หน้าแรก > อาชญากรรม

เปิดสถิติโกงออนไลน์ เดือนเดียวทะลุ 960 ล้าน! ตัวอย่างเคสบุกช่วยเจ้าอาวาสโดนขู่โอน 207 ครั้ง สูญเงิน 8.3 ล้านบาท ก่อนรวบ “มือขวาบอสจีน” เครือข่ายฟอกเงินคริปโต 54 ล้านบาท

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 16:38 น.


เปิดสถิติโกงออนไลน์ เดือนเดียวทะลุ 960 ล้าน! ตัวอย่างเคสบุกช่วยเจ้าอาวาสโดนขู่โอน 207 ครั้ง สูญเงิน 8.3 ล้านบาท ก่อนรวบ “มือขวาบอสจีน” เครือข่ายฟอกเงินคริปโต 54 ล้านบาท

10 ส.ค.69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่ามีจำนวนคดีที่รับแจ้งทั้งหมด 25,201 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 961,609,353 บาท ในจำนวนนี้ คดีหลอกลวงด้านสินค้าและบริการครองสัดส่วนคดีมากที่สุดถึง 78.1% คิดเป็นจำนวน 19,680 คดี ขณะที่คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น เป็นประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงสุด อยู่ที่ 263,386,989 บาท  โดยสถิติในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 2-8 ส.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 6,424 คดี มูลค่าความเสียหาย 269,302,187 บาท

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ทั้งหมด 3 เคส มีผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย เป็นชาวไทย 4 ราย และชาวต่างชาติ 1 ราย (ชาวจีน) ขณะเดียวกันมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 26 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,134,166 บาท โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้

เคสที่ 1 ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน เข้าช่วยเหลือ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย หลังได้รับเบาะแสว่าอาจกำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากพบพฤติการณ์เรี่ยไรเงินทำบุญสร้างวิหารจากชาวบ้านเพิ่มเติมในช่วงเข้าพรรษา ทั้งที่เงินส่วนกลางของวัดน่าจะเพียงพอ โดยคนร้ายใช้อุบายข่มขู่ว่าชื่อของเจ้าอาวาสถูกนำไปเปิด "บัญชีม้า" เกี่ยวข้องกับคดีออนไลน์ พร้อมขู่ว่าหากนำเรื่องไปบอกผู้อื่นจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จากความเกรงกลัว เจ้าอาวาสจึงยอมโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบรวมทั้งสิ้น 207 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 8,319,090 บาท ซึ่งกระจายไปยังบัญชีปลายทางกว่า 50 บัญชี ทั้งที่เป็นเงินส่วนตัวและเงินของวัด

เคสที่ 2 เป็นการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายชายวัย 18 ปี ได้อย่างปลอดภัย ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังบิดาของผู้เสียหายแจ้งความว่าลูกชายขาดการติดต่อ และคาดว่ากำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพข่มขู่และหลอกลวงให้มาเปิดห้องพักเก็บตัวอยู่เพียงลำพัง โดยระหว่างนั้นถูกกุเรื่องหลอกให้หลงเชื่อจนยินยอมโอนเงินไปให้กลุ่มคนร้ายรวม 4 ครั้ง ครั้งละ 500,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2,000,000 บาท ทั้งนี้ ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวผู้เสียหายส่งพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับติดตามตัวมิจฉาชีพกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังมีเคสจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่น่าสนใจ โดยเป็นการจับกุม นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ในข้อหา “อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน” บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง  เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางประกอบด้วย เงินสด 500,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ 1 คัน รวมทั้งยาเสพติด ได้แก่ คีตามีน น้ำหนัก 2.56 กรัม และแฮปปี้วอเตอร์ 5 ถุง น้ำหนักรวม 36.12 กรัม โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการจับกุมกลุ่ม "คอกม้า" ถอนเงินสดจำนวน 6 ราย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม ที่มีการประสานข้อมูลร่วมกับ บก.สส.บช.น. จนกระทั่งสืบทราบว่านายกอ ทำหน้าที่เป็นมือขวาคอยรับช่วงต่อเงินสดจากกลุ่มคอกม้าเพื่อนำมาพักไว้ ก่อนส่งต่อให้ร้านแลกเงินเถื่อนและกลุ่มชาวจีนเพื่อแปลงเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี

จากการสอบสวน นายกอ ให้การรับสารภาพว่า เงินสดของกลางดังกล่าว ได้รับการสั่งการจากบอสชาวจีนให้ไปรับมาจากคอกม้าถอนเงินตามจุดต่างๆ เพื่อนำมาเตรียมแลกเป็นเหรียญ USDT ในตลาดมืดก่อนจะถูกจับกุม ส่วนยาเสพติดที่พบในห้องพักมีไว้เพื่อเสพเองและจำหน่ายต่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวราตรีชาวจีน ทั้งนี้ จากการขยายผลตรวจค้นจุดรับแลกเงินและที่พักย่านชาวจีนรวม 3 จุด พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัล พบยอดเงินหมุนเวียนส่งตรงถึงบอสจีนสูงถึง 1,660,000 USDT หรือคิดเป็นเงินไทยราว 54.8 ล้านบาท ตำรวจเร่งขยายผลต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม