หน้าแรก > ภูมิภาค

ผู้ว่านนท์ ร่วมรดน้ำศพเหยื่อรายที่ 9 พ่อเผยดูแลน้องให้ดีที่สุด ไม่คิดอะไร ครูทำดีที่สุดแล้ว

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 17:39 น.


ผู้ว่านนท์ ร่วมรดน้ำศพเหยื่อรายที่ 9 พ่อเผยดูแลน้องให้ดีที่สุด ไม่คิดอะไร ครูทำดีที่สุดแล้ว

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 17.00 น.นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ ด.ญ.นภัทร ชัยมา อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ที่ศาลา 3 วัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างหาที่สุดมิได้

โอกาสนี้มีส่วนราชการระดับจังหวัด พ่อแม่ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงความเคารพและร่วมแสดงความอาลัยต่อผู้วายชนม์ โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครองและประชาชนญาติพี่น้องร่วมเดินทางมารดน้ำศพกว่า 200 คน

พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้วเพราะมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้จะดูแลน้องให้ดีแค่นั้นเอง ส่วนอื่นๆเหตุการณ์อะไรก็เป็นไปตามที่เกิดขึ้นมา หลายคนหลายฝ่ายก็คงไปดูแลกันอยู่แล้วกับเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และก็ไม่ได้โทษใคร คนที่ทำเขาก็คงเจออะไรมาบ้าง เราก็ไม่รู้ ไม่เป็นไร ให้ลูกเรามีความสุข ตนเชื่อว่าโรงเรียนก็ดูแลได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิด เราไม่ควรจะไปโทษใคร เราช่วยกันแก้ไขในภายภาคหน้าดีกว่า ตนว่าโรงเรียนเขาก็ไม่ได้ผิดไม่มีใครผิด คิดว่ามีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลหาทางป้องกันเหตุในอนาคต ก็อย่าไปโทษใครเลย

นายพิทักษ์ อยู่สุข นายกเทศตรีเมืองบางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กล่าวว่า อันดับแรกขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้สูญเสียในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากจะให้เกิด ส่วนโรงเรียนในพื้นที่เทศบาลเมืองบางรักพัฒนา มีอยู่ 2 โรงเรียน คือโรงเรียนจันทร์ทองเอี่ยม ซึ่งเป็นโรงเรียนประถม และโรงเรียนวัดลาดปลาดุก เป็นโรงเรียนประถมถึงมัธยม ในส่วนโรงเรียนวัดลาดปลาดุกทางเทศบาลได้เข้าไปกำชับพูดคุยกับผู้บริหาร ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ได้กำชับให้กวดขันความเป็นระเบียบ และเข้าถึงความรู้สึกของเด็กๆให้มากที่สุด

ส่วนการตรวจค้นก่อนที่เด็กจะเข้าเรียนก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น จริงๆอยากให้ใส่ใจในรายละเอียดของเด็ก เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของอาจารย์ที่ปรึกษาในแต่ละห้อง ให้สังเกตเด็กที่คาดว่าจะมีปัญหา คำว่าปัญหาต้องบอกว่าปัญหาเรื่องสุขภาพ ปัญหาเรื่องชีวิตประจำวัน ปัญหาเรื่องครอบครัว หรือปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาการเรียน ก็ต้องเอาทุกอย่างจับเป็นประเด็นสำคัญที่สุด และให้ความรู้ ให้คำปรึกษาแก้ไขให้ด่วนที่สุด

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม