หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:47 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569


>> รองจ๋อ นำศูนย์ยาเสพติด บช.น. บุกช่วยเด็กชาย 7 ปี พ้นมือแม่หัวจ่าย พ่นควันยานรกใส่ โชว์ลูกค้า

06.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง (ช่วยเด็ก) เข้าตรวจสอบ ห้องแถว 2 ชั้น ย่านประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดที่ตรวจยึด สามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ปีจากวงเสพยาเสพติดไดโดยปลอดภัย โดยหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของ เด็กชายวัย 7 ขวบ เจ้าหน้าที่พบอยู่ในสภาพอ่อนเพลียโดยเจ้าหน้าที่ พม.ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง ได้ดำเนินการนำตัวส่ง พม. ดำเนินการต่อไป

ในชั้นจับกุม น.ส.เอ (สงวนชื่อสกุลจริง) มารดาของเด็กชาย 7 ขวบ ให้การว่า “ปกติตนจะพักอาศัยอยู่ที่บางซ่อน แต่ในวันนี้ตนระหว่างทางไปส่งลูกชายเข้าเรียนได้แวะเข้ามาหาเพื่อน เพื่อจะซื้อยาบ้ากับยาไอซ์เอาไปเสพเอง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด โดยรับว่าซื้อแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง และพาลูกมาด้วยตลอดเพราะเป็นทางผ่านไปโรงเรียนลูก"

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับประสานจากมูลนิธิ กัน จอมพลัง ซึ่งได้รับร้องเรียนว่าบ้านดังกล่าวเปิดเป็นคาเฟ่เสพยาเสพติด โดยมีเด็กเล็ก อยู่ในท่ามกลางลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดทุกวัน จึงได้วางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งภาพแรกที่เห็นและสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ ได้พบเด็กชายวัย 7 ขวบ อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวท่ามกลางผู้เสพยา จึงรีบช่วยเหลือนำเด็กออกมาก่อน จากการบุกทลายแหล่งมั่วสุมครั้งนี้ พบผู้ต้องหาและของกลางจำนวนหลายรายการ


>> รถบรรทุกปูนพลิกตะแคงลงข้างทาง คนขับติดภายใน หน่วยกู้ภัยสายชลชุมพรใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือสำเร็จ

09.35 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร ได้รับแจ้งเหตุ รถบรรทุกปูนพลิกคว่ำ ถนนภายในหมู่บ้าน บริเวณใกล้โรงเรียนบ้านเขาล้าน ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในห้องโดยสาร

ถึงที่เกิดเหตุ พบรถ 10 ล้อ บรรทุกปูน สีขาว ป้ายทะเบียน ชุมพร ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20–25 ปี ติดอยู่ภายในห้องโดยสารของรถบรรทุก เจ้าหน้าที่ประเมินอาการพบว่า ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวดี มีอาการบาดเจ็บบริเวณแขนขวา และมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์ตัด-ถ่าง เปิดพื้นที่เข้าช่วยเหลือ ก่อนนำผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย จากนั้นทีมกู้ชีพโรงพยาบาลสวีได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่ง โรงพยาบาลสวี เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษาต่อไป


>> นายกฯ ย้ำ รัฐบาลอยู่ได้ด้วยผลงาน สั่งทุกกระทรวงทำงานเต็มกำลังเพื่อประชาชน

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 ณ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พร้อมกล่าวว่า "รัฐบาลชุดนี้เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ เน้นภารกิจหน้าที่เป็นหลัก รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงาน เมื่อมอบนโยบายแล้ว ผมติดตามงานอยู่ตลอด และที่ผ่านมาทุกท่านทำได้ดี ทำให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้มองประโยชน์ส่วนตนเหนือประโยชน์ของประเทศและประชาชน"

นายกฯ ย้ำว่า ประเทศไทยต้องแสดงศักยภาพต่อประชาคมโลกให้มากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติมองเห็นโอกาสและตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่ให้บริการประชาชนต้องบูรณาการการทำงาน ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจเจรจากับต่างประเทศ นายกฯ กำชับให้เตรียมข้อมูลอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และทันต่อสถานการณ์

จากนั้น นายกฯ ได้ให้ข้อสั่งการใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) สนับสนุนสินค้าไทย เพิ่มการวิจัยและพัฒนา (2) ยกระดับความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ (3) กำชับประหยัดพลังงาน ติดตามตะวันออกกลาง ป้องกันการกักตุนน้ำมัน (4) สั่งการทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม บูรณาการดูแลประชาชนทุกพื้นที่


>> รถจักรยานยนต์ ชนเข้าท้ายรถบรรทุก จอดซื้อของข้างทาง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ริมถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จ.นนทบุรี

10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.ชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ที่จอดข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณปากซอยเลี่ยงเมืองปากเกร็ด 44 ถ.เลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ลักษณะชนเข้าท้าย รถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สุรินทร์ จอดอยู่ริมถนนด้านซ้าย และร่างของผู้เสียชีวิต ติดค้างอยู่ อาสาสมัครดำเนินการเคลื่อนย้ายรถ จยย. และตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด

คนขับรถรถบรรทุก กล่าวว่า ตนเองกำลังนำท่อคอนกรีตไปส่งบริเวณหลังตลาดกรมชลประทาน แต่เส้นทางเป็นซอยแคบจึงมาจอดรถบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเพื่อหาเส้นทางใหม่ ระหว่างนั้นให้เด็กรถลงไปซื้อของจอดได้เพียง 5 นาทีก็ได้ยินเสียงดังที่ท้ายรถอย่างแรงจึงได้พบว่าถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้าย

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับ รถบรรทุกไว้โดยเจ้าตัวยืนยันว่าได้จอดรถและลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตและทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> รัฐบาล เดินหน้ากวาดล้างโรงแรมเถื่อน-นอมินี ภูเก็ต พื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง พบไม่มีใบอนุญาตฯ ตรียมขยายผลเส้นทางการเงิน

10.32 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าจัดระเบียบสังคมอย่างต่อเนื่อง ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนต่างชาติสีเทา รวมถึงติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ในการตรวจสอบการดำเนินการผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการไม่สวมสิทธิ์นอมินีในการเป็นเจ้าของ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการ กรมการปกครอง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมขนาด 200 ห้อง 240 ห้อง และ 45 ห้อง พบว่าทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะสองแห่งแรกขออนุญาตก่อสร้างเป็นที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม แต่กลับนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม นอกจากนี้ การทดลองจองที่พักล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ยังพบหลักฐานชัดเจนว่า มุ่งเน้นทำตลาดขายห้องพักให้กลุ่มลูกค้าชาวยุโรปและต่างชาติเป็นหลัก โดยไม่พบลูกค้าชาวไทย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเชิงลึก พบความผิดปกติในการใช้โครงสร้างตัวแทนอำพรางหรือนอมินี (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยให้ชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 49 และคนไทยถือหุ้นร้อยละ 51 บางแห่งคนไทยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ปล่อยให้ชาวจีนเช่าและดำเนินกิจการโดยไร้ใบอนุญาต

“กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมขยายผลเครือข่ายโรงแรมของต่างชาติ ถึงแม้ทางนิตินัยจะถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ของรัฐทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีและถูกต้องตามกฎหมาย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" หากพบการกระทำความผิดก็ต้องจับกุม รัฐบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนนอมินี แก๊งสแกมเมอร์ หรือธุรกิจสีเทา เข้ามาเบียดเบียนคนไทยที่ทำธุรกิจถูกกฎหมายอีกต่อไป” นางสาวพลอยทะเล ระบุ


>> แจ้ง 2 ข้อหาหนัก ขับรถกระบะเมาชนเด็กชายวัย 13 ปี เสียชีวิต ตรวจพบแอลกอฮอล์ 176 มิลลิกรัมเเปอร์เซ็นต์

11.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้น ในช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ค.69 จากเหตุรถยนต์กระบะ สีเทา ขับพุ่งเฉี่ยวชน เด็กชาย วัย 13 ปี จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 7 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่วนทางคนขับรถคันดังกล่าวได้หลบหนีไป จนกระทั่งมีการนำคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแชร์ลงโซเชียลเพื่อเร่งติดตามเบาะแสขับกุมตัว และคลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปจำนวนมาก

ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เร่งติดตามจับกุมผู้ขับขี่รถกระบะสีเทา ป้ายทะเบียน แม่ฮ่องสอน ได้ที่บริเวณหอพักแห่งหนึ่งใกล้วัดป่าแดด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร และทราบชื่อคนขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวตามภาพกล้องวงจจรปิดคือ นายจอ (นามสมมุติ) เป็นชาวไทยใหญ่ มีภูมิลำเนาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า เป็นบุคคลและรถที่ปรากฏในภาพ และเป็นผู้ขับรถเฉี่ยวชนเด็กก่อนขับออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่ได้หยุดให้ความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเข้าควบคุมตัขณะพบอยู่ในสภาพมึนเมา และผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 176 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (โทษสูงกว่าขับรถชนคนตาย) และ ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วไม่หยุดรถ ไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควร ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


>> เด็กนักเรียนชาย ม.3 พลัดตกชั้น 2 ทะลุหลังคา ครูเผยปีนไปเก็บหูฟังที่ล่วงบนหลังคา จ.นนทบุรี

12.40 น. พ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผกก.สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุจากครูของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่ามีเด็กนักเรียนพลัดตกหลังคาลงมาได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า ที่บริเวณโถงระหว่างตัวอาคารซึ่งมีหลังคากระเบื้องเชื่อมต่อกันระหว่างอาคาร แตกเป็นรอยโหว่ขนาดใหญ่ โดยที่พื้นพบเศษไม้และเศษกระเบืัองหลังคาแตกหักกระจัดกระจายอยู่ในจุดเกิดเหตุ ส่วนเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน

สอบถามครูประจำโรงเรียนรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงพักเที่ยง เด็กนักเรียนชาย ชั้น ม.3 ได้ปีนออกไปเก็บหูฟังที่ร่วงไปอยู่บนหลังคาในระหว่างที่กำลังคุยโทรศัพท์กับแม่ของเขา ด้วยความที่คิดไม่ถึงว่า หลังคากระเบื้องมันเก่ามากแล้ว เมื่อเด็กปีนออกไปเหยียบบนหลังคาประกอบกับน้ำหนักตัวและความเก่าของหลังคากระเบื้อง จึงทำให้หลังคาพังถล่มตัวลงมาพร้อมกับร่างของเด็กนักเรียนที่ตกลงมาศรีษะไปกระแทกกับแผ่นไม้ที่วางอยู่ข้างล่างกับพื้น ทำให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งห้องไอซียูโรงพยาบาลเร่งด่วน หลังจากนี้ทางโรงเรียนจะได้ประกาศแจ้งเตือนนักเรียน เกี่ยวกับอันตรายที่จะขึ้นในการปีนออกมานอกตัวอาคาร เพื่อความปลอดภัย


>> ทลายขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิ์เด็กจีนได้สัญชาติไทย เร่งขยายผลสแกน 1,483 เคสต้องสงสัย

13.28 น. ​กรมการปกครอง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แถลงผลปฏิบัติการทลายขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” สวมรอยรับรองบุตรให้เด็กสัญชาติจีนเพื่อรับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับครบทั้ง 4 ราย (พ่อแม่ชาวจีน 2 ราย และพ่อไทยทิพย์ 2 ราย) หลังตรวจพบความผิดปกติในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งเด็ก 2 รายแรกที่ถูกสวมสิทธิ์พบมีพาสปอร์ต 2 สัญชาติ

​ด้านตำรวจเร่งขยายผลตรวจสอบเด็กกลุ่มเสี่ยงใน BKK อีก 1,483 ราย หากพบทุจริตพร้อมเพิกถอนสัญชาติทันที พร้อมย้ำเคสนี้ใช้ช่องทางบริการภาครัฐตามปกติ จึงอยู่ระหว่างสอบสวนความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่เขต ขณะที่ สบส. ลุยอายัดเอกสารทำคลอดโรงพยาบาลเอกชน และสั่งปูพรหมตรวจสถานพยาบาลกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ ทั้งนี้ เตือนประชาชนอย่ารับจ้างเป็นพ่อทิพย์เพราะมีโทษอาญาร้ายแรง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคลากรทางการแพทย์หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุดและให้ออกจากราชการหรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที


>> นายกฯ ต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่ ดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ พลเรือเอก ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนข้อริเริ่มและความร่วมมือที่นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

นายกฯ กล่าวถึงการจัดตั้งกลไกการหารือร่วมระหว่างรมว.ต่างประเทศ และ รมว.กลาโหม เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคง พร้อมแสดงความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่างขอบเขตข้อกำหนดการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางทหารและเทคโนโลยีทางทหาร โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัย การผลิต และการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับจีน เพื่อขยายความร่วมมือทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน

ในช่วงท้าย นายกฯ ย้ำว่า ไทยและจีนเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเป็นพี่น้อง และเชื่อมั่นว่าการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันจะช่วยส่งเสริมความมั่นคง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และสันติภาพในระดับภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน


>> ตำรวจเมืองสมุทรสาคร รวบหนุ่มเมียนมา ลักลอบส่งยาบ้า เกือบ 7 พันเม็ด พร้อมยาไอซ์ 8 กรัม

14.29 น. พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เผยการปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสจะมีบุคคลต่างด้าวลักลอบนำยาเสพติดมาส่งบริเวณริมรั้วกำแพงหลังตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สุขุม เพาะไธสง รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าซุ่มตรวจสอบ กระทั่งพบชายต้องสงสัยมีรูปพรรณสัณฐานตรงตามที่ได้รับแจ้ง มีท่าทีพิรุธบริเวณกำแพงดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อคือ นายซอ อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา

จากการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 6,400 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 8 กรัม ซุกซ่อนอยู่ สอบถามผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมดจริง โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหา "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> บุกทลายโกดังเถื่อน ยึด กาแฟ-โกโก้ น้ำยาปรับผ้านุ่มปลอม ล็อตใหญ่ ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น

15.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการ ปอศ. ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ตรวจค้นสถานที่ 2 แห่งคือโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และบ้านหลังหนึ่ง เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร

จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย แจ้งข้อหาฐานความผิด ร่วมกันปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักรและ เอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ แจ้งความ รายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้า หรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 226,720 ชิ้น มูลค่าความเสียหาย 2,629,700 บาท ประกอบด้วย

เครื่องจักร : เครื่องบรรจุผงและน้ำยา จำนวน 4 เครื่อง, เครื่องผสม, ถังผสม, เครื่องแพ็ค-ซีล-สกรีน, เครื่องยิงบาร์โค้ด และเครื่องดูดควัน, สินค้าปลอม : กาแฟซองปลอม , ​โกโก้ซองปลอม , น้ำยาปรับผ้านุ่มซองปลอม รวม 416 ลัง (168,588 ซอง), วัตถุดิบผลิต : ผงโกโก้, ผงกาแฟ, ผงนม, น้ำตาล และครีมเทียม รวมจำนวน 119 กระสอบ และ บรรจุภัณฑ์ปลอม : ซองบรรจุภัณฑ์, ม้วนซอง และกล่องกระดาษ รวมกว่า 55,000 ชิ้น

ภายหลังตำรวจ บก.ปอศ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านชำและประชาชนย่านฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร ว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นพนักงานขายสินค้ามาขายส่งสินค้า กาแฟซองปลอม ยี่ห้อดัง ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่แอบอ้างเป็นพนักงานขายสินค้าได้กักเก็บสินค้าปลอมไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร และสืบสวนสะกดรอยจนทราบว่าสินค้าปลอมดังกล่าวนั้นถูกผลิตและจัดส่งมาจากมาจากโกดัง ในพื้นที่ จ.สระบุรี จึงได้นำหมายค้นศาล เข้าตรวจค้นทั้ง 2 สถานที่ สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ มีข้อมูลว่าสินค้าที่มีการปลอมแปลงดังกล่าวได้ผลิตสูตรท้องตลาดแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น ทั้งนี้ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ฝากเตือนพี่น้องประชาชนหากต้องการเลือกสินค้าที่ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพื่อป้องกันของลอกเลียนแบบและของปลอม


>> ผบช.ก. เร่งปิดคดีโกงสอบท้องถิ่น จ่อสรุปภายในจันทร์-อังคาร ลุ้นฟันผู้ต้องหาเพิ่ม ส่งสำนวนถึง ป.ป.ช.

16.13 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยประสานมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ขอเอกสารและคำให้การ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมนอกเหนือจากผู้ต้องหา 3 รายเดิมหรือไม่ คาดจะได้ข้อสรุปภายในวันจันทร์หรือวันอังคารนี้ ก่อนส่งสำนวนให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย

พร้อมกันนี้ ตำรวจเตรียมรายงานความคืบหน้าครั้งที่ 2 ต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและนายกรัฐมนตรี โดยเน้นตรวจสอบช่องโหว่ของกระบวนการจัดสอบและการเก็บรักษาเอกสาร เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำในอนาคต ขณะที่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐจะอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะไต่สวนพิเศษ ป.ป.ช. เพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม


>> จักรยานยนต์ไฟลุกพรึ่บ เด็กชายวัย 14 ปี ทิ้งรถวิ่งหนีตาย รอดหวุดหวิด จ.นครพนม

17.20 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ กลางสะพานบ้านต้อง หมู่ 11 ตำบลฝั่งแดง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สร้างความแตกตื่นให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

โดย เด็กชายวัย 14 ปี ผู้ขับขี่ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถมีอาการติด ๆ ดับ ๆ มีกลิ่นน้ำมันและควันออกจากบริเวณเครื่องยนต์ กระทั่งจอดรถกลางสะพานและลองสตาร์ตใหม่ ก่อนเกิดประกายไฟบริเวณหัวเทียน ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุอย่างปลอดภัย

พลเมืองดีที่ผ่านมา ช่วยกันควบคุมเพลิงในเบื้องต้น พร้อมแจ้งผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้นำถังดับเพลิงมาช่วยดับไฟ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับสภาพรถที่มีปัญหาทางเครื่องยนต์และระบบอุปกรณ์ที่ไม่ตรงรุ่น ทั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม


>>สปีดโบ้ทอับปางกลางทะเล ใกล้เกาะครามน้อย นักท่องเที่ยว 4 ชีวิตรอดหวุดหวิด เรือยอร์ชนำเที่ยวช่วยทันก่อนพายุถล่ม

17.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเรือสปีดโบ้ทล่มกลางทะเล บริเวณใกล้เกาะครามน้อย ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างพื้นที่เมืองพัทยาและนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งเหตุ หน่วยปฏิบัติการกู้ภัยทางทะเล มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าเมืองพัทยา และหน่วยกู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา นำเรือกู้ชีพออกตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ประสบภัยรวม 4 คน ประกอบด้วยหญิงชาวไทย 2 คน และชาย 2 คนชาวต่างชาติ โดยทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือจากเรือยอร์ชนำเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียง นำขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัยก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง ส่วนเรือสปีดโบ้ทอยู่ในสภาพพลิกคว่ำลอยอยู่กลางทะเล จากการตรวจสอบพบว่าผู้ประสบภัยทั้งหมด ออกมาทำกิจกรรมตกปลาที่กลางทะเล

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอาการผู้ประสบภัย พบว่าทั้งหมดปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ยังอยู่ในอาการตกใจ จึงนำตัวขึ้นฝั่งและส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เรือสปีดโบ้ทที่อับปาง หน่วยกู้ภัยได้ดำเนินการลากเข้าฝั่งบริเวณชายหาดบางเสร่ อ.สัตหีบ ส่วนสาเหตุของการอับปางอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ภายหลังภารกิจช่วยเหลือเสร็จสิ้นเพียงไม่ถึง 5 นาที พื้นที่เมืองพัทยาได้เกิดพายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นความโชคดีที่ผู้ประสบภัยทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากทะเลได้ทันเวลา ก่อนสภาพอากาศจะแปรปรวนอย่างหนัก จนสามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 134 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

>> รถจักรยานยนต์ ชนเข้าท้ายรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต เป็นสาววัย 25 ปี ริมถนนภายในเอื้ออาทรฯ ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ

02.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนบางพลี - ตำหรุ ใกล้เคียงปั๊มน้ำมัน พื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีขาว ลักษณะชนเข้าท้ายรถบรรทก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย อายุประมาณ 25 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม