หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569


>> หนุ่มวัย 19 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักล้มบนสะพานกลับรถ ร่างกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตที่พื้นดินด้านล่าง จ.นครสวรรค์

06.55 น. หน่วยบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิการกุศลตาคลี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งแล้วพลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บหมดสติ บริเวณสะพานกลับรถ ข้ามทางรถไฟ บริเวณหลัง อบต.หนองโพ ม.2 ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

ที่เกิดเหตุ พบสะพานกลับรถ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ล้มคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่ ร่างกระเด็นร่วมลงมากระแทกพื้นดินด้านล่าง ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบร่างกายท่อนล่างผิดรูป มีอาการสาหัสและหมดสติ หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลตาคลี ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุประมาณ 19 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี


>> ไฟไหม้บนอาคาร โรงกลึงย่านพระราม 2 ลุกลามอาคารข้างเคียงเสียหายด้วย รถดับเพลิงคุมสถานการณ์ทัน ไร้ผู้บาดเจ็บ

07.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ซอยพระรามที่ 2 ซอย 1 ถนนพระรามที่ 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ประกอบกิจการโรงกลึงเหล็กและใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายชั้นที่ 3 คูหาต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ลุกลามคูหาข้างเคียง บนชั้นที่ 4 เสียหายเฉพาะฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 120 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ 
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้ชั้นต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยจอมทอง

ทางด้าน เจ้าของอาคารเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นห้องพักคนงานเก่าที่ไม่มีผู้พักอาศัยแล้ว และไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกมาได้ทัน เบื้องต้นตำรวจปิดพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะที่มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน


>> “เบิร์ด” เอ่ยคำเดียว พยักหน้ารับขอโทษผู้ตาย ตร.เร่งสอบปมยิงชายในรถกระบะตู้ทึบ

11.39 น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมกำลังชุดสืบสวน สน.หนองแขม ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในซอยเพชรเกษม 77 แยก 3-2 ซึ่งยังพบคราบเลือดของผู้เสียชีวิตติดอยู่บนพื้นถนนบริเวณข้างป่าริมทาง โดยจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับมาที่ สน.หนองแขม เพื่อร่วมสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด

ระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าสอบปากคำ นายเบิร์ด ผู้ต้องหาในคดี ใช้เวลาสั้น ๆ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงว่า “ขอโทษ” เมื่อถูกถามว่าขอโทษผู้เสียชีวิตใช่หรือไม่ เจ้าตัวพยักหน้ารับ พร้อมกล่าวเพียงว่า “แค่นี้ครับ” ก่อนปฏิเสธตอบคำถามถึงสาเหตุหรือมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ และกลับเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของตำรวจ

ด้านพนักงานอู่ซ่อมรถยนต์ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหาร ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นจากฝั่งถนน 1 ครั้ง เมื่อเดินออกมาดูก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เห็นเพียงรถกระบะตู้ทึบสีดำของผู้เสียชีวิตจอดอยู่บริเวณหน้าอู่ จึงไม่ได้เอะใจหรือสงสัยแต่อย่างใด กระทั่งมาทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถ ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อสรุปสาเหตุและแรงจูงใจของคดีต่อไป


>> ปะทะเดือดวิสามัญ 2 ศพ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โยงคดียิงตำรวจตากใบ หลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ต.เกียร์ อ.สุคิริน

11.56 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลกรณีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ซึ่งภายหลังการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ พบข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง

วันนี้ ได้มีการสนธิกำลังของหน่วยงานความมั่นคง นำไปสู่ปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

โดยระหว่างการเข้าปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ส่งผลให้เกิดการตอบโต้ตามสถานการณ์ เป็นเหตุให้ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์อย่างละเอียด เพื่อความถูกต้องและรอบคอบในทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมที่ยังหลบหนีอยู่ โดยยึดหลักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ที่อาจให้การสนับสนุน ให้ที่พักพิง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ให้ทบทวนบทบาทของตนเอง และยุติการกระทำที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมทั้งขอให้เข้ามาแสดงตัวหรือมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน


>> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มั่นใจข้อมูลผู้ป่วย สธ.ยังปลอดภัย ยันทดสอบระบบไซเบอร์ทุก 3-6 เดือน

12.29 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณี ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลสำคัญทางการเมือง และข้าราชการระดับสูง หลุดออกจากระบบ และถูกนำไปเผยแพร่ ทางโซเชียลมีเดียว่า เท่าที่เห็นยังไม่มีของตน

ส่วนกังวลว่าจะมีข้อมูลผู้ป่วย หลุดออกมาหรือไม่หลังจากมีข้อมูลหลุดออกจากกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข พยายามยกระดับเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์อยู่ตลอด และมีการทดสอบระบบทุก 3-6 เดือน ในแต่ละช่องทางที่ต้องใช้งาน ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเหมือนแมวจับหนู ที่ต้องยกระดับไปเรื่อยๆ แต่ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ ก็มีสูงขึ้น จึงต้องยกระดับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มั่นใจว่าข้อมูลยังไม่หลุด แต่ก็ไม่ขอท้าทาย


>> แฉพฤติกรรม ด.ต.สืบฯ ถูกกล่าวหาขู่ยัดยา - บังคับถ่ายคลิปอนาจาร คาดเหยื่อพุ่งกว่า 20 ราย จี้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

12.57 น. หญิงผู้เสียหาย 4 ราย นำโดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) เข้ายื่นหลักฐานต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ และนายชณทัต รินน์นพคุณ ขอให้ช่วยติดตามคดี หลังกล่าวหาดาบตำรวจสังกัดฝ่ายสืบสวน สภ.แห่งหนึ่ง ใน จ.สงขลา ใช้อำนาจข่มขู่ยัดยาเสพติด บังคับหญิงสาวถ่ายคลิปอนาจารก่อนนำไปขายในกลุ่มลับ โดยอ้างว่ามีผู้เสียหายแล้วกว่า 20 ราย รวมถึงเด็กอายุ 14 ปีที่ถูกข่มขู่ระหว่างการตรวจค้นบ้าน ขณะที่ผู้เสียหายรายสำคัญระบุว่า ได้โทรศัพท์ของผู้ถูกกล่าวหาหลังเกิดอุบัติเหตุ และพบคลิปผู้หญิงจำนวนมาก รวมถึงเนื้อหาที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเด็ก ก่อนรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้เสียหายระบุว่า แม้ต้นสังกัดจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสั่งย้ายดาบตำรวจรายดังกล่าวไปช่วยราชการ แต่เพียง 3 วันก็ถูกส่งกลับมาปฏิบัติหน้าที่เดิม อีกทั้งยังมีการข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ มิฉะนั้นจะไปผูกคอตายที่บ้านผู้เสียหาย ทำให้หลายคนหวาดกลัว ด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า จะนำเรื่องร้องต่อ บช.สอท. เพื่อดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และค้ามนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งให้นายตำรวจที่ถูกกล่าวหาออกจากราชการไว้ก่อน โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด


>> บุกจับ เรือประมงติดเน็ตดาวเทียม Starlink และตัวขยายสัญญาณเถื่อนกลางทะเลสาบสงขลา

13.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) และเจ้าพนักงาน กสทช. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย แจ้งข้อหา “กระทำการเกี่ยวข้องกับของหนีภาษี ของผิดกฎหมาย หรือของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง,กระทำความผิดฐาน มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” ตามมาตรา 6 พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498, ตั้งสถานีวิทยุคนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต ตรวจยึดของกลาง อุปกรณ์รับและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม 1 เครื่อง พร้อมสายเชื่อมต่อ ,อุปกรณ์เครื่องรับ – ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมระบบ 1 ชุด, ตัวขยายสัญญาณ 1 เครื่อง

หลังบุกจับกุมบริเวณทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.7 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ภาค 4 และสำนักงาน กสทช. เขต 41 ร่วมกันออกตรวจป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและโทรคมนาคม บริเวณร่องน้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา ได้ตรวจพบเรือ 2 ลำ ติดตั้งอุปกรณ์การสื่อสารที่ไม่ได้รับอนุญาตและผิดกฎหมาย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

โดยพบว่าเรือมีการติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณโทรศัพท์ และอุปกรณ์รับสัญญาณอินเตอร์เน็ตดาวเทียม starlink ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าตนเป็นผู้สั่งซื้อ และติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวเอง โดยไม่ทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวผิดกฎหมาย จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมาดำเนินคดีตามกระบวนการต่อไป


>> โฆษกตร.แจงกรณี ผู้สมัครสอบนายสิบ "ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย" ยึดถือผลการตรวจ ณ วันที่กำหนดตรวจร่างกายเป็นหลัก

13.24 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลการตรวจร่างกายของบุคคลภายนอก ในการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการตำรวจ ณ โรงพยาบาลตำรวจ นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยโรงพยาบาลตำรวจ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนว่า ผู้สมัครรายดังกล่าว ได้แก่ นายวุฒิชัยฯ ได้เข้ารับการตรวจร่างกายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจากการตรวจภาพรังสีทรวงอก (เอ็กซเรย์ปอด) และยืนยันผลเพิ่มเติมด้วยซีทีสแกนปอด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการตรวจทางรังสีวิทยาพบความผิดปกติของปอด

คณะแพทย์จึงมีความเห็นให้ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย เนื่องจาก "ผลภาพรังสีทรวงอกผิดปกติ" ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศบัญชีแนบท้ายของกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ ประกอบกับประกาศโรงพยาบาลตำรวจ เรื่อง การกำหนดกรอบดุลพินิจพิจารณาและวินิจฉัยการตรวจร่างกาย ซึ่งได้มีการประกาศให้ผู้สมัครได้รับทราบโดยทั่วกันตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคร

ต่อมา นายวุฒิชัยฯ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ผลการตรวจร่างกาย โดยได้นำส่งเพียงภาพรังสีปอดที่ระบุว่าปกติมาแสดง (ไม่ใช่ซีทีสแกน) คณะแพทย์และผู้มีอำนาจพิจารณาจึงได้ร่วมกันพิจารณาข้อเท็จจริงอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และมีคำวินิจฉัย "ยืนยันผลการตรวจร่างกายตามเดิม" คือ ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กระบวนการคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความพร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดถือผลการตรวจ ณ วันที่กำหนดตรวจร่างกายเป็นหลัก เพื่อมาตรฐานความถูกต้องและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เข้ารับการตรวจร่างกายทุกรายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ในวันตรวจอย่างเท่าเทียมกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย ทุกประการ


>> นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์ก สนับสนุนไทยบรรลุ FTA ไทย–EU และการเข้าเป็นสมาชิก OECD

14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ เอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย เพื่ออำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับลักเซมเบิร์กในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การพัฒนา และความร่วมมือระหว่างประเทศ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป ภายในปี 2569 และการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้านเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์ก ย้ำว่าลักเซมเบิร์กพร้อมสนับสนุนการจัดทำเขตการค้าเสรีไทย-ยุโรป และการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยมองว่าการอยู่ภายใต้กฎระเบียบและหลักปฏิบัติเดียวกัน ช่วยสร้างมาตรฐานและส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย ทั้งนี้ ลักเซมเบิร์กยังมีความเชี่ยวชาญทางการเงิน และเห็นว่าตลาดทุนยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีโอกาสร่วมมือกัน

ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กยืนยันการเข้าร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้ โดยกระทรวงการคลังของทั้งสองประเทศจะลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านบริการทางการเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเงินระหว่างสองประเทศ


>> ตรวจพบ "โดรน บินข้ามแม่น้ำเมย ตกกลางไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน อ.แม่สอด สภาพการใช้งานที่สมบูรณ์ คาดเป็นของกองกำลังต่างชาติ

15.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ที่ 9 ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า พบอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินข้ามแม่น้ำเมยมาตกกลางไร่ข้าวโพดในฝั่งไทยใกล้กับสันยายหลู่ พื้นที่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ โดยเห็นโดรนตั้งแต่ตอนบินอยู่บนท้องฟ้า ปี และรีบใช้โทรศัพท์มือถือซูมขยายภาพโดรนดังกล่าว แต่ไม่พบเห็นระเบิดที่ติดมากับโดรน จนมาตกบริเวณไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน ห่างจากริมแม่น้ำเมยประมาณ 2 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบพบอากาศยานไร้คนขับดังกล่าวมีสภาพการใช้งานที่สมบูรณ์ มีเสาด้านข้าง และปีกครบ 6 เสามีกล้องที่ติดมากับโดรน พร้อมขาหนีบที่ใช้หนีบวัตถุระเบิด พบสัญลักษณ์พิมพ์ไว้ตัวโดรน คือ L-453 และปีกพิมพ์ตัวเลข 1-6 ครบ แต่ไม่พบวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร จึงนำโดรนดังกล่าวกลับไปตรวจสอบยังฐานปฏิบัติการต่อไป

สำหรับโดรนที่บินข้ามมาตกยังฝั่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่คาดว่า อาจเป็นโดรนของกองกำลังต่างชาติที่ใช้บินสำรวจพื้นที่การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายกองทัพกะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ (เคเอ็นแอลเอ) บริเวณบ้านมินละป่าน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับตำบลแม่กุ ส่วนสาเหตุที่ล้ำมาตกในเขตไทยเพราะไร้การควบคุมบังคับ


>> “นายสีหศักดิ์” เผยเหตุวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทูตจีนต้องสร้างความเข้าใจกฎระเบียบไทย ไม่ใช่ปกป้องฝ่ายจีนเพียงอย่างเดียว

15.10 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่างถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในสนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างนักท่องเที่ยวจีนกับเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนถูกกักไม่ให้ขึ้นเครื่อง หลังตามติดศิลปิน จนสร้างความเดือนร้อนให้ผู้โดยสารคนอื่่น และเจ้าหน้าที่ของไทยมีภาพออกมาว่าได้ทำการบูลลี่นักท่องเที่ยวจีน

นายสีหศักดิ์ กล่าว เราอยากให้การเดินทางมาถึงของพวกเขา มีความรู้สึกดีๆ ตั้งแต่เดินทางมาถึง ระหว่างที่อยู่ และเดินทางกลับ ตรงไหนที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองก็ต้องทำตามระเบียบเพราะมีระเบียบอยู่ แต่เราก็ควรอำนวยความสะดวกให้มีความราบรื่น ส่วนความเป็นไปได้ที่จะทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีนให้เข้าใจกับกฎระเบียบในประเทศไทยมากขึ้น นั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของทูตจีนประจำประเทศไทย เพราะเกิดขึ้นมาหลายกรณีที่มีกระแสในหมู่คนไทย ตนเคยบอกท่านทูตว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ต้องออกมาพูดชี้แจงไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ของฝ่ายจีนอย่างเดียว ต้องทำความเข้าใจ

“เพราะทูตอยู่ที่ประเทศไทยหน้าที่หลักคือส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งเสริมความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชน การแถลงต่างๆ ของท่านทูตต้องคำนึงถึงหน้าที่ ไม่ใช่ไปเพิ่มเติมในกระแสเหล่านี้ ซึ่งตนเรียนกับท่านทูตไปแล้ว ท่านก็เข้าใจ บางครั้งก็ออกมาปกป้อง แต่หน้าที่ของทูตจีนประจำประเทศไทย และทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน คือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน“


>> ตำรวจสนธิกำลังปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย ปิดล้อมกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบ จับกุมและควบคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ครบถ้วนแล้ว

15.19 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) ลงพื้นที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส บัญชาการปิดล้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยนำกำลังปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สวนปาล์ม ม.บ้านกูบู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569

ระหว่างปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องหาที่หลบซ่อนตัวภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การยิงปะทะกัน ผลการปฏิบัติวันนี้ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบเสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 2 ราย คือ 1.นายอับดุลมูคลีส อายุ 23 ปี มีหมายจับ 2 หมาย คดีลักทรัพย์และจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบดีเอ็นเอเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของอาวุธปืนตรวจยึดภายในขนำที่เกิดเหตุ 2.นายสะหมาน อายุ 34 ปี มีหมายจับ 2 หมายจับ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันลักทรัพย์

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 9 (ภ.9) เปิดเผยว่า ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมและควบคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดได้ครบถ้วนแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อคืนความสงบสุขและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างที่สุด


>> รถกระบะพลิกคว่ำลงข้างทาง ริมถนนหมายเลข 2065 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บหลายราย จ.ขอนแก่น

16.00 น. สมาคม วี.อาร์.กู้ภัยมิตรภาพเมืองพล รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ริมถนนสาย บ้านท่านางแนว - บ้านดอนหัน บริเวณหลัง อบต.ท่านางแนว ในพื้นที่ ตำบลท่านางแนว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะพลิกคว่ำลงข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 12 ราย เป็นผู้ชาย 3 ราย และผู้หญิง 9 ราย อาสาสมัครนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และ เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย


>> กรมทรัพยากรธรณี สำรวจหลุมยุบในขอนแก่น เผยสาเหตุจากโพรงใต้ดินและฝนตกหนักต่อเนื่อง

16.14 น. กรมทรัพยากรธรณี โดยสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 ตรวจสอบพื้นที่หลุมยุบ ที่ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น โดยลงพื้นที่ร่วมกับนายอำเภอภูผาม่าน ผู้แทนชุมชน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น และประชาชนในพื้นที่

ผลการตรวจสอบ พบหลุมยุบ จำนวน 7 หลุม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 5-8 เมตร ลึกประมาณ 3-5 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม

สาเหตุการเกิด หลุมยุบเกิดจากการเกิดโพรงใต้ดิน จากการละลายของน้ำตามรอยแตกของชั้นหินปูนที่วางตัวรองรับในพื้นที่ อายุมากกว่า 200 ล้านปี ที่ปิดทับด้วยตะกอนดินปัจจุบันที่มีความหนาประมาณ 5-6 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ชั้นดินที่ปิดทับอิ่มตัวด้วยน้ำจนเกิดการทรุดตัวของโพรงใต้ดิน กลายเป็นหลุมยุบดังกล่าว ซึ่งพบสัมพันธ์กับแนวโครงสร้างหลักที่เป็นรอยแตกในพื้นที่และจุดหลุมยุบเดิมที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่

กรมทรัพยากรธรณีได้ชี้แจงสาเหตุการเกิด และข้อเสนอแนะในการป้องกันระยะสั้นด้วยการฝังกลบหลุมตามหลักวิชาการ และกันพื้นที่เพื่อป้องกันประชาชนได้รับอันตราย แนวทางการดำเนินการในระยะยาว ต้องรอผลวิเคราะห์จากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ที่กำลังดำเนินการอยู่ นำมาประเมินร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัยหลุมยุบระดับต่างๆ ส่งมอบแก่พื้นที่ ในการวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป


>> เพลิงไหม้โกดัง ในพื้นที่ อำเภอหนองโดน เสียหายทั้งหลัง จังหวัดสระบุรี

16.30 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลหนองโดน ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้โกดัง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 บริเวณทางเข้าวัดหนองโดน ตำบลหนองโดน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ทำให้เปลวไฟและควันลุกปกคลุมในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ในเหตุการณ์ เบื้องต้น นายจักรกฤช ปิยะสุนทร นายกเทศมนตรีตำบลหนองโดน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารฯ ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาเทศบาล ได้ร่วมลงพื้นที่ เพื่อคอยประเมินสถานการณ์ ขณะที่รถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมดำเนินการ

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นอาคารโกดังหลังคาสูง เพลิงลุกไหม้ด้านใน เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำ ใช้ระยะเวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมและได้สงบลงในเวลาต่อม ตรวจสอบไฟไม่ลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียง ขณะเกิดเหตุ ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองโดน


>> ญาติรับศพหนุ่มกระบะตู้ทึบ เหยื่อยิงโหด แฟนสาวคลางแคลงใจ "เพื่อนสนิท" ลั่นทำได้ลงคอ

16.33 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ​นางสาวเอ (นามสมมุติ) เดินทางมารับร่าง นายทศพล อายุ 31 ปี แฟนหนุ่มขับกระบะตู้ทึบ ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดราษฎร์บำรุง ย่านหนองแขม โดยเธอมารู้สึกสังเกตเห็นความผิดปกติช่วงหัวค่ำเมื่อเห็นรถแฟนจอดเปิดกระจกอยู่ริมถนน จนกระทั่งออกไปตรวจสอบพร้อมรุ่นน้องและพบว่าแฟนถูกยิงเสียชีวิต จึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีการวางแผนและตั้งใจมาปลิดชีพอย่างแน่นอน

​ด้านสาเหตุ แฟนสาวปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของ "นายบอ" (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เริ่มร้าวฉานจากการที่นายบอ พยายามทำตัวเป็นผู้นำควบคุมกลุ่ม แต่นายทศพล ไม่ยอมก้มหัวให้

ประกอบกับ นายบอ มักขาดสติ และมีนิสัยนักเลงเมื่อดื่มสุรา ที่ผ่านมาแม้เคยโพสต์โต้ตอบและนัดเคลียร์ใจกันเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ จนกระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ซึ่งเธอยอมรับว่าทำใจไม่ได้และตั้งคำถามถึงความใจดำเลือดเย็นของเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำกันได้ลงคอ


>> บุกทลายรังเว็บพนันใหญ่แม่สอด เงินหมุนเวียนเฉลี่ยปีละ 360 ล้าน รวบแอดมินชาวเมียนมาคาของกลาง

17.12 น. ​ตำรวจไซเบอร์ (บก.สอท.4) นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอด เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก หลังสืบทราบว่าเป็นฐานที่ตั้งของเว็บไซต์พนันออนไลน์ ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 2 ปี ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม ผู้ชาย 1 ราย อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินดูแลระบบ พร้อมยึดของกลางประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และเราเตอร์อินเทอร์เน็ตได้หลายรายการ

​จากการตรวจสอบพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงบอล หวย บาคาร่า และสล็อต โดยมีฐานสมาชิกมากกว่า 3,0000 ราย และมียอดเงินหมุนเวียนสูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดต่อไป


>> พี่เขยฟัน น้องเมียเสียชีวิต ที่บ้านเสี้ยวใหญ่ จ.ชัยภูมิ ตร.คุมตัวผู้ก่อเหตุ ไปสอบสวนและดำเนินคดี

17.45 น. พ.ต.ท.สมชาย รัตนวิชัย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ว่ามีเหตุฆ่ากันตายเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ที่เกิดเห ตุพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ ถูกฟันเข้าบริเวณที่หัว 1 แผล และ คอ 1 แผล เลือดไหลนอง อยู่บริเวณข้างบ้านใต้ต้นมะม่วง ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 52 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน เบื้องต้นเป็นพี่เขย คือ นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี

จากการสอบถาม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินมารื้อของตนที่ตนกำลังจะทำเล้าไก่ อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ตนพยายามที่จะไล่ผู้เสียชีวิตให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ผู้เสียชีวิตนั้นยังรื้อคนและจะทำร้ายร่างกายตน ตนจึงเกิดความโมโห ใช้มีดฟันเข้าไปที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 ครั้ง แต่ผู้เสียชีวิตยังต่อสู้ ตนจึงฟันซ้ำเข้าไปอีก 1 ครั้ง จนกระทั้งล้มฟุบลงไปกองกับพื้น จนแน่นิ่งไป

จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตนเองนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่บริเวณพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุตนจึงรีบวิ่งมาดูเพื่อที่จะห้ามปาม แต่ไม่ทันการพบว่าผู้ก่อเหตุนั้นได้ฟันผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายแล้ว จนกระทั่งแน่นิ่งไปจนจึงรีบตกใจตะโกนเสียงหลง ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่ทันการ

ด้าน พ.ต.ท.สมชาย รัตนวิชัย สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชัยภูมิ ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมกับชุดสืบสวน และได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บลายนิ้วมือและเก็บร่องรอยบริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ให้ชุดสืบสวนควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตจะได้ส่งไปทำการชันสูตร ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป


>> รถกระบะพลิกคว่ำลงร่องกลาง ถนนสายวังทอง - สากเหล็ก บาดเจ็บ 2 และเสียชีวิต 1 ราย จ.พิษณุโลก

18.15 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยสากเหล็กการกุศลสงเคราะห์ มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักหมุนไปชนกับเสาไฟ แล้วลงข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนหมายเลข 11 เส้นทางวังทอง - สากเหล็ก ใกล้เคียงทางกลับรถ บ้านวัดตายมใต้ ม.8ต.วัดตายม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีเทา ลักษณะพลิกหงายท้อง อยู่ในร่องกลางถนน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถที่เกิดเหตุ ทางอาสาสมัคร ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดรถ และช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ออกจากตัวรถ โดยเป็นชาย 1 ราย คนขับบาดเจ็บเล็กน้อยสามารถออกมาจากตัวรถได้, รายที่2 เป็นผู้หญิง ติดภายในใช้อุปกรณ์ตัดทางช่วยเหลือออกมาได้ผู้ได้รับบาดเจ็บรู้สึกตัวดี นำส่ง รพ.บางกระทุ่ม ส่วนรายที่ 3 ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินกุ่ม

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม