วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:13 น.
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นผู้แถลงข่าว พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส แถลงความคืบหน้าเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส สั่งการทบทวนและปรับมาตรการจุดตรวจให้มีความเหมาะสม รัดกุม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่มุ่งมั่นดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบด้วย 2 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ และเหตุระเบิดบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
จากเหตุการณ์ดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด ขณะนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการซักถามเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ด้าน พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา เปิดเผยความคืบหน้าว่า กรณีเหตุระเบิดบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลและความเชื่อมโยงของผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในระดับหนึ่งแล้ว โดยอยู่ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อสอบสวนขยายผลอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของผู้ครอบครองรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เส้นทางที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ตลอดจนเครือข่ายที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างรอบคอบ
ส่วนเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 13 คน มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ โดยมีผู้เฝ้าดูต้นทางทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีเทา เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามผู้ครอบครองรถรายสุดท้าย คาดว่าจะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน
ขณะที่ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มความสามารถ และยังคงเดินหน้าการทำงานเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อร่วมกันป้องกันและลดโอกาสการเกิดเหตุในพื้นที่
