หน้าแรก > การเมือง

“คลัง” ปรับเกณฑ์จ่อคืนสิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ให้กลุ่มรถเก่า นศ.นอกระบบ มีชื่อในองค์กรช่วยชุมชน และหลักทรัพย์ที่เปิดไว้โดยไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าต่ำ เสนอ ครม. พิจารณาจันทร์นี้

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:32 น.


‘กระทรวงคลัง’ ปรับเกณฑ์ ‘บัตรสวัสดิการฯ’ ไม่ตัดสิทธิ์กลุ่มมีรถยนต์เก่าเกิน 20 ปี-จักรยานยนต์ 15 ปี นักศึกษานอกระบบ เป็นกรรมการวิสาหกิจเพื่อชุมชน-สังคม มีบัญชีหุ้นที่ไม่เคลื่อนไหว-หรือมูลค่าต่ำมาก พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ เตรียมชง ครม. เคาะวันจันทร์นี้

วันที่ 23 ก.ค.69 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในการประชุมวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. 69

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนเข้ามาขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.4 ล้านราย จากจำนวนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 9.3 ล้านคน โดยการทบทวนสิทธิ์ครั้งนี้ กว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งคณะกรรมการพร้อมปรับเงื่อนไขเพื่อดูแลประชาชนที่มีรถเก่า รถสิ้นสภาพ การโอนลอย และการถูกสวมสิทธิซื้อรถยนต์ ซึ่งข้อมูลจากการตรวจสอบฐานทะเบียนรถย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2561 มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 2.5 ล้านราย ได้ดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ หรือ รถยนต์มือสองในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ถือบัตรกลุ่มนี้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จนสามารถครอบครองสินทรัพย์มูลค่าสูงได้

จากการตรวจสอบข้อมูล ยังพบประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ เนื่องจากมีบัญชีหลักทรัพย์ แต่เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่า หลายรายเปิดบัญชีไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือมีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือเพียงหลักร้อยบาท

คณะกรรมการฯ จึงเห็นชอบให้ ยกเว้นเกณฑ์การมีบัญชีหลักทรัพย์ สำหรับผู้ที่ไม่มีการซื้อขาย หรือมีมูลค่าทรัพย์สินในบัญชีต่ำมาก เพื่อให้การคัดกรองสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

อีกหนึ่งประเด็นคือ การผ่อนปรนเกณฑ์ให้แก่ นักศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาทางเลือก เช่น ผู้เรียนในระบบ กศน. หรือ อาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำงานหารายได้ควบคู่กับการเรียน รัฐบาลเห็นว่า ไม่ควรให้ประชาชนต้องเลือกระหว่างการศึกษาและการได้รับสวัสดิการของรัฐ จึงเตรียมยกเว้นเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้ยังสามารถได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัญหาหลักเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ ได้แก่ รถโอนลอย รถสิ้นสภาพ รถถูกสวมทะเบียน และรถเก่าที่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังปรากฏข้อมูลในระบบทะเบียน โดยแนวทางใหม่ที่คณะกรรมการฯ จะเสนอครม. ได้แก่ การยกเว้นการถือครอง รถยนต์อายุ 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ หากเป็นรถใหม่ที่ประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นซากรถ หรือ สิ้นสภาพ เจ้าของรถสามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอคืนสิทธิได้ นอกจากนี้ยังครอบคลุมรถเก่าที่ยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รถปิกอัพเก่า หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับส่งบุตรหลาน แต่จะไม่คืนสิทธิให้แก่กลุ่มรถที่มีมูลค่าสูงแม้จะมีอายุมาก เช่น รถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson, รถคลาสสิก หรือรถเพื่อการสะสม เนื่องจากไม่ถือว่าเป็นผู้เดือดร้อนจริง

โดยกรมการขนส่งทางบก จะประสานกระทรวงมหาดไทย จัดตั้งระบบ One-Stop Service ให้ประชาชนแจ้งข้อมูลได้ที่อำเภอ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่ง และอยู่ระหว่างเตรียมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนรถสิ้นสภาพ เพื่อยกเว้นภาษีรถค้างชำระให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีผู้ถือบัตรเดิม 2.5 ล้านคน ที่จดทะเบียนซื้อรถ กรณีที่ซื้อรถมือสองอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่เพิ่งจดทะเบียน จะได้สิทธิคืนหรือไม่นั้น ส่วนนี้ต้องนำมาดูรายละเอียด หากมีการซื้อใหม่ในห้วงเวลาใกล้ๆ นี้ อาจจะต้องหารือกันอีกครั้ง เพราะอาจจะถือว่าเพิ่งจดกรรมสิทธิ์ไป อาจจะไม่คืนสิทธิให้

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังคืนสิทธิกรรมการวิสาหกิจชุมชนกว่า 1.5 หมื่นราย โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมการพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ในการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทกว่า 139,804 ราย และพบว่า 1 คน เป็นกรรมการในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง แต่ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่ดำเนินกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ได้เป็นผู้มีฐานะร่ำรวย จึงเห็นชอบให้คืนสิทธิ ได้แก่ กรรมการวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน รวมประมาณ 15,000 ราย เนื่องจากเป็นองค์กรที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของชุมชนและไม่ได้แสวงหากำไร

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม