หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประวันที่ 28 กรกฎาคม 2569

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประวันที่ 28 กรกฎาคม 2569


>> หลานชายบุกกระหน่ำยิง ลุง - ป้าดับแต่เช้า เซ่นปมขัดแย้งที่ดินทางเข้าออก และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายนำส่ง รพ.

07.00 น. พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพัก ม.2 ปากซอยสุเหร่าลำรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ในบ้านพักหลังดังกล่าวที่ชั้นล่างของบ้านพบร่าง ชายไทย อายุ 71 ปี และหญิงไทย อายุ 74 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย นอกจากนี้ยังพบตัวผู้ก่อเหตุ เป็นชายไทย ถูกฟันด้วยอาวุธมีดเข้าที่ศีรษะ เป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดท่วมศรีษะถูกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันจับมัดไว้กับเสาบ้าน

จากการ สอบถาม ลูกสาวผู้เสียชีวิต ให้การว่า เมื่อเช้าวันนี้ ช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. ผู้ก่อเหตุ ได้มาบ้านที่เกิดเหตุ แล้วเกิดปากเสียงกับครอบครัวตนเรื่องที่ดินทางเข้าออก ทำให้นายเอนกใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาย อายุ 71 ปี และหญิง อายุ 74 ปี จนเสียชีวิต ก่อนที่คนเจ็บ 2 คน จะเข้าช่วยเหลือจนทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย

ในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ในสภาพสะบัดสะบอมนำตัวโรงพยาบาลเพื่อรักษาบาดแผล พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า คนก่อเหตุมีศักดิ์เป็นหลานชายของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน โดยผู้ก่อเหตุมีปัญหาฟ้องร้องเรื่องที่ดินทางเข้าออกบ้านที่อยู่ติดกันให้เป็นภาระจำยอม จนเกิดการฟ้องร้องระหว่างกันมานานนับ 10 ปี จนกระทั่งมาเกิดเหตุยิงกันในเช้าวันนี้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 3 ราย รวมทั้งนายเอนกผู้ก่อเหตุ


>> นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

07.30 น. น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ บริเวณท้องสนามหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

นายกฯ กล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ความว่า “ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนาตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป” จากนั้น ผู้ร่วมพิธีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา พร้อมกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี


>> ออกหมายจับ ชาวเมียนมาสงสัย ฆาตกรรมอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย คาดเผ่นหนีไปชายแดนแม่สอด

08.00 น. พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมพนักงานสอบสวน เดินทางไปยังศาลจังหวัดพัทยา ขออนุมัติออกหมายจับ นายซอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังพบทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน และภาพจากกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงกับคดี

จากการตรวจสอบยังพบว่า หลังรับโอนเงิน 37,500 บาท จากบัญชีผู้ตาย ผู้ต้องหาได้โอนเงินต่ออีก 10,000 บาท ไปยังอีกบัญชีหนึ่ง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี

ด้าน พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ได้สั่งระดมชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวนภาค 2 เร่งติดตามตัวผู้ต้องหา เบื้องต้นพบว่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 2 ปี เคยแจ้งที่พักในพื้นที่ปลวกแดง จ.ระยอง และบ่อวิน จ.ชลบุรี แต่เมื่อตรวจสอบไม่พบตัว กระทั่งแนวทางสืบสวนล่าสุดพบว่า ผู้ต้องหาไปปรากฏตัวในพื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คาดเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม

ขณะเดียวกัน กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายต้องสงสัยเดินออกจากบ้านผู้ตายเมื่อเวลา 04.35 น. ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีเทา ผ่านหน้าร้านของชำท้ายซอยทุ่งกลมตาลหมัน 25 เวลา 04.37 น. แล้วหลบหนีออกจากพื้นที่

ต่อมาตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนพบห้องพักของผู้ต้องหาในพื้นที่เมืองพัทยา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร โดยภาพวงจรปิดเวลา 05.05 น. บันทึกภาพผู้ต้องหากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บข้าวของ ก่อนหายตัวไป ซึ่งตำรวจได้ยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยไว้ตรวจสอบ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป


>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ กับรถบรรทุก หญิงสาววัย 21 ปีเสียชีวิตกลางถนนหมายเลข 290 จ.นครราชสีมา

10.13 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก31 จุดอำเภอโนนไทย มีอุบัติเหตุ รถบรรทุก 10ล้อ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 290 บริเวณบ้านซาด ต.กำปัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีขาว ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ล้มคว่ำกลางถนน ใกล้กัน พบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บหญิง 1 รายอายุ 16 ปี อาสาสมัครนำส่ง รพ.โนนไทย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 21 ปี สภาพถูกล้อรถบรรทุกทับ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย


>> เพลิงไหม้ภายในอาคารพาณิชย์ ซอยอยู่เจริญ เสียหายวอด 2 ชั้น

11.34 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยอยู่เจริญ ถนนอโศก - ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบกิจการร้านซ่อมเครื่องเสียงและที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้ชั้น 1 ลุกลามชั้น 2 เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 96 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง


>> กองทัพ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

12.00 น. กองทัพไทยจั ดพิธียิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดย 3 เหล่าทัพ ทำการยิงพร้อมกันในเวลา 12.00 น. ณ จุดประกอบพิธีในกรุงเทพมหานคร

กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ จัดกำลัง 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ณ ท้องสนามหลวง ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ยิงรวม 21 นัด เว้นจังหวะนัดละ 5 วินาที ใช้เวลาประมาณ 1 นาที 40 วินาที

กองทัพเรือ โดยกองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ยิงสลุตหลวง ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ขณะที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ยิงสลุตหลวง ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้


>> แม่ไม่ยอม ลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกชายวัย 24 ปี ตบกลางโซนเด็กเล่น ศูนย์การเรียนรู้พะเยา เดินหน้าดำเนินคดีอย่างที่สุด

13.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า กรณีคุณแม่วัย 41 ปี รายหนึ่งเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีกับหนุ่มอายุ 24 ปี หลังลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายบริเวณศูนย์การเรียนรู้ จังหวัดพะเยา โดยเหตุเกิดขณะเด็กหญิงร้องไห้จากการเล่นเกมแพ้ ก่อนมีภาพจากกล้องวงจรปิดเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ภายหลังเกิดเหตุ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้ประสานเข้าพบคู่กรณีที่ สภ.เมืองพะเยา เพื่อพูดคุยและแสดงความรับผิดชอบ โดยทางผู้เสียหายยืนยันไม่รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาใด ๆ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว

ขณะที่นางมณฑากาญจน์ ปรางค์มณีรัตน์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยขณะเกิดเหตุเด็กหญิงวัย 4 ขวบร้องไห้เสียงดัง หลังเล่นเกมแพ้ ซึ่งจากข้อมูลของครอบครัวผู้ก่อเหตุ ระบุว่าชายหนุ่มวัย 24 ปีเป็นเด็กพิเศษที่มีภาวะแพ้เสียงรุนแรง จึงเกิดอาการตอบสนองต่อเสียงร้องดังกล่าว จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านบิดาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นเด็กพิเศษและมีอาการแพ้เสียงอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ เสียงสุนัข เสียงไก่ และเสียงเด็กร้องไห้ ตลอดเวลาครอบครัวจะดูแลอย่างใกล้ชิด โดยให้สวมหูฟังและเปิดเพลงจากโทรศัพท์เพื่อช่วยลดผลกระทบจากเสียงรอบข้าง

สำหรับวันเกิดเหตุ ลูกชายได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ จึงเดินเข้าไปแตะหรือสะกิดบริเวณใบหน้าของเด็กหญิง เพราะต้องการให้หยุดร้อง แต่เนื่องจากลูกชายมีรูปร่างใหญ่ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ออกไปจึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นการตบเด็ก 
บิดาของผู้ก่อเหตุยืนยันว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปพบคู่กรณีที่ สภ.เมืองพะเยา พร้อมแสดงความเสียใจ ขอโทษ และยินดีรับผิดชอบทุกด้าน แต่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ยอมรับข้อเสนอ เนื่องจากกังวลว่าจะถูกกดดัน เพราะตนเคยรับราชการเป็นอดีตนายอำเภอ จึงเคารพการตัดสินใจของผู้เสียหาย และพร้อมให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามกฎหมาย


>> จ.เพชรบูรณ์ รถกระบะเสียหลักขึ้นเกาะกลาง ฟาดเข้ากับเสาไฟ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่ รพ.

15.20 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู พุเตย ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักขึ้นเกาะกลาง แล้วชนกับเสาไฟส่องแสงสว่าง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดค้างภายในรถ บนถนนสาย สระบุรี - หล่มสัก ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 116-117 บริเวณบ้านพุเเตย ม.3 ต.พุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี สภาพรถชนเสาไฟฟ้าส่องแสงสว่างบนเกาะกลางถนนรถได้รับความเสียหาย ตรวจสอบพบว่า มาด้วยกันทั้งหมด 2 คน ทางอาสาสมัคร ม.ร่วมกตัญญู พุเตย ช่วยเหลือลแะนำผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย นำส่งโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ส่วนผู้โดยสาร เป็นผู้หญิง บาดเจ็บอาการสาหัสรถกู้ชีพโรงพยาบาลวิเชียรบุรีนำส่ง ต่อมาเสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี


>> ตร.ปอศ. - กรมทรัพย์สินฯ ทลายโกดังลับย่านมีนบุรี ตรวจยึดสินค้าปลอมแบรนด์ดัง ยึดเกลี้ยงกว่า 3 หมื่นชิ้น

17.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., ว่าที่ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.พงษ์เชษฐ์ นุ่มมาก สว.กก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และตัวแทนจากเจ้าของสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า

ร่วมกันตรวจค้นดำเนินคดีกับ ชายชาวจีนรายหนึ่ง และผู้เกี่ยวข้อง ในความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้า ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” โดยเข้าตรวจค้นและตรวจยึดของกลางได้ที่โกดังเก็บสินค้าไม่ติดเลขที่ ซอยบึงขวาง 12/2 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 
สืบเนื่องจาก ตัวแทนผู้เสียหายเจ้าของสิทธิ์เครื่องหมายการค้าน้ำมันเครื่องแบรนด์ดังรายหนึ่ง ได้ตรวจสอบพบการเสนอจำหน่ายน้ำมันเครื่องปลอมยี่ห้อดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นสินค้าด้อยคุณภาพที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์และเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาทำการสืบสวนหาข่าวจนพบโกดังลับย่านมีนบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งพัก ซุกซ่อน และบรรจุสินค้าปลอมเพื่อส่งขายออนไลน์ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นเข้าตรวจสอบ พบพนักงานคนไทยกำลังบรรจุสินค้า และสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 10 รายการ รวมทั้งสิ้น 32,477 ชิ้น ประกอบด้วย น้ำมันเครื่องปลอม , ผงมัทฉะ , อาหารเสริมโปรตีน , น้ำตบมอยส์เจอร์ไรเซอร์ , และน้ำหอมติดรถยนต์ มูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ก่อนทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้เกี่ยวข้องให้การยอมรับว่าสินค้าทั้งหมดเป็นของปลอมจริง โดยมีนายจ้างเป็นชาวจีนนำเข้ามาจากประเทศจีนมาพักไว้เพื่อจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด


>> จ.นนทบุรี พบศพทารกแรกเกิด ถูกทิ้งในท้องร่องสวนกล้วย ตร.สอบแม่เด็กชาวกัมพูชา อ้างลื่นจนเด็กหลุด ก่อนนำไปฝั่ง อ้างสุนัขคาบออกมา

18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี รับแจ้งพบศพทารกเสียชีวิตในสวนกล้วย ติดกับทางมอร์เตอร์เวย์ M81 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุ พบลักษณะเป็นสวนดงกล้วย ภายในร่องน้ำ (ท้องร่อง) มีศพทารกอายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน

นางนอ (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดพบร่าง ให้ข้อมูลว่า เด็กที่อยู่ในแคมป์ก่อสร้าง เดินมาเจอเลยเดินมาบอก ตนจึงเดินมาดู สอบถามแม่เขาตอนแรกไม่ยอมรับ แต่พอเค้นถามทางแฟนเขาก็ยอมรับ ว่าแฟนบอกว่าเขาล้มแล้วลูกออกมา แล้วแฟนก็เอาไปฝังดินบอกว่าหมาน่าจะคาบมา แต่ตนมองดูแล้วไม่น่าจะใช่

สอบสวน นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาวกัมพูชา กล่าวว่า ตนกับภรรยาชื่อ นาง สอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวกัมพูชา เป็นคนงานก่อสร้าง มาตั้งแคมป์ ในวันเกิดเหตุประมาณวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภรรยา ได้มาตักน้ำแล้วเกิดลื่นล้มทำให้ลูกในท้องหลุดออกมา แล้วภรรยาได้นำศพไปฝั่งไว้ คาดว่าสุนัข มาขุดแล้วคาบศพไป

เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวแม่ของทารก ไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุว่าทารกเสียชีวิตว่าเกิดจากการล้มทำให้ทารกหลุดออกมาเองหรือถูกทำให้เสียชีวิต

แพทย์ชันสูตรเบื้องต้น พบว่าทารกที่เสียชีวิตเป็นเพศชาย อายุครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป เพราะอวัยวะและสายสะดือ ครบหมดแล้ว ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ว่าคลอดออกมาแล้วเสียชีวิตหรือเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์ ต้องส่งศพไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อย่างละเอียดอีกครั้ง


>> เผยผลตรวจ เหตุคาร์บอม หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) โยงกับเหตุลอบวางระเบิดรถชาวมาเลเซีย ในอำเภอตากใบ

18.02 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าผลการสืบสวนสอบสวนและการตรวจพิสูจน์หลักฐาน จากกรณีคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ ก่อเหตุบริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องและซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ พบว่า ชิ้นส่วนสำคัญมีลักษณะและรูปแบบตรงกับชิ้นส่วนระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนน ใกล้สามแยกสะปอม ฝั่งขาเข้าอำเภอตากใบ พื้นที่บ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ใช้เส้นทางซึ่งเป็นชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของรูปแบบการประกอบระเบิดและแนวทางการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะเดินหน้าบูรณาการการข่าว การสืบสวนสอบสวน และการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลไปยังผู้บงการและผู้ร่วมก่อเหตุ พร้อมดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

19.27 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 90 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ฯ

20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

นายกฯ กล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล น้อมสำนึกในพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ เกื้อกูลให้แผ่นดินไทยสมบูรณ์พูนสุข เจริญรุ่งเรืองวัฒนา และอาณาประชาราษฎร์ ดำรงอยู่ด้วยความผาสุกร่มเย็น พระมหากรุณาธิคุณ และพระบารมีที่แผ่ไพศาล ก่อเกิดเป็นพลังแห่งความจงรักภักดี ที่จักน้อมนำพสกนิกรทั้งปวง ให้พร้อมใจกัน สืบสานพระราชปณิธาน และธำรงรักษาความวัฒนาสถาพรแห่งชาติบ้านเมืองให้ยั่งยืนสืบไป

ในโอกาสอันเป็นศุภมงคลยิ่งนี้ ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอพลานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดล ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเจริญพร้อมด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล มีพระราชประสงค์ จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา พระบรมเดชานุภาพและพระบารมีเกริกไกรแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์ จากนั้น รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา และนำกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี


>> รถจักรยานยนต์ชนกัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.สมุทรสาคร

21.00 น. รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกันและมีผู้เสียชีวิต ริมถนนข้างโรงเรียนบ้านบางปิ้ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีราโน่ ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ตรวจสอบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 1 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.วิชัยเวชฯ และมีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร


>> เพลิงไหม้ร้านอาหารปิ้งย่าง ภายในอาคาร ใกล้เคียงซอยจันทน์ 37 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

21.13 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ภายในอาคาร ใกล้เคียงซอยจันทน์ 37 ถนนจันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 4 ชั้น ประกอบกิจการศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ภายในแบ่งให้ห้างร้านเช่าเพื่อประกอบกิจการ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในร้านอาหาร เพลิงลุกไหม้เครื่องดูดควัน ลุกลามเตาปิ้งย่างประกอบอาหารเสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากความร้อนสะสมภายในปล่องระบายควัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา


>> รถบัสเสียหลักตกข้างทาง ริมถนนมิตรภาพ บาดเจ็บหลายราย จ.นครราชสีมา

23.22 น. กู้ชีพกลางดง ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถบัสตกร่องกลาง ริมถนนมิตรภาพ ขาออก กม.40+100 ใกล้เคียงร้านข้าวแกง ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โดยที่เกิดเหตุ พบรถบัส สแกนเนีย สีขาว-น้ำเงิน ป้ายทะเบียน ราชบุรี และ รถนั่งส่วนบุคคล อีวี สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเสียหลักตกลงร่องระบายน้ำ ระหว่างช่องทางหลัก และช่องคู่ขนาน

ตรวจสอบ พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย เป็นผู้หญิงทั้งหมด แบ่งเป็นสีเหลือง 2 ราย และสีเขียว 2 ราย จึงให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 รายนำส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา

โดยรถเก๋งอีวี บนรถมากัน 2 คน ส่วนรถบัสนำเที่ยว มีผู้โดยสารรวมทั้งหมด 41 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 รายเป็นผู้โดยสารที่มากับรถบัสนำเที่ยวทั้งหมด ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม