หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 สิงหาคม 2569

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 สิงหาคม 2569


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยเจริญกรุง 77 ห้องโถงเก็บของเสียหายวอด

07.31 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเจริญกรุง 77 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ห้องโถงเก็บของ เพลิงลุกไหม้เสียหายคอมพิวเตอร์ โต๊ะ ลุกลามกองผ้าและกองกระดาษ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจวรที่ปลั๊กต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา


>> รัฐบาลเปิดทางตั้ง “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ทั่วประเทศ ราชกิจจาฯ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

08.56 น. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรมกิจการผู้สูงอายุ เรื่องการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในระดับชุมชน

สำหรับประกาศฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนต่างๆ สามารถจัดตั้ง “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ได้ง่ายและมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยสามารถออกแบบโรงเรียนผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้สูงวัย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคม อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพ และคุ้มครองสิทธิของผู้สูงวัย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุว่า จะเริ่มจากการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่ จากนั้นตั้งคณะทำงานขึ้นมากำหนดแผนงาน และออกแบบกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการของคนในชุมชน เช่น การดูแลสุขภาพ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การสร้างรายได้เสริม และการทำกิจกรรมร่วมกับสังคม 
ทั้งนี้ หากหน่วยงานภาคเอกชน องค์กรชุมชน หรือท้องถิ่นใด สนใจขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวนี้ สามารถใช้ประกาศฉบับใหม่นี้ เป็นฐานอ้างอิงในการจัดตั้งและดำเนินงานได้ทันทีทั่วประเทศ


>> คนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงสำนักงานสรรพสามิตปัตตานี สาขามายอ ประชาชนบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและติดตามผู้ก่อเหตุ

11.40 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ สำนักงานสรรพสามิตปัตตานี สาขามายอ หมู่ที่ 5 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้ นาง นุรหายาตี (สงวนนามสกุล) ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอาคารสำนักงานได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้จับกุมผู้ต้องหาคดีจำหน่ายบุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ก่อนนำตัวมายังสำนักงานสรรพสามิตปัตตานี สาขามายอ เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย กระทั่งภายหลังเดินทางมาถึงสำนักงานประมาณ 10 นาที มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณหน้าสำนักงาน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในอาคาร แล้วหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่ ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป


>> นายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี ชี้ 3 แนวทางนำอาเซียนสู่อนาคตที่เข้มแข็งร่วมกัน

11.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ณ ห้อง Nusantara Hall สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เสนอให้อาเซียนเดินหน้าบน 3 แนวทาง เพื่อให้สามารถรับมือความท้าทายของโลก รักษาบทบาทนำของภูมิภาค และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยมที่เข้มแข็ง 2) การสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมรับความผันผวน 3) การทำให้อาเซียนมีความหมายต่อชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นายกฯ ย้ำว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายที่เชื่อมโยงกันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง จึงไม่อาจแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง โดย “ความท้าทายระดับภูมิภาค จำเป็นต้องอาศัยคำตอบในระดับภูมิภาค”


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 2 รายกลางถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร

12.45 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร มีบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ในช่องทางคู่ขนาน ก่อนถึงทางเข้าวัดราษฎร์รังสรรค์ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสสคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน เพชรบุรี ลักษณะชนกับ รถกระบะ นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร


>> สาว 36 ร้อง “สายไหมต้องรอด” หลังดูดไขมันเฉียดแสน หน้าท้องเป็นร่อง-ผังผืด หมอยืนยันว่างานได้มาตรฐาน

13.52 น. หญิงวัย 36 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังเข้ารับการดูดไขมันและทำกล้ามท้องกับคลินิกแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว จากเดิมตกลงค่าบริการ 39,999 บาท แต่เมื่อขึ้นเตียงผ่าตัดกลับถูกแจ้งให้จ่ายเพิ่มเป็น 70,000 บาท อ้างเพื่อให้ผลลัพธ์สวยสมบูรณ์ จึงยอมชำระเงินด้วยความจำใจ ก่อนพบว่าหลังผ่าตัดหน้าท้องเป็นร่อง เบี้ยว เกิดผังผืดและก้อนแข็งผิดรูป ขณะที่แพทย์จากโรงพยาบาลอื่นประเมินว่าหากต้องการแก้ไขจะมีค่าใช้จ่ายกว่า 300,000 บาท

ผู้เสียหายระบุว่า เมื่อกลับไปทวงถามความรับผิดชอบ แพทย์เจ้าของไข้ยืนยันว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจ พร้อมปฏิเสธชดใช้ค่าเสียหาย โดยอ้างว่าผู้เสียหายได้ลงนามยินยอมก่อนรักษาแล้ว ปัจจุบันผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเผยว่าปัญหาดังกล่าวทำให้สูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าโชว์รูปร่าง และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนัก จึงเรียกร้องให้คลินิกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไขทั้งหมด


>> ญาติเศร้ารับ 3 ศพเหยื่อฆ่าฝังดินชลบุรี แค้นจัดตะโกนสาปแช่ง "ป๋อง" โหดเกินคน-จี้ประหารสถานเดียว

13.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ​บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะครอบครัวเดินทางมารับร่าง 3 พ่อแม่ลูก เหยื่อคดีฆ่าฝังดินที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) โดยมีกำหนดสวดอภิธรรม 3-4 คืน และฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้

ทั้งนี้ หลานชายผู้เสียชีวิตเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และย้ำว่าสติปัญญาหรือพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะนายป๋องที่เพิ่งพ้นโทษได้ 2 เดือนแล้วมาก่อเหตุซ้ำอย่างโหดเหี้ยม เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะให้อภัยได้ จึงต้องการให้ได้รับโทษประหารชีวิตเท่านั้น

​นอกจากนี้ หลานชายยังเล่าถึงวินาทีเผชิญหน้ากับนายป๋องขณะฝากขังว่า ได้ตะโกนใส่หน้าว่า "โดนประหารแน่" ซึ่งนายป๋องทำเพียงมองค้อนกลับมา ส่วนผู้ต้องหารายอื่นยกมือขอโทษ ทั้งนี้ ครอบครัวยังได้สะท้อนความรู้สึกถึงการทำงานของตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ในช่วงแรกที่ละเลยไม่เร่งติดตามเรื่องตั้งแต่รับแจ้งคนหายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม จนเกิดเหตุบานปลาย แต่ปัจจุบันได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้วและไม่ติดใจเอาความ โดยก่อนเดินทางกลับ ญาติได้เอ่ยปากบอกวิญญาณผู้เสียชีวิตด้วยความอาลัยว่า "วันนี้ตั้งใจมารับกลับบ้านเรานะ"


>> ศาลพิพากษา ยกฟ้อง "แอม ไซยาไนด์" คดีวางยาเพื่อนสนิทล้างหนี้ เหตุพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

14.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ 6 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ หรือแอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ คดีนี้โจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 จำเลยได้ใส่สารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารพิษลงในอาหารให้ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ ทราย กินจนเสียชีวิตภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เพื่อล้มล้างหนี้สินจากผู้ตาย คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยกับผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยเล่นแชร์วงเดียวกัน และจำเลยได้กู้ยืมเงินจากผู้ตายจำนวนหนึ่ง โดยผู้ตายเป็นคนมีฐานะพักอยู่ที่ประเทศแคนาดา มีอาคารพาณิชย์ย่าน อ.สามพราน จ.นครปฐมให้เช่า และให้จำเลยเป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ จากข้อเท็จจริงจำเลยติดพนันออนไลน์เสียเงินกว่า 30 ล้านบาท วันเกิดเหตุผู้ตายเดินทางกลับจากประเทศแคนาดา มีจำเลยและเพื่อนคนอื่นๆ ไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างทางได้แวะรับประทานข้าวต้มก่อนเข้าพักที่คอนโดฯ ของผู้ตาย

ต่อมาผู้ตายได้เสียชีวิต จากการชันสูตรพลิกศพแพทย์ผู้ตรวจระบุว่า เสียชีวิตจากระบบหัวใจล้มเหลว หรืออาจจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัว แต่ไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากการรับสารพิษไซยาไนด์ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อสงสัยหลายประการตามสมควร การที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยต้องพิจารณาจากรูปคดีและพยานหลักฐานเป็นหลัก ซึ่งคดีนี้ไม่มีพยานหลักฐานโจทก์มาเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือกระทำ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

ก่อนหน้านี้ศาลอาญาพิพากษาคดีนางสรารัตน์ มาแล้ว 5 คดี พิพากษาประหารชีวิต 1 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี พิพากษายกฟ้อง 2 คดี เมื่อรวมคดียกฟ้องวันนี้อีก 1 คดี เป็นยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมดที่อัยการยื่นฟ้องแอม ทั้งหมด 15 คดี เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่นอีก 1 คดี


>> บรรจุร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ เตรียมกลับประเทศไทย รอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ

15.00 น. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา แจ้งว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยอาสาสมัครชาวไทยในจอร์เจีย และผู้แทนบริษัทผู้รับขนส่ง ได้ร่วมตรวจสอบการบรรจุร่างของนายบวรทัต เป็งสุข หรือคุณ ‘ฮลุน โซโล่’ เพื่อเตรียมการขนส่งกลับประเทศไทย โดยได้แจ้งกำหนดการส่งร่างกลับแก่ญาติและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบโดยตรงแล้ว

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ รวมถึงการส่งคืนสิ่งของส่วนตัวจากทางการจอร์เจียอย่างใกล้ชิดต่อไป


>> เหตุหลุมยุบขนาดใหญ่ บ้านวังเจริญ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ

15.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุแผ่นดินยุบตัวภายในพื้นที่บ้านวังเจริญ หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยม่วง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ทันที ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ต่างเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ นายประจวบ จิตคุ้ม ปลัดอาวุโสอำเภอภูผาม่าน พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อสำรวจขนาดของการยุบตัว ประเมินความเสี่ยง และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการยุบตัวได้ โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินผลกระทบในระยะต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ หากพบร่องรอยการทรุดตัวของพื้นดิน รอยแตกร้าว หรือความผิดปกติในพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้รีบแจ้งผู้นำชุมชน หรือหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการป้องกันก่อนเกิดอันตราย "เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งข้อมูลความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ จนกว่าจะมีการตรวจสอบและยืนยันว่าพื้นที่มีความปลอดภัย"


>> รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ ขบ. เกาะติดคดีข้อมูลรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพโทรแอบอ้าง ย้ำชัดข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้

15.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ ณ อาคาร 9 (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ) กรมการขนส่งทางบก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลบนสื่อออนไลน์ โดยมี นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทีม ThaiCERT จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เข้าร่วมรายงานความคืบหน้า

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบร่องรอยและเบาะแสของการกระทำความผิดแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง โดยทีม ThaiCERT ได้เข้ามาประจำการ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อร่วมกันรวบรวมข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) อย่างเป็นระบบ รวมถึงแกะรอยระบบ API และหน่วยงานที่มีการเชื่อมโยงข้อมูล

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำในประเด็นสำคัญ โดยกำชับให้ตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และ ThaiCERT ดำเนินการสืบสวนและหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้ยกระดับการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีความถี่มากขึ้น รวมถึงให้เร่งจัดทำแผนป้องกันการเกิดเหตุในอนาคตเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีโดยด่วน

กรมการขนส่งทางบกชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มากถึง 63 หน่วยงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการภาครัฐแก่ประชาชน โดยขอยืนยันว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นแม้จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมอื่นได้แต่อย่างใด และขอเตือนว่าผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ จะมีความผิดตามกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด


>> คนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองในห้างฯ อำเภอเชียงของ กวาดทองคำรูปพรรณมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ตำรวจเร่งล่าตัว

16.00 น. เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน โดย 1 คนสวมเสื้อสีดำ และอีก 1 คนสวมเสื้อสีแดง ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. บุกเข้าไปข่มขู่พนักงานภายในร้าน ก่อนกวาดสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำใส่กระเป๋าเป้ 2 ใบ แล้วหลบหนีออกจากห้างอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุ คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขง ก่อนทิ้งรถไว้บริเวณชายฝั่ง เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจใช้เรือข้ามไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อหลบหนีการติดตาม

จากการตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกชิง พบว่าเป็น สร้อยคอทองคำหนักรวม 64 บาท และสร้อยข้อมือทองคำหนักรวม 120 บาท รวมทองคำรูปพรรณทั้งหมด 184 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,036,400 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ได้ระดมกำลังติดตามผู้ก่อเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> เพื่อนบุกแทงคอเจ้าของบ้าน ผิดใจเรื่องหญิง กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจ เพื่อยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล จ.นนทบุรี

18.30 น. พ.ต.อ.ชยชัย นาธนกาญจน์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งมีเหตุมีชายถูกทำร้ายร่างกายและถูกแทง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านหลังหนึ่ง ย่านซอยเรวดี 49 ในพื้นที่ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น บริเวณภายในรั้ว พบร่างของ ชายไทย อายุ 34 ปี สภาพนอนหงายอยู่กับพื้นสวมกางเกงขายาวไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกแทงคอซ้าย 1 แผล ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงได้ประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าร่วมตรวจสอบ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิต ถูกนายสอ (นามสมมุติ) คนก่อเหตุ บุกมาใช้อาวุธแทงถึงบ้านพัก โดยหลังก่อเหตุนายสอ ได้หลบหนีไปหลบหนีไปพร้อมกับ น.ส.พอ (นามสมมุติ) แฟนสาว โดยใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน

สอบถาม ชายไทย อายุ 31 ปี คนเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนนอนอยู่ เห็นคนแทงเดินเข้ามาหาผู้เสียชีวิต เมื่อมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้าต่อย ก่อนจะใช้มีดแทงใส่ซึ่งตอนเกิดเหตุการณ์ตนยังคิดว่าเขาสองคนเล่นกันเพราะเขาเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่เขาเคยมีเรื่องทะเลาะกันผู้หญิง ตนก็พยายามเข้าไปห้าม แต่คนแทงวิ่งหลบหนีออกไปกับเมีย ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดทะเลาะกันเป็นเรื่องอะไรนั้นตนไม่รู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเร่งติดตามแกะรอย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี


>> 1 ใน 6 คนร้าย ยิงชุดสืบสวน สภ.ตากใบ เสียชีวิต ยอมมอบตัวแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมกดดันต่อเนื่อง

18.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าจากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต จำนวน 2 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดล้อมสวนปาล์มขนาดใหญ่ ด้านหลัง อบต.ไพรวัน ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายใช้หลบซ่อนตัว

ล่าสุดวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระชับวงล้อมและกดดันอย่างหนัก พร้อมยิงสุ่มเข้าใส่จุดต้องสงสัยในป่ารกทึบ จนกระทั่งคนร้ายส่งเสียงตะโกนขอมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ออกมาในที่โล่งก่อนเข้าควบคุมตัวอย่างระมัดระวัง พร้อมรายงานให้ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส รับทราบ และนำตัวส่งศูนย์ซักถามในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสทันที

ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า คนร้ายคนดังกล่าวได้ออกมามอบตัว เป็น 1 ใน 6 คนร้าย ที่เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าได้มาร่วมหลบซ่อนตัวในสวนปาล์มหรือไม่ แต่ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าในส่วนเพื่อนสมาชิกในกลุ่มได้แยกย้ายกันหลบหนีเจ้าหน้าที่ไปคนละทิศละทาง โดยสมาชิกในกลุ่มถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

ขณะที่ตนเองและเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ได้หลบหนีลงมาจากเทือกเขาเมาะแต หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ขึ้นไปกดดันไล่ล่าบนเทือกเขา หลังร่วมก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี พื้นที่ อ.ระแงะ และแฝงตัวอาศัยอยู่ในขนำ จนกระทั่งพบตำรวจ สภ.ตากใบ คิดว่าจะบุกมาจับกุมตัว จึงยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ


>> อุกอาจ คนร้ายลอบวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ใน อ.จะแนะ เคราะห์ดีไร้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

18.45 น. กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ บริเวณพื้นที่ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมดำเนินการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างรอบด้าน หากมีความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติม กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะแจ้งให้ทราบต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่เมืองปาย

18.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.9 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> นายกเทศมนตรีสุไหงโก-ลก ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหาย – เยียวยาอย่างเร่งด่วน หลังพื้นที่ประสบภัยฝนตก ลมกระโชกแรง

20.32 น. นางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนภายหลังเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชุมชนหลังด่าน ชุมชนบือเร็ง และชุมชนเจริญเขต ซอย 16 และซอย 19 ได้รับความเสียหาย

นายกเทศมนตรีฯ ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รับฟังปัญหาและความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกจะเร่งส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามระเบียบราชการอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

นางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ กล่าวว่า เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอันดับแรก เมื่อเกิดเหตุความเดือดร้อนจะต้องเข้าถึงพื้นที่โดยเร็ว เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะไม่ถูกทอดทิ้งในยามเกิดภัยพิบัติ


>> หนุ่มวัย 31 ปีถูกยิงคารถกระบะ บาดเจ็บสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ. ตร.เร่งสอบสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

20.46 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตรวจสอบเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด อยู่ภายในรถกระบะ ซอยเพชรเกษม 77 แยก 3-2 ในพื้นที่ เขตหนองแขม กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตู้ทึบ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ชิดไหล่ทาง และที่พื้นถนน พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก

ตรวจสอบภายในรถ พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ลักษณะถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด บาดเจ็บที่บริเวณแก้มขวา เจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งนำร่างออกมาทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งส่งโรงพยาบาลวิชัยเวชหนองแขม และทราบว่า ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ นายทศพล อายุ 31 ปี

สอบถาม นายเอ (นามสมมุตร )พยาน กล่าวว่า ตนเป็นญาติกับผู้ตาย โดยแฟนสาวของผู้ตายได้โทรศัพท์มาหา แล้วแจ้งว่า เห็นรถนายทศพล จอดอยู่ในลักษณะผิดสังเกต ให้ตนช่วยออกมาดู เมื่อตน ขี่จยย.มาถึงที่เกิดเหตุ พบว่า กระจกฝั่งคนขับลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนนายทศพลนั่งก้มหน้าอยู่ในรถ โดยมีแผลที่แก้มฝั่งขวา มีเลือดไหลออกมามาก ตนจึงแจ้งตำรวจและรถพยาบาลเข้าช่วยเหลือ ตนไม่ทราบเลยว่า นายทศพล มีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครหรือไม่

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองแขม อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


>> คุมตัว “หนุ่มหัวร้อน ถ่มน้ำลายใส่รถหรู” ส่งฟ้องศาล เจ้าตัวซึม รับอารมณ์ชั่ววูบ

21.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุถ่มน้ำลายและใช้เท้าถีบทำลายรถยนต์หรู หลังสาวผู้เสียหายขับรถออกจากร้านอาหารในพื้นที่อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ก่อนพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่ส่ายไปมากลางถนน จึงบีบแตร 1 ครั้งเพื่อขอทางแซง แต่กลับทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ขี่รถประกบ ด่าทอ ถ่มน้ำลายใส่ ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็ว จนเจ้าตัวต้องยอมจำนนเข้ามอบตัว

ล่าสุด ชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์” จากกรณีทำลายกระจกมองข้างรถยนต์ โดยผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเข้ามอบตัว ก่อเหตุทำลายรถของผู้เสียหายจริง โดยอ้างว่าเกิดจากการโต้เถียงกันบนท้องถนน และเป็นการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ

หลังสอบปากคำเสร็จ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวหนุ่มหัวร้อนรายนี้ ส่งฟ้องต่อศาลแขวงนครปฐม ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดี โดยเจ้าตัวไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ก่อนถูกนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปยังศาลทันที


>> แผ่นดินไหว ที่ สปป.ลาว    

02.54 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 7 กม. ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 70 กม. ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม