วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:00 น.
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นางสาวกุ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอม พิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ" โดยจับกุมได้บริเวณริมถนน หมื่นประจญ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
สืบเนื่องเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2569 มีมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็น “บุตรเขย” แจ้งว่ามีพนักงานจากการไฟฟ้าติดต่อมาเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้ามีปัญหา พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโทรกลับไป กลุ่มคนร้ายทั้งชายและหญิงสลับกันรับสาย อ้างว่าจะมีช่างเข้ามาเปลี่ยนมิเตอร์ให้ในวันถัดไป และแจ้งว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินประกันและเงินมัดจำคืนเป็นจำนวน 6,274.84 บาท
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าทำรายการไม่เป็น มิจฉาชีพจึงใช้อุบายให้เรียกหลานมาช่วย โดยส่ง QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์จากนั้นคนร้ายได้ใช้วิธีวิดีโอคอลเพื่อสั่งการ โดยหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารฯ ให้สแกนใบหน้า ให้ทำตามขั้นตอน ก่อนที่คนร้ายจะสั่งให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ทันที
โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างรอระบบประมวลผล ภายหลังปิดเครื่องไปได้สักพัก ผู้เสียหายเริ่มสงสัยจึงเปิดเครื่องเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชี แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันธนาคารได้ จึงเดินทางไปสอบถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ตากฟ้า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีพนักงานชื่อดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่บุคคลตามรูปโปรไฟล์ในไลน์ ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ผู้เสียหายได้รีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1441 เพื่อขอระงับบัญชี และพยายามติดต่อคนร้ายแต่ถูกตัดสายและไม่อ่านข้อความ
ก่อนเดินทางไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีและกู้คืนการใช้งานแอปพลิเคชัน จนพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปยังบัญชีต่างธนาคารรวม 2 รายการ ได้แก่: หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นายธอ และ หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นางสาวกุ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 1,640,000 บาท
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบสวนและตามจับกุมได้ เบื้องต้น นางสาวกุยอมรับอ้างว่า ได้รับการติดต่อจากคนรู้จัก แนะนำให้ติดต่อนายหน้าชื่อ “แพร” เพื่อนำสมุดบัญชีที่มีอยู่ไปสแกนใช้ โดยฝั่งนั้นออกค่ารถให้เดินทางไปทำสมุดบัญชีใหม่และเดินทางไปที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อไปถึงได้เข้าพักโรงแรมตามที่จัดไว้ให้ ก่อนที่วันถัดมาจะมีคนมาไปที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่ง และเอาโทรศัพท์ สมุดบัญชี และรหัสแอปพลิเคชันธนาคารไป
ต่อมาเมื่อมีเงินโอนเข้ามา ตนได้ถูกสั่งให้ไปถอนเงินสดที่ธนาคารใน จ.ปราจีนบุรี รวม 2 บัญชี ยอดแรกประมาณ 400,000 บาท และยอดที่สองประมาณ 700,000 บาท แล้วนำเงินทั้งหมดส่งมอบให้กลุ่มคนดังกล่าว โดยตนได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสดบัญชีละ 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท ซึ่งตนเคยเอ่ยถามแล้วว่าเป็นบัญชีม้าหรือไม่ แต่มิจฉาชีพอ้างว่าเป็นของบริษัท ไม่ต้องกังวล จนกระทั่งกลับมาบ้านแล้วพบว่าบัญชีถูกระงับ จึงเริ่มเอะใจว่าถูกหลอกและคงต้องถูกจับกุมในที่สุด

