วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:30 น.
คอมมานโด รวบลูกจ้างแสบ เชิดเงินค่าส่งของ 9,000 อ้างลงซื้อน้ำก่อนชิ่งหนี สารภาพนอนไม่หลับมาตลอด 3 ปี
(30 ก.ค.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.4 บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สัางการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.
นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บุกรวบ ชายไทย อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง” คาสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ หลังกบดานหนีคดีนานร่วม 3 ปี
คดีดังกล่าวย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2566 เกิดเหตุลูกจ้างทรยศความไว้วางใจนายจ้างอย่างช็อกความรู้สึก เมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดชุมพร ได้มอบหมายให้ ชายไทยคนดังกล่าว ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยขนส่งสินค้า เดินทางไปกับพนักงานขับรถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อนำอิฐซีแพคจำนวน 1,500 ก้อน ไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่บ้านเขาน้อย จังหวัดชุมพร รวม 2 เที่ยว
โดย ชายไทยคนดังกล่าว รับหน้าที่ดูแลการขึ้น-ลงสินค้า และเป็นผู้เก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้า เมื่อส่งมอบสินค้าเสร็จสิ้น ชายไทยคนดังกล่าว ได้ออกบิลและรับชำระเงินสดจำนวน 9,000 บาท จากลูกค้าไว้เรียบร้อย แต่ในระหว่างเดินทางกลับร้าน กลับออกอุบายอ้างว่า "อากาศร้อน ขอลงแวะซื้อน้ำดื่ม แล้วจะเดินกลับร้านเอง" ก่อนจะแยกตัวออกไป ว่าเมื่อพนักงานขับรถเดินทางกลับถึงร้าน
นายจ้างได้สอบถามถึงเงินค่าสินค้า แต่ไร้เงาของ ชายไทยคนดังกล่าว เมื่อพยายามติดต่อไปยังลูกค้า จึงทราบความจริงว่าได้จ่ายเงินสด 9,000 บาท ไปหมดแล้ว และเมื่อพยายามโทรติดตามตัว ชายไทยคนดังกล่าว กลับปิดเครื่องติดต่อไม่ได้และหายตัวไปพร้อมกับเงินสดจำนวนดังกล่าว นายจ้างจึงมั่นใจว่าถูกลูกจ้างแสบยักยอกเงิน จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.4 บก.ปพ. ได้สืบทราบจากสายลับว่า ชายไทยคนดังกล่าว ได้หนีซุกหัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และกำลังเดินทางมาที่สถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ เพื่อจะขึ้นรถไฟต่อไปยังจังหวัดสุรินทร์ กำลังเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สังเกตการณ์ กระทั่งพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ชายไทยคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาด้วยสีหน้าสลด อ้างว่าในวันเกิดเหตุตนไม่มีเงิน กอปรกับเกิดความคิดถึงบ้านและแฟนสาวอย่างหนัก จึงวางแผนอ้างลงไปซื้อน้ำเพื่อฉวยโอกาสเชิดเงินสด 9,000 บาท ขึ้นรถไฟหนีไปหาแฟนที่จังหวัดอยุธยา ก่อนจะย้ายไปกบดานและหางานทำที่จังหวัดสุรินทร์ แต่ด้วยภาวะฝืดเคือง งานหายาก ประกอบกับรถจักรยานยนต์กำลังจะถูกยึดเพราะขาดส่งค่างวด ตนจึงตัดสินใจนั่งรถไฟเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาขอยืมเงินญาติไปต่อค่างวดรถ และกำลังจะขึ้นรถไฟกลับ จ.สุรินทร์ แต่ก็มาถูกตำรวจคอมมานโดรวบตัวไว้ได้ก่อน
สุดท้ายนี้ ผู้ต้องหาได้ฝากเตือนพี่น้องประชาชน ในเรื่องนี้ว่า ก่อนทำให้คิดให้ดีก่อน ทำให้คิด ตนเองไม่อยากทำแบบนี้ เมื่อทำไปแล้วก็นอนไม่หลับ คิดมาตลอดว่าจะโดนคดีอะไรไหม เสียใจกับสิ่งที่พลาดไป และอยากจะเตือนพี่น้องประชาชนว่า ให้คิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไร สุดท้ายทำไปก็ไม่มีผลดีกับตัวเอง ขอเจ้านายเสียดีกว่า บอกตรงๆ ขอตรงๆ เชื่อว่าอย่างไงเจ้านายก็ไม่ใจร้ายกับเรา เพราะเขาให้งานทำ มีบุญคุณกับเรา