หน้าแรก > อาชญากรรม

รอง ผบ.ตร. นำทีมแถลงจับยาบ้า 2 คดี ยึดของกลางรวมกว่า 17.5 ล้านเม็ด

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:14 น.


วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 2 ผู้ต้องหา และตรวจยึดยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวนรวม 17,560,000 เม็ด โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่

โดย พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยงานภายในสังกัดดำเนินการตรวจค้นจับกุมขยายผลคดียาเสพติดและเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 ผู้ต้องหาคาบ้าน ยึดยาบ้า กว่า 9,560,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

พฤติการณ์การจับกุม สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น ขนย้ายยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถตู้ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเพิงพัก จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตระหนักว่า หากยาเสพติดจำนวนมากมายนั้น หลุดรอด จากการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและทำการสืบสวนต่อไป

กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถตู้ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคกลาง เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งจากการสะกดรอยและสังเกตการณ์

ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุดจับกุมพบเพิงพัก เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ จึงแสดงตัวและใช้ยุทธวีธีในการเข้าตรวจค้น / จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวน 9,560,000 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 500,000,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในเพิงพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ไว้ใช้เพื่อสำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน” และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

คดีที่สอง สืบนครบาล 7 ตรวจยึดของกลางยาบ้า 8,000,000 เม็ด

พฤติการณ์การจับกุมสืบเนื่องจาก พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ต่อมาได้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาพักรอการจำหน่ายที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะแพร่กระจายเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกัน ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมาย โดยได้รับแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ติดตามอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยรถที่ใช้ขนและลำเลียงยาเสพติดเป็นรถกระบะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังสะกดรอยติดตามต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.00 น. พบรถคันดังกล่าวขับบนเส้นทางลพบุรี-สระบุรี มีลักษณะบรรทุกของหนักผิดปกติจึงทำการสะกดรอยตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบบริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี แต่ผู้ขับขี่ได้ขับรถหลบหนี โดยผู้ต้องหาชาย 2 คน ได้ถอยชนรถเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการยิงสกัด ทำให้ผู้ต้องหาทิ้งรถและอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 40 กระสอบ รวมทั้งหมด 8,000,000 เม็ด, รถยนต์กระบะ (แบบแครี่บอย) ทะเบียนลพบุรี และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 11Pro Max จำนวน 1 เครื่อง นำส่งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองลพบุรี และนำยาเสพติดไปขยายผลต่อที่ กก.สส.บก.น.7 ก่อนจะส่งมอบให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวยอดนิยม