หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า แก๊งมิจฉาชีพปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกไปทำงานญี่ปุ่น สูญเงินกว่า 2.96 แสนบาท

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 11:21 น.


​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายกิ(นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง

โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชนเป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ฯ ”โดยจับกุมได้ บริเวณริมถนนกำแพงเพชร  เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ

​พฤติการณ์ ผู้เสียหายได้พบประกาศรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานประเทศญี่ปุ่น ผ่านเฟซบุ๊ก จึงติดต่อสอบถามรายละเอียด โดยกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจจัดหางานพร้อมส่งข้อมูลการสมัคร และขั้นตอนการเดินทางไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อถือและสมัครเดินทางไปทำงานพร้อมแฟนหนุ่ม ก่อนแจ้งให้ผู้เสียหายชำระค่าจองตำแหน่งงานคนละ 3,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินจำนวน 2 ครั้ง รวม 6,000 บาท หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และผลตรวจสุขภาพผ่านเรียบร้อย แต่จำเป็นต้องชำระค่าดำเนินการเพิ่มเติม คนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายโอนเพิ่มอีก รวม 60,000 บาท ต่อมากลุ่มมิจฉาชีพแจ้งว่าการดำเนินการขอวีซ่าผ่านแล้ว พร้อม

ส่งเอกสารในรูปแบบออนไลน์มาแสดง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติมอีกคนละ 35,000 บาท ผู้เสียหายโอน รวม 70,000 บาท ยังไม่เพียงเท่านั้นยังอ้างว่าต้องสำรองค่าประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ ตามข้อกำหนดของทางการญี่ปุ่น คนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มอีก 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 60,000 บาท ภายหลังกลุ่มมิจฉาชีพยังอ้างว่าผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศจำเป็นต้องมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีจำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้ตรวจสอบฐานะทางการเงิน ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สามารถหาเงินได้ตามจำนวนดังกล่าว แต่สามารถจัดหาได้เพียง 100,000 บาท กลุ่มมิจฉาชีพจึงให้โอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนด ซึ่งแฟนของผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 100,000 บาท รวมมูลค่า 296,000 บาท หลังได้รับเงินแล้วกลับอ้างว่าผู้เสียหายดำเนินการผิดขั้นตอน เนื่องจากเอกสารบันทึกช่วยจำไม่ถูกต้อง เรียกร้องให้โอนเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท เพื่อแก้ไขรายการ ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกตจึงแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการสมัคร และขอรับเงินคืน แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถยกเลิกได้ ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะตัดการติดต่อทั้งหมด​ผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบริษัทจัดหางานตัวจริง จึงทราบว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสมัครดังกล่าว และเชื่อว่ามีผู้ไม่หวังดีนำชื่อบริษัทไปแอบอ้าง เพื่อหลอกลวงประชาชน

​ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนจับผู้ต้องหาได้สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้สมัครหางานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ก่อนมีผู้ชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารในประเทศกัมพูชา แลกกับค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท จากนั้นได้ส่งมอบบัญชีธนาคารพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ว่าจ้าง 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม