผิดเกิดความเกรงกลัวและไม่กล้าเข้ามาเอาเปรียบคนไทยอีกเด็ดขาด" นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมในช่วงท้าย

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม