หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กรกฎาคม 2569

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:46 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กรกฎาคม 2569

>> ตร.ไล่ล่ากระบะขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด ยิงสกัดยาง 4 ล้อ คนร้ายทิ้งรถเผ่นหนีเข้าป่า ยึดของกลางมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

09.50 น. ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี หลังได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด บริเวณสามแยกสัญญาณไฟ ถนนพหลโยธิน ตัดถนนสายเลี่ยงเมืองลพบุรี ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จึงประสานกำลังสายตรวจและชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลกว่า 20 นาย พร้อมอาวุธครบมือ กำลังปฏิบัติภารกิจติดตามจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด โดยสามารถสกัดรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์ทอง ติดหลังคาแครี่บอย ซึ่งยางรถถูกยิงจนแตกทั้ง 4 เส้น จอดอยู่ริมถนน สภาพกระจกประตูฝั่งซ้ายแตกเสียหาย

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบปุ๋ยจำนวน 40 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวมประมาณ 8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะที่ติดผ้าม่านปิดบังกระจกอย่างมิดชิด เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนผู้ต้องสงสัยซึ่งมีจำนวน 2 คน วิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่โดยรอบแต่ยังไม่พบตัว

จากการสืบสวนของตำรวจนครบาล ทราบว่าขบวนการดังกล่าวเตรียมลักลอบขนยาบ้าล็อตใหญ่จากพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านจังหวัดลพบุรี มุ่งหน้าจังหวัดสระบุรี ในช่วงวันหยุดเข้าพรรษา เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามตามเส้นทาง กระทั่งพบรถต้องสงสัยวิ่งอยู่บนถนนสายเลี่ยงเมืองลพบุรี มุ่งหน้าสู่ถนนพหลโยธิน ก่อนเข้าทำการติดตาม อย่างไรก็ตาม เมื่อคนร้ายรู้ตัวได้เร่งความเร็วเพื่อหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสกัดยางรถทั้ง 4 ล้อ เพื่อหยุดรถและป้องกันการหลบหนี ทั้งนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> รถตู้ชนรถบรรทุกพ่วงจอดดูยาง ผู้โดยสารเป็นแรงงานสปป.ลาว ไปต่อหนังสือเดินทางที่หนองคาย บาดเจ็บ 15 ราย

12.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถบรรทุกพ่วง มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บนถนนมิตรภาพขาออก ก่อนถึงแยกบ้านเกิ้ง ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น

ที่เกิดเหตุพบรถตู้สีขาว ทะเบียนกรุงเทพฯ ชนอัดเข้ากลางรถบรรทุกพ่วง สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 15 ราย ทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและหน่วยกู้ภัยต้องช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่

สอบถาม นายเกษม คนขับรถบรรทุกพ่วง ระบุ ขับรถมาจากจ.ขอนแก่นจะไปส่งของที่ปราจีนบุรี ขณะเกิดเหตุจอดบริเวณจุดเกิดเหตุืเพื่อเช็กดูยางรถบรรทุก ไม่ถึง 2 นาทีรถตู้ก็ขับชนเข้าอย่างจัง ผู้โดยสารที่มากับรถตู้ปีนออกจากรถเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นทราบว่ารถตู้คันนี้ นำแรงงานชาว สปป.ลาว เดินทางไปต่อหนังสือเดินทางที่จ.หนองคาย เมื่อเสร็จแล้วกำลังเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักไปชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> รอง ผบ.ตร. นำทีมแถลงจับยาบ้า 2 คดี ยึดของกลางรวมกว่า 17.5 ล้านเม็ด

13.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 2 ผู้ต้องหา และตรวจยึดยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวนรวม 17,560,000 เม็ด โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 ผู้ต้องหาคาบ้าน ยึดยาบ้า กว่า 9,560,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาขนย้ายยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากการสืบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถตู้ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเพิงพัก จังหวัดสระบุรี

กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถตู้ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคกลาง กระทั่งจับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าจำนวน 9,560,000 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 500,000,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในเพิงพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ไว้ใช้เพื่อสำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน” และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

คดีที่สอง สืบนครบาล 7 ตรวจยึดของกลางยาบ้า 8,000,000 เม็ด

สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ต่อมาได้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาพักรอการจำหน่ายที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะแพร่กระจายเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกัน ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมาย โดยได้รับแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ติดตามอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยรถที่ใช้ขนและลำเลียงยาเสพติดเป็นรถกระบะ

กระทั่ง พบรถคันดังกล่าวขับบนเส้นทางลพบุรี-สระบุรี มีลักษณะบรรทุกของหนักผิดปกติจึงทำการสะกดรอยตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบบริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี แต่ผู้ขับขี่ได้ขับรถหลบหนี โดยผู้ต้องหาชาย 2 คน ได้ถอยชนรถเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการยิงสกัด ทำให้ผู้ต้องหาทิ้งรถและอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 40 กระสอบ รวมทั้งหมด 8,000,000 เม็ด , รถยนต์กระบะ และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง นำส่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> สาวเมืองนนท์รับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ ถูกรวบคาสนามบินญี่ปุ่น ผงะพบยาไอซ์ซุกในซองกาแฟ แม่เชื่อลูกถูกหลอกตกเป็นเหยื่อ

14.30 น. ครอบครัวของ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาว พร้อมด้วย นายบี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี แฟนหนุ่ม และเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งมีอาชีพรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกเดินทางไปที่ประเทศญุี่ปุ่น จากสนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบิน FD236 เมื่อไปถึงสนามบินฟุกุโอกะ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสัมภาระของ น.ส.เอ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟจึงถูกควบคุมตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.00 น.วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบุคคลปริศนาที่ฝากหิ้วของข้ามประเทศ เชื่อทำเป็นขบวนการ ยอมรับลูกสาวไม่รอบคอบ

นายบี (นามสมมุติ) แฟนหนุ่ม กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว แฟนสาวได้ตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ THIENTHIEN SHOP (เทียนเทียน ช็อป) เพื่อรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และคนไทยที่จะฝากของไปประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีผู้ทักข้อความมาในกลุ่มว่าจะจ้างให้หิ้วของไปที่ประเทศญี่ปุ่น โดยแพ็คสินค้าน้ำหนักรวม 12 กิโลกรัมใส่ไว้ในกล้องสีน้ำตาลปิดเทปหนาแน่น ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าแฟนได้เปิดกล่องดูหรือไม่ว่าข้างในเป็นอะไร

ที่ผ่านมาลูกค้าคนนี้เคยจ้างให้ไปส่งแล้ว 1 ครั้งเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม จึงไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งวันที่ 12 กรกฎาคมเวลาประมาณ 07.00 น. เครื่องลงที่สนามบินญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสัมภาระของทุกคนปรากฏว่าแฟนสาว ได้ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินควบคุมตัว ซึ่งตนและเพื่อนได้ถูกเจ้าหน้าที่สนามบินนำตัวไปสอบสวนตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 น.-19.00 น. หลังสอบสวนเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวตนกับเพื่อน เหลือเพียง น.ส.เอ (นามสมมุติ) แฟนสาว แต่ยังไม่มีการแจ้งว่ามีความผิดอะไร วันต่อมาตนได้ไปที่กงสุลใหญ่ฟุกุโอกะ เพื่อติดต่อขอทราบรายละเอียดเรื่องของแฟนสาว เขาบอกให้รอทางตำรวจญี่ปุ่นติดต่อมาอีกครั้ง เพราะยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน

>> ‘ผบ.ทร.’ สั่งทุกหน่วยใน จ.นราธิวาสห้ามประมาท ยกระดับรักษาความปลอดภัยนราธิวาสเต็มพิกัด ลาดตระเวนทุกมิติ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

15.20 น. พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จ.นราธิวาส อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการปฏิบัติกับกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่

กองทัพเรือได้จัดประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดมาตรการรองรับและสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่อย่างเหมาะสม และจากการประเมินสถานการณ์ กองทัพเรือได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเพิ่มการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทั้งทางทะเลและพื้นที่สำคัญ เสริมการรักษาความปลอดภัยท่าเรือและที่ตั้งหน่วย เตรียมความพร้อมกำลังทางเรือและชุดแพทย์ให้สามารถสนับสนุนได้ทันที

รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ จัดตั้งจุดตรวจ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน กำลังพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพิ่มการเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนและสถานที่สำคัญ รวมถึงสนับสนุนการติดตามผู้กระทำความผิดและการป้องกันเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท พร้อมดูแลขวัญและกำลังใจของกำลังพล และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

>> ป.ป.ส. เตือนอีกครั้ง รับหิ้ว-ฝากของ ไปต่างประเทศ เสี่ยงถูกยัดไส้ยาเสพติด ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายา เผยขบวนการค้ายา เล็งคนรับหิ้ว ทดลองส่งพัสดุก่อนยัดไส้ไอซ์

17.00 น. จากกรณีหญิงไทยวัย 28 ปี เดินทางไปรับจ้างหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่น ก่อนถูกจับที่สนามบินฟุกุโอกะ หลังเจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ซุกซ่อนในซองกาแฟภายในสัมภาระ ครอบครัวยืนยันลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการฝากหิ้วของข้ามประเทศ

น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีการรับจ้างหิ้วฝากของไปส่งยังต่างประเทศ ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการพยายามเตือนและประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องว่าไม่ควรรับฝาก หรือรับจ้างนำสัมภาระหรือพัสดุไปต่างประเทศ และไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม ทั้งอาชีพลูกเรือสายการบิน หรือไกด์นำเที่ยว หรือแม้กระทั่งผู้ที่เปิดเพจออนไลน์รับหิ้ว-ฝากของสินค้าข้ามประเทศ ย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือบุคคลใกล้ชิด คนรู้จัก หรือผู้ที่เสนอค่าตอบแทนให้แลกกับการนำกระเป๋าหรือสิ่งของไปส่งให้บุคคลอื่นในต่างประเทศ แม้ผู้ฝากจะอ้างว่าเป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก แต่ผู้เดินทางไม่สามารถทราบได้ว่าสิ่งของภายในกระเป๋าหรือพัสดุมีอะไรบ้าง จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ อีกทั้งหากท้ายสุดสิ่งของที่ถูกลักลอบซุกซ่อนในสัมภาระนั้น เป็นของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงในหลายประเทศ

หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจพบ ผู้ที่ถือครองกระเป๋าหรือพัสดุจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดี แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของภายในเป็นของผิดกฎหมายก็ตาม สำหรับเคสที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บางบัวทอง ตามที่ครอบครัวได้ไปร้องทุกข์ไว้นั้น สำนักงาน ป.ป.ส. เรามีเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1 ซึ่งจะทำงานบูรณาการด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประสานงานความร่วมมือในด้านใด หรือข้อมูลในมิติใด เราพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกประการ

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ตาพาหลานออกจากบ้านไม่กี่นาที ได้ยินเสียงระเบิดหันไปดูเห็นเปลวเพลิงลุกท่วมเผาวอดหมดบ้าน

18.00 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอบต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนที่บ้านปางมดแดง หมู่ 10 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นายอนุชา กาติ๊บ นายกอบต.อ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น เปลวเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ต้องประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหย่วน เทศบาลตำบลเชียงคำ และอบต.เชียงบาน นำรถดับเพลิงเข้าช่วยระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 45 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

โดยเจ้าของบ้าน เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ กำลังพาหลานออกไปเที่ยวไม่มีใครอยู่บ้าน ออกมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังมาจากบ้าน หันกลับไปดูก็พบว่าเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถนำทรัพย์สินออกมาได้ทัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

>> ไทย พ่าย เวียดนาม 2-3 เซต คว้ารองแชมป์ SEA V Cup 2026 สนาม 2

21.42 น. การแข่งขันวอลเลย์บอลชาย ซี วี คัพ 2026 (SEA V Cup 2026) รอบชิงชนะเลิศ ทีมไทย พบกับ เวียดนาม ที่จาการ์ตา อินเตอร์เนชันแนล เวโลโดรม, ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569

ผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย พ่าย เวียดนาม 2-3 เซต คะแนน 25-22, 23-25, 19-25, 25-15, 10-15 คว้ารองแชมป์ SEA V Cup 2026 สนาม 2

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม