วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 10:06 น.
สบอ.3 เผยผลชันสูตร "ลูกช้างป่าจิ๋วไทรโยค" พบอวัยวะภายในผิดปกติ เร่งส่งตรวจแล็บหาสาเหตุ พร้อมทำพิธีและกลบร่างตามหลักวิชาการ
เมื่อวันที่ 4 ส.ค.69 ที่ผ่านมา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และอุทยานแห่งชาติไทรโยค รายงานความคืบหน้ากรณีการดูแล "จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลง ซึ่งได้เดินทางกลับดาวอย่างสงบ
โดยเมื่อเวลา 09.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดพิธีทางศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดบังสุกุลและทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค ได้เข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตรวจทางสัตวแพทย์
ต่อมาช่วงเวลา 12.00 - 16.00 น. ทีมสัตวแพทย์ นำโดย สพ.ญ.เปมิกา แก่นจันทร์ และ น.สพ.ชนะศักดิ์ จิตตวะนา สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อ.ไทรโยค ร่วมกับ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้ร่วมกันชันสูตร ณ โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน
ผลการตรวจเบื้องต้นพบความผิดปกติของอวัยวะภายใน เช่น สะดือยังปิดไม่สนิท ตับขอบมนเนื้อแข็งกว่าปกติ ม้ามสีไม่สม่ำเสมอ ลิ้นเป็นแผล เยื่อหุ้มหัวใจสีเหลือง ไตนิ่มเหลวมีปื้นผิดปกติ รวมถึงระบบทางเดินอาหารมีสีผิดปกติ ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ ม.มหิดล และ ม.เกษตรศาสตร์ (กำแพงแสน) เพื่อเพาะเชื้อและตรวจจุลพยาธิวิทยา คาดรู้ผลชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์
นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทดูแลน้องอย่างเต็มที่นับตั้งแต่วันแรกที่พบตัว แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียใจ แต่กรมอุทยานฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อหาข้อเท็จจริงและใช้เป็นแนวทางดูแลสัตว์ป่าพลัดหลงในอนาคต
กระทั่งเวลา 16.00 - 17.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ นำโดย ผอ.สบอ.3 ร่วมกับ นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตำรวจ และสัตวแพทย์ ได้ร่วมพิธีกลบร่างลูกช้างป่าตามหลักวิชาการ ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยขุดหลุม โรยปูนขาวเพื่อสุขอนามัย และพูนดินพร้อมร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งกรมอุทยานฯ จะรายงานสรุปผลตรวจแล็บให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป
ขอบคุณทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่มอบความรักและการดูแลแก่น้องจิ๋วไทรโยคจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย




13 ตุลาคม 2569
13 ตุลาคม 2569