หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ ยึดทองแท่งเพียบ เอี่ยวหลอกคนไทยสูญแล้วกว่า 12 ล้านบาท

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:37 น.


31 ก.ค.69 ตำรวจไซเบอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งเวียดนามฟอกเงินผ่านทองคำ ยึดทองแท่งเพียบ เอี่ยวหลอกคนไทยสูญแล้วกว่า 12 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ค.69 ได้มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 61 ปีรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าหม้อแปลงไฟฟ้ามีปัญหาต้องทำการเปลี่ยนและทำเรื่องขอรับเงินค่าประกันหม้อแปลงไฟฟ้าคืน จากนั้นได้ให้แอดไลน์แล้วพิมพ์คุยรายละเอียดกัน แล้วเปลี่ยนไปโทรคุยกันผ่าน Video Call พร้อมกับส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน ต่อมามิจฉาชีพแจ้งให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารแล้วกดเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษและสั่งให้ทำตามคำแนะนำ เมื่อมีรหัส OTP เข้ามายังโทรศัพท์มือถือผู้เสียหาย คนร้ายได้สั่งให้แจ้งเลขดังกล่าว อ้างว่าเป็นเลขลำดับคิว สุดท้ายปรากฎว่า เงินถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายไป 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,799,400 บาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุ (9 ก.ค.69) เวลา 14.48 น. เป็นต้นไป ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีม้านิติบุคคล ชื่อ หจก.แห่งหนึ่ง และบัญชีธนาคารชื่อ น.ส.นอ (นามสมมุติ) โดยในวันเดียวกัน น.ส.นอ ได้ไปเบิกถอนเงินสดหน้าเคาเตอร์ธนาคารแห่งหนึ่ง ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต ก่อนนำเงินสดดังกล่าวส่งต่อให้แก่ชายอีกราย เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ผู้ร่วมขบวนการอีกทอดหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน วันที่ 9 ก.ค.69 ได้มีคนใช้บัญชีธนาคารของ หจก.แห่งนี้ โอนเงินเพื่อซื้อทองคำแท่งที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม รวม 22 ครั้ง รวมจำนวนกว่า 5 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า บุคคลที่มาซื้อและรับทองคำคือ น.ส.วอ (นามสมมุติ) เมื่อได้รับทองคำแล้วจึงนำไปให้ นายสิ (นามสมมุติ) และชาวเวียดนามที่ร่วมขบวนการอีก จำนวน 3 คน จากนั้นกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ให้คนนำทองคำแท่งไปขายที่ ร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ได้เงินสดกลับไปกว่า 4 ล้านบาท

จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า แก๊งเวียดนามกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับการหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยแล้ว จำนวน 18 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 12,628,359 บาท และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความอีกเป็นจำนวนมาก จากการสืบสวนเห็นได้ว่ากลุ่มคนร้ายมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ มีการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินจากเงินสดไปเป็นทองคำก่อนนำทองคำไปขายกลับเป็นเงินสดอีกที เพื่อให้เส้นทางการเงิน

เกิดความสลับซับซ้อนยากต่อการติดตามของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจนนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว รวมจำนวน 7 ราย

ต่อมา ชุดสืบสวนพบเบาะแสทราบว่า ช่วงค่ำของวันที่ 25 ก.ค.69 กลุ่มคนร้ายชาวเวียดนามดังกล่าวที่ได้ขอศาลอาญาออกหมายจับไว้ วางแผนนำทองคำแท่งมาขายที่ร้านทองร้านเดิม ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านติวานนท์ จ.นนทบุรี อีกครั้ง จึงได้วางกำลังโดยรอบพื้นที่บริเวณดังกล่าว กระทั่งเข้าจับกุมชาวเวียดนามได้ 2 ราย ขณะกำลังจะขายทองคำให้ร้าน พร้อมตรวจยึดทองคำแท่ง จำนวน 14 แท่ง น้ำหนักรวม 27.50 บาท มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท, เงินสด จำนวน 66,500 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง และ รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน

ต่อมา วันที่ 30 ก.ค.69 บก.สอท.3 นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก จำนวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.นอ อายุ 32 ปี ผู้ทำหน้าที่เบิกถอนเงินสดและนำเงินสดที่ได้ส่งต่อนายไพ (ผู้ต้องหาตามหมายจับ) จับตัวได้ที่ ถ.เคหะร่วมเกล้า 37 , นายสิ อายุ 29 ปี และ น.ส.วอ อายุ 34 ปี ซึ่งทำหน้าที่รับขายทองคำและนำเงินสดไปส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการ ขณะกำลังกบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่าน อ.เมือง จ.ระยอง

จากปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวมจำนวน 5 ราย ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานหรือรับของโจร”, “ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน”, “ร่วมกันกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น” และ “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวพร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวยอดนิยม