วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 04:10 น.
รัฐบาล ต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน “อาหารที่คนทั่วโลกรัก” เดินหน้า “The Lost Taste” ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
(12 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและเสน่ห์อาหารไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หลังผลการจัดอันดับ Global Soft Power Index 2026 ของ Brand Finance ระบุว่า ประเทศไทยอยู่อันดับ 7 ของโลกในคุณลักษณะ “อาหารที่คนทั่วโลกรัก” (food the world loves) สะท้อนความนิยมและศักยภาพของอาหารไทยในสายตานานาชาติ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าต่อยอดจุดแข็งดังกล่าวผ่านโครงการ “รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” ภายใต้แนวคิด The Living Heritage โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้รวบรวมองค์ความรู้และมรดกอาหารถิ่นที่เสี่ยงเลือนหายแล้วกว่า 231 เมนู เพื่อรักษารสชาติ เรื่องราว และภูมิปัญญาของชุมชน พร้อมนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
“อาหารไทยเป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่มีความแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับโลก รัฐบาลจึงต้องการต่อยอดจากความนิยมของอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ไปสู่การทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้รู้จักความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพราะเบื้องหลังอาหารแต่ละจานมีทั้งวัตถุดิบ ภูมิปัญญา วิธีปรุง วิถีชีวิต และเรื่องราวของชุมชน ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นประสบการณ์การเดินทางและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นได้” รองโฆษกฯ กล่าว
กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้พัฒนาเกณฑ์ Thailand Best Local Food เพื่อส่งเสริมและรับรองคุณค่าของอาหารท้องถิ่น โดยนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 7 คน และความคิดเห็นของผู้บริโภคกว่า 400 ตัวอย่างมาประกอบการพัฒนาเกณฑ์ ให้ความสำคัญกับรากทางวัฒนธรรม วัตถุดิบท้องถิ่น และการรักษาแก่นแท้ของเมนู พร้อมแบ่งการรับรองเป็น 2 สาขา ได้แก่ Classic สำหรับอาหารที่รักษาสูตรและอัตลักษณ์ดั้งเดิม และ Creative + Innovation สำหรับการต่อยอดอาหารในรูปแบบร่วมสมัย โดยยังคงแก่นและคุณค่าของอาหารท้องถิ่นไว้
นอกจากนี้ โครงการได้คัดเลือกร้านอาหารต้นแบบ 5 ร้าน เพื่อถ่ายทอดมรดกอาหารถิ่นผ่านเมนูและประสบการณ์รับประทานอาหาร พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม The Lost Taste Special Course ในเดือนกันยายน 2569 เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัส “รสชาติที่หายไป” ในรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “5 ซีรีส์ 5 ร้าน” เพื่อขยายการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางตามรอยอาหารท้องถิ่น
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศักยภาพด้านอาหารยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยว โดย Global Soft Power Index 2026 ของ Brand Finance ยังจัดให้ประเทศไทยอยู่อันดับ 12 ของโลกในคุณลักษณะ “เป็นสถานที่น่าไปเยือน” ดีขึ้น 2 อันดับจากปี 2025 สะท้อนโอกาสของไทยในการนำอาหารและวัฒนธรรมมาสร้างประสบการณ์การเดินทาง เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว กระจายการใช้จ่ายไปยังพื้นที่ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
“รัฐบาลมุ่งให้การอนุรักษ์อาหารท้องถิ่นไม่หยุดอยู่เพียงการบันทึกสูตร แต่ต้องทำให้มรดกเหล่านี้มีคนทำ มีคนกิน มีคนเดินทางไปสัมผัส และสร้างรายได้ให้กับชุมชน เมื่อรสชาติท้องถิ่นยังอยู่ ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดได้ และคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญา มรดกอาหารเหล่านี้ก็จะมีชีวิตและส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว