วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:32 น.
ตำรวจพัทยา - ตม.ชลบุรี ประสาน สืบฯ สน.คลองตัน ปิดเกมแก๊งอินเดีย หลอกเพื่อนร่วมชาติ ท่องเที่ยวฟรี ก่อนจับกักขังเรียกค่าไถ่รายละ 4 ล้านรูปี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 ราย ที่ถูกขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติหลอกขายแพ็กเกจท่องเที่ยว ก่อนลักพาตัวไปกักขังภายในบ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยผู้เสียหายถูกมัดมือมัดเท้า ปิดปาก ทำร้ายร่างกาย และใช้สีสเปรย์สีแดงพ่นตามศีรษะและลำตัวให้ดูคล้ายคราบเลือด ก่อนคนร้ายวิดีโอคอลไปยังญาติ เรียกค่าไถ่รายละ 4 ล้านรูปี หรือประมาณ 1.4 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายไว้ได้อย่างปลอดภัย
ภายหลังการช่วยเหลือ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของทั้งสองหน่วยเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จนพบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อ ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถเช่า และเมื่อตรวจค้นใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่พบหนังสือเดินทางของผู้เสียหายทั้ง 3 เล่มซุกซ่อนอยู่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าผู้ร่วมก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวอินเดีย ก่อนขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับ
กระทั่งช่วงบ่าย วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ชุดคลี่คลายคดีสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายได้หลบหนีจากเมืองพัทยาไปกบดานภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อวางแผนเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เข้าปิดล้อมจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด 5 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในข้อหา ร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ให้การอ้างว่า รู้จักกับผู้บงการ เป็นชาวปากีสถาน ซึ่งพำนักอยู่ในนครดูไบ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนถูกชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการ โดยมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บงการ ขณะที่การจัดหาตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก และการวางแผนล่อลวงผู้เสียหายเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เป็นหน้าที่ของผู้บงการชาวปากีสถานทั้งหมด ส่วนพวกตนมีหน้าที่รับช่วงต่อเมื่อผู้เสียหายเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยอ้างว่าไม่ได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือน แต่จะได้รับส่วนแบ่งจากเงินสดที่ผู้เสียหายพกติดตัวมา ทั้งนี้ ผู้ต้องหายอมรับว่าได้ร่วมกันกักขังผู้เสียหายจริง แต่ยืนยันว่าการกระทำทั้งหมดเป็นไปตามคำสั่งของผู้บงการชาวปากีสถาน
พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายพบว่า ทั้งหมดค้นหาแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองพัทยาผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งใช้กลอุบายเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าทั้งหมด ทั้งค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก โดยให้ชำระเงินภายหลังเมื่อเดินทางท่องเที่ยวเสร็จ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเดินทางมายังประเทศไทย
เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายนั่งรถแท็กซี่มายังบริเวณหน้าร้านหนึ่ง ถนนพัทยากลาง ก่อนทยอยใช้รถจักรยานยนต์มารับครั้งละ 1 คน โดยอ้างว่าจะพาไปยังโรงแรมที่จองไว้ แต่กลับพาไปยังบ้านพักที่เช่าไว้เป็นสถานที่ก่อเหตุ เมื่อผู้เสียหายเข้าไปภายในบ้าน กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดข่มขู่ ยึดหนังสือเดินทาง และปล้นเงินสดที่ผู้เสียหายพกติดตัวมารวมประมาณ 70,000-80,000 บาท ก่อนใช้เชือกมัดมือมัดเท้า ใช้เทปปิดปาก เพื่อไม่ให้ร้องขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังถูกทำร้ายร่างกายและทรมาน ทั้งการใช้ไม้ตีตามร่างกาย การจับห้อยศีรษะลง พร้อมข่มขู่ว่า หากพยายามหลบหนีหรือส่งเสียงร้อง จะถูกมือปืนที่เฝ้าอยู่ภายในบ้านยิงสังหารทันที ทำให้ผู้เสียหายไม่กล้าขัดขืน ระหว่างถูกกักขัง คนร้ายยังใช้สีสเปรย์สีแดงพ่นตามศีรษะและลำตัวให้มีลักษณะคล้ายคราบเลือด ก่อนวิดีโอคอลไปยังญาติในประเทศอินเดีย เพื่อเรียกค่าไถ่รายละ 4 ล้านรูปี หรือประมาณ 1.4 ล้านบาท
ภายหลังญาติของผู้เสียหายทราบเรื่อง ได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 1 สัปดาห์ จนมั่นใจว่าผู้เสียหายถูกควบคุมตัวอยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว จึงเปิดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย โดยพบว่าผู้เสียหายอยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากถูกจำกัดอาหารและน้ำระหว่างถูกกักขัง
ด้าน พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง พบว่าผู้ต้องหาทั้งหมด เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และเดินทางเข้ามาพร้อมกันในเที่ยวบินเดียวกัน เบื้องต้นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหาทั้งหมด และภายหลังคดีถึงที่สุด จะผลักดันกลับประเทศ พร้อมขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักรไทย ส่วนผู้บงการชาวปากีสถานซึ่งอยู่เบื้องหลังการสั่งการ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี
ขณะที่ นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียไม่น้อย แต่ยืนยันว่าเมืองพัทยายังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย โดยคดีนี้เป็นการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายสัญชาติอินเดียที่ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ก่ออาชญากรรม พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้งขบวนการในเวลาอันรวดเร็ว
ด้านตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ให้เพิ่มความระมัดระวังในการติดต่อบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ที่เสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวฟรี หรืออ้างว่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจากอาจเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพ และเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เช่นเดียวกับคดีนี้
Superball th
