หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569


>> รัฐบาล เร่งสอบเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปต่างประเทศ งัดข้อกฎหมายเตือนคนไทย อย่าตกเป็นเหยื่อซ้ำรอย

07.21 น. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากในจังหวัดเชียงรายถูกบริษัทจัดหางานหลอกไปทำงานที่ประเทศไอร์แลนด์ และต้องสูญเงินจำนวนมากว่า ล่าสุด รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด และดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างหลอกลวงแรงงานไปทำงานในต่างประเทศแล้ว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อคำชวนเชื่อผ่านโซเชียล หรือบริษัทที่อ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ โดยการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะมีเพียง 5 วิธีเท่านั้น คือ บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งแรงงานไปทำงาน กรมการจัดหางานจัดส่งไปเอง แรงงานเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศ และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ย้ำเพิ่มเติมว่า ผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยลักลอบออกนอกราชอาณาจักร หรือผ่านช่องทางธรรมชาติ นอกจากจะเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์แล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก สาววารินฯ เสียชีวิตที่ จ.ระยอง

08.35น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิกู้ภัยอำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนหมายเลข 3013 ใกล้เคียงศูนย์การค้า ในพื้นที่ มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 10ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน อุบลราชธานี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา ชาววารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง


>> ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ วันเดียวจับได้ 156 ราย 1 เดือน ทลายกว่า 83 เครือข่าย ยึดยาบ้ากว่า 22 ล้านเม็ด ไอซ์ กว่า 357 กก.

10.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาลโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการปิดล้อมตรวจค้นกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด พร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อดำเนินการจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2569

ทลาย 83 เครือข่าย จับกุม 1,147 คดี ผู้ต้องหา 1,156 ราย ยึดยาบ้ากว่า 22,419,093 เม็ด ไอซ์ 357.286 กิโลกรัม คีตามีน 3.916 กิโลกรัม ยาอี 207 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก ยึดทรัพย์ 10,384,156 บาท พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่ เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก

ในวันนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 132 จุด ครอบคลุม 43 เครือข่าย จับกุมคดียาเสพติด 154 คดี จับกุมผู้ต้องหา 156 คน จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 6 หมาย

ตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 5,099 เม็ด ไอซ์ 1.428 กิโลกรัม คีตามีน 0.117 กิโลกรัม อาวุธปืน 1 กระบอก ตรวจยึดเงินสด 63,000 บาท อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 753,208 บาท


>> ลำน้ำลาว - ลำน้ำกรณ์ ล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย กระทบประชาชน 50 ครัวเรือน

11.45 น. สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงรายยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำลาวบริเวณขัวร่องขุ่นหล่ายลาว บ้านร่องขุ่น อำเภอเมืองเชียงราย วัดได้ 4.69 เมตร มีอัตราการไหล 209 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมฝั่งในตำบลป่าอ้อดอนชัย

เบื้องต้น บ้านร่องขุ่น หมู่ที่ 1 ซึ่งอยู่ติดลำน้ำลาว มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน จำนวน 10 ครัวเรือน และคาดว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่บ้านสันสลี หมู่ที่ 5 ซึ่งอยู่ติดลำน้ำกรณ์ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบอีก 40 ครัวเรือน รวมได้รับผลกระทบเบื้องต้น 50 ครัวเรือน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินความเสียหาย

นายศิริมงคล คำดี นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย เปิดเผยว่า เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำกรณ์เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะที่น้ำลาวบริเวณหลังตลาดร่องขุ่นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำ เทศบาลตำบลป่าอ้อดอนชัยได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเตรียมกระสอบทรายและถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

ทั้งนี้ ระดับน้ำลาวที่จุดวัดระดับน้ำโป่งฟูเฟืองเริ่มลดลงแล้ว คาดว่าหากมวลน้ำจำนวนสูงสุดไหลผ่านพื้นที่แห่งนี้ สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย บูรณาการร่วมกับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีแนวโน้มที่ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นได้อีกในหลายพื้นที่


>> เพลิงไหม้รถยนต์ บนถนน M 6 คนขับสังเกตเครื่องยนต์ผิดปกติ รีบจอดแล้ววิ่งออกจากรถ รอดหวุดหวิด

13.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 178+800 บนถนนมอเตอร์เวย์ M 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จึงวิทยุสื่อสารประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงของเทศบาลตำบล (ทต.) ขามทะเลสอ ให้รีบไประงับเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ตอนที่ 39 ช่วงขาเข้าเมืองนครราชสีมา พื้นที่รอยต่อ ต.โป่งแดง-ต.ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ บริเวณหน้ารถกระบะ สีเทา ป้ายทะเบียน นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และกรมทางหลวง รวมทั้งหน่วยกู้ภัย ได้ปิดกั้นเส้นทางจราจร เพื่อป้องกันอันตราย และอำนวยความสะดวก ให้เจ้าหน้าดับเพลิงฉีดน้ำใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด

จากการสอบสวน ผู้ขับขี่รถยนต์ ระบุว่า ได้ขับรถซึ่งใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลออกมาจากเขาใหญ่ อ.ปากช่อง มุ่งหน้าไปทำธุระในตัวเมืองนครราชสีมา ขณะรถแล่นโดยใช้ความเร็วตามปกติ สังเกตไฟโชว์รูปแบตเตอรี่ และเครื่องยนต์สะดุด จึงได้ประคองรถเข้าไหล่ทาง หลังจากนั้นมีกลุ่มควันจากฝากระโปรง จึงรีบลงจากรถ ไม่กี่อึดใจเปลวเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นคาดสาเหตุ กระแสไฟลัดวงจร


>> บุกช่วย นศ.ปี 2 ถูกแก๊งคอลฯ จัดฉากให้ขังตัวเองในหอพัก สั่งให้โทรหลอกที่บ้านโอน 5 หมื่น อ้างไปดูงานนอก

14.09 น. พ.ต.ท.สุวันชัย สีทา รอง ผกก.สืบสวน สภ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม นำกำลังเข้าช่วยเหลือนักศึกษาชาย ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม หลังถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่

เหตุเกิดที่หอพักรายวันแห่งหนึ่งใน ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย พบตัว นส.เอ (นามสมมติ) อยู่ในห้องพักเพียงลำพัง ปลอดภัยดี ยังไม่ได้มีการโอนเงินแต่อย่างใด

จากการสอบถาม ทราบว่า มีโทรศัพท์อ้างเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ โทรมาบอกว่ามีคนนำข้อมูลส่วนตัวของน้องไปเปิดใช้เบอร์โทร และมีการทำธุรกรรมผิดปกติ ก่อนจะโอนสายไปให้คุยกับบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แห่งหนึ่งในภาคอีสาน

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ให้แอดไลน์ วิดีโอคอล และส่งเอกสารที่มีตราสัญลักษณ์ราชการปลอมมาให้ดู ทำให้น้องหลงเชื่อ คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง จึงยอมทำตามคำสั่งให้ย้ายออกจากที่พักเดิม ไปเปิดหอพักรายวันอยู่คนเดียว และห้ามบอกใคร พร้อมสั่งให้แชร์หน้าจอโทรศัพท์ตลอดเวลา

ต่อมาได้สั่งให้น้องโทรไปหาผู้ปกครอง เพื่อขอให้โอนเงินจำนวน 50,000 บาท โดยให้พูดตามบทที่เตรียมไว้ อ้างว่ามหาวิทยาลัยมีโครงการพาไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ต้องใช้ทำเอกสารเดินทาง

แต่ทางครอบครัว เห็นผิดสังเกต เพราะปกติไม่เคยขอเงินก้อนใหญ่ และจู่ๆ ก็ติดต่อไม่ได้ หายตัวไปเกือบ 24 ชั่วโมง จึงแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษา และเข้าแจ้งความที่ สภ.กันทรวิชัย จนเจ้าหน้าที่ช่วยกันแกะรอยและเข้าช่วยเหลือได้ทัน

นส.เอ เล่าว่า ตอนนั้นมีเงินในบัญชีแค่ 1,300 บาท และที่ยอมทำตามเพราะคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ เลยอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่โชคดีที่ทางบ้านยังไม่ได้โอนเงินให้


>> กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงกรณีข่าวการจำกัดรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาป ย้ำเป็นเพียงขั้นตอน "รับฟังความคิดเห็น" ในหลักการเพื่อวางกรอบอนาคต

14.38 น. นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีงกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับแนวทางของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในการจำกัดการใช้งานรถยนต์รับจ้างสามล้อ (รถตุ๊กตุ๊ก) ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงวิ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานครชั้นใน ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเชิงหลักการ เท่านั้น หากในอนาคตมีการตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปภายในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดในเชิงปฏิบัติ และยังไม่ได้มีการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแต่อย่างใด เป็นเพียงการวางกรอบระยะเวลาล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม หากมีการปรับใช้ในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งให้บริการใน กทม. ส่วนใหญ่เป็นรถระบบเครื่องยนต์สันดาปที่มีอายุการใช้งานสูงตั้งแต่ 10 ปี ไปจนถึงกว่า 50 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยและมลพิษ

ทั้งนี้ จากเอกสาร บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างกฎกระทรวงฯ ระบุว่า เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญระดับชาติ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระอารามหลวง และโบราณสถานสำคัญ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสำหรับรถสามล้อรับจ้างที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อลดและจัดระเบียบมลพิษทางอากาศและมลภาวะทางเสียง ให้เกิดความเหมาะสมต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวในระยะยาว


>> ก.พลังงาน ยืนยัน ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอรับความผันผวนตะวันออกกลาง พร้อมใช้ทุกมาตรการเพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน

15.24 น. นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างหนักจากปัจจัยการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งราคาซื้อขายเดือนกรกฎาคมสูงขึ้นกว่าเดือนมิถุนายนเฉลี่ย 7-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-12 ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG นำเข้าก็ปรับเพิ่มจากประมาณ 11 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 18-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 60 จากความเสี่ยงด้านอุปทานที่ต้องพึ่งพาเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซและแนวโน้มการใช้ที่เพิ่มขึ้นในฤดูหนาว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานขอย้ำว่าไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน โดยมีปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพียงพอต่อการใช้ในประเทศถึง 101 วัน พร้อมเตรียมมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยด้านน้ำมันยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่น เพื่อรักษาราคาขายปลีกภายในประเทศ

ส่วนด้าน LNG นำเข้าที่ส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้านั้น จะใช้การบริหารจัดการด้วยการจัดหาก๊าซในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระยะสั้นและจาก สปป.ลาว รวมถึงเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อลดการนำเข้า LNG ให้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ได้มากที่สุด


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย

15.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว 4.6 ความลึก 10 กม. บริเวณทาง ตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 710 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ตำรวจรวบ “ป๋อง-ธง” ผู้ต้องสงสัยฆาตกรรม พี่น้องชาวรัสเซีย

16.45 น. จากกรณีพี่น้องชาวรัสเซีย หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ADV 150 ก่อนพบซากรถจักรยานยนต์ถูกฝัง เจ้าหน้าที่จึงติดตามตัว นายป๋อง และ นายธง ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ พบขี่รถหลบหนีมุ่งหน้า จ.สระแก้ว ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวนตามจับกุม นายป๋อง อายุ 43 ปี และ นายธง อายุ 39 ปี ได้แล้ว โดยตามจับกุมได้ที่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ขณะกำลังหลบหนี หลังแกะรอยติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า น้องชายถูกใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ส่วนพี่สาวเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนร่วมกันนำศพไปฝังเพื่ออำพรางคดี โดยผู้ต้องหายังอ้างว่า แรงจูงใจของการก่อเหตุเกิดจากความต้องการชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย

แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและตรวจสอบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุหรือแรงจูงใจอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำผู้ต้องหาไปชี้จุดฝังศพ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> งดสัญจรชั่วคราว เส้นทางปัว-บ่อเกลือ หลังเกิดดินโคลนสไลด์ปิดทับถนน

17.38 น. อุทยานเเห่งชาติดอยภูคา ประกาศแจ้งเตือนงดการสัญจรชั่วคราว เส้นทางปัว - บ่อเกลือ (ทางหลวงหมายเลข 1256) เนื่องจากขณะนี้เกิดเหตุ ดินสไลด์และดินโคลนไหลถล่มปิดทับเส้นทาง พร้อมทั้งมีเศษต้นไม้กีดขวางการจราจร บริเวณเส้นทางระหว่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มุ่งหน้าไปอำเภอบ่อเกลือ (บริเวณบ้านน้ำดั้น)

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน จึงมีความจำเป็นต้องปิดการสัญจรชั่วคราวในบริเวณดังกล่าว โปรดหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว และวางแผนการเดินทางโดยใช้เส้นทางเลี่ยงอื่นแทน จนกว่าเจ้าหน้าที่เข้าทำการเปิดทางและเคลียร์พื้นที่เรียบร้อย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการเข้าควบคุมสถานการณ์และเคลียร์พื้นที่อย่างเร่งด่วน หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติและสามารถเปิดการสัญจรได้ตามปกติแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งโดยเร็วที่สุด


>> นายกฯ ชูวิสัยทัศน์ “ยกกำลังประเทศไทย” ฝ่าความผันผวนของโลก ลงทุนในคน–นวัตกรรม–รัฐทันสมัย สร้างประเทศที่เติบโตได้อย่างมั่นคง

18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเสวนาระดับชาติ ภายใต้หัวข้อ “The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายกฯ เสนอให้ปรับหัวข้อการเสวนาจาก “SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER” เป็น “SURVIVING UNDER THE NEW WORLD DISORDER” หรือ “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกไร้ระเบียบ” เพื่อสะท้อนว่าโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่น เพื่อรับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่ในอนาคต

นายกฯ ระบุว่า ประเทศไทยในอนาคตต้องมีการพัฒนาที่กระจายสู่ทุกภูมิภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ให้มีศักยภาพแข่งขันในระดับสากล โดยขับเคลื่อน 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ “คน” พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต “วิจัยและนวัตกรรม” ต่อยอดงานวิจัยสู่สินค้า ผลักดันนวัตกรรมให้เป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ “ระบบราชการ” เพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐให้รวดเร็ว โปร่งใส และคาดการณ์ได้

นายกฯ ย้ำว่า การยกระดับประเทศไทยสู่ “Exponential Thailand” หรือประเทศไทยที่เติบโตแบบทวีคูณ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมเป็น “ตัวคูณ” ขับเคลื่อนประเทศให้สามารถรับมือระเบียบโลกใหม่ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน


>> “นายป๋อง” ชี้จุดฝังศพกลางป่าชากแง้ว รับนำร่างฝังอำพราง

18.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายป๋อง และนายธง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร ได้ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ก่อนควบคุมตัวกลับมาสอบสวนอย่างละเอียด

จากการสอบสวน นายป๋อง ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำร่างผู้เสียชีวิตมาฝังอำพรางไว้ในพื้นที่ป่าซากแง้ว หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ภายหลังคำให้การ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และอาสาสมัครกู้ภัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ผู้ต้องหาระบุ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าค้นหาและตรวจพิสูจน์พื้นที่อย่างละเอียด เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์หลักฐานและชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบแรงจูงใจและลำดับเหตุการณ์ของคดีอย่างละเอียด


>> หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ชนเข้าท้ายรถพ่วง เสียชีวิตริมถนนสายสุรินทร์ - จอมพระ จ.สุรินทร์

19.19 น. หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ตรวจสอบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณทางกลับรถ บ้านนาเกา ถนนเส้นทางสุรินทร์ - จอมพระ ฝั่งขาเข้าเมือง ตำบลแกใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน สุรินทร์ ลักษณะชนเข้าท้ายรถพ่วง สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 45 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์


>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนกลางถนน มีผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย จ.ลพบุรี

19.34 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพุทไธสวรรย์ จังหวัดลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน และมีผู้เสียชีวิต บนถนนบ้านหนองจาน ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะเฉี่ยวชนคนข้ามถนน ใกล้เคียงพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุประมาณ 50 - 60 ปี และมีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ท่าหลวง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหลวง


>> ฝนตกหนักสะสมพื้นที่ อ.ไชยปราการ ต้นไม้ล้มทับทาง - น้ำล้นตลิ่งกระทบ 30 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่รุดช่วยเหลือเปิดทางสัญจร

21.30 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (สนง.ปภ.จ.เชียงใหม่) สาขาฝาง ได้รายงานสถานการณ์หลังจากมีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่อำเภอไชยปราการ ส่งผลให้เกิดผลกระทบใน 2 ตำบล ดังนี้

ในพื้นที่ตำบลหนองบัว ได้เกิดเหตุต้นไม้ล้มทับถนนกีดขวางเส้นทางจราจรภายในหมู่บ้านป่าไม้แดง หมู่ที่ 9 โดยทางเทศบาลตำบลหนองบัวได้จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าดำเนินการตัดกิ่งไม้และเคลียร์สิ่งกีดขวางออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน จนกระทั่งสามารถเปิดเส้นทางให้ประชาชนใช้สัญจรได้ตามปกติ

และในพื้นที่ตำบลศรีดงเย็น เกิดเหตุน้ำเอ่อล้นรอการระบายภายในเขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลไชยปราการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 9 รวมประมาณ 30 ครัวเรือน เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลไชยปราการได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนกระสอบทราย กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำ และช่วยเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้กับผู้ประสบภัยเพื่อลดความเสียหายแล้ว


>> เพลิงไหม้สถานีอนามัย ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

22.15 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสถานีอนามัย ในพื้นที่ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยอยู่ระหว่างเร่งเข้าควบคุมเพลิงและตรวจสอบสถานการณ์ โดยยังไม่มีรายงานยืนยันสาเหตุของเพลิงไหม้ หรือข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและความเสียหายอย่างเป็นทางการ


>> คุมตัว "นายป๋อง และ นายธง" ชี้จุด นำศพ 2 พี่น้องรัสเซีย มาฝังไว้ในป่าชากแง้ว ผบช.ภาค 2 ยืนยันพบทั้ง 2 ร่างภายในหลุมเดียวกัน จ.ชลบุรี

22.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีจับกุมตัว นายป๋อง และ นายธง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร ได้ในพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวมายังจุดที่อ้างว่านำศพมาฝังไว้ในป่าชากแง้ว ที่ หมู่ 10 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภาค 2 กล่าวว่า ยืนยันพบศพผู้หญิงและเด็กผู้ชายอยู่ภายในหลุมเดียวกัน ความลึกประมาณ 1 เมตร

สภาพศพผู้หญิงโดนทำร้าย แต่เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิด ส่วนผู้ชายมีรอยกระสุนปืน 2 นัดบริเวณท้องกับศีรษะ ซึ่งสภาพศพสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาอ้างว่าต้องการชิงรถจักรยานยนต์ ซึ่งเจอกับผู้เสียชีวิตโดยบังเอิญ ส่วนกรณีที่มีการแยกชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ฝังดินนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่า เริ่มมีข่าวออกมาจึงต้องการทำลายหลักฐาน

ส่วนกรณี 3 ศพ พ่อแม่ลูกที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ จากคำให้การของผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้กระทำ เพราะต้องการเอาทรัพย์สิน จึงแอบอ้างว่าเป็นตำรวจไปเจอสามีกับภรรยาจึงใส่กุญแจมือ แต่ระหว่างนั้นลูกสาวกลับมาบ้านพอดีจึงพาตัวไปด้วย โดยพาขึ้นรถของเหยื่อ มีการมัดและยิง แล้วฝังในหลุมเดียวกัน ซึ่งจุดนี้อยู่ตรงข้ามกับจุดที่ฝังร่างของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย อยู่คนละฟากถนน ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม