วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:00 น.
รวบหนุ่มเมียนมา ลักลอบลำเลียง ‘โดรน FPV’ หวั่นกระทบความมั่นคง
21 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ร่วมกันจับกุม นายมิน (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ” โดยจับกุมได้ บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
พร้อมตรวจยึดของกลาง อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ประเภท FPV ประกอบเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 4 ลำ , โครงเฟรมโดรน พร้อมประกอบ จำนวน 7 ชุด พร้อมด้วยอุปกรณ์และอะไหล่ จำนวนรวม 16 รายการ เช่น มอเตอร์,กล้องสำหรับติดโดรน,แผงวงจรควบคุม,เสาสัญญาณ
พฤติการณ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. ร่วมกับ กองกำลังนเรศวร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ สภ.แม่สอด ได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูล จนได้สืบทราบจากสายลับ ไม่ประสงค์ออกนาม ว่า จะมีการลับลอบขนส่งสินค้าประเภทโดรน FPV ผิดกฎหมายศุลกากร มายังพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมา) ด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ทราบแน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าไปตรวจสอบยัง บริษัทฯ ขนส่ง พบกล่องพัสดุต้องสงสัย จำนวน 2 ลัง ต้องสงสัย ซึ่งส่งมาจากต้นทาง จ.เชียงใหม่ รอการนำส่งยังไปยังที่อยู่ปลายทางตามที่ระบุไว้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมได้ติดตามกล่องพัสดุต้องสงสัยไปจนทราบว่า มีนายมินฯ เป็นผู้รับพัสดุ เจ้าหน้าที่ฯจึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ พบสินค้าภายในกล่องพัสดุทั้ง 2 กล่อง เป็น อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนฯ พร้อมอุปกรณ์อะไหล่ต่าง ๆ จำนวนมาก ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ บรรจุอยู่ภายในกล่อง อันเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบเอกสารการนำเข้าพัสดุ แต่นายมินฯ ไม่สามารถแสดงเอกสารดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้แต่อย่างใด ต่อเนื่องกันเจ้าหน้าที่ได้ขอเข้าตรวจค้นห้องพักของนายมินฯ ผลการตรวจค้น พบกล่องลังพัสดุ ที่มีลักษณะเดียวกันอีกจำนวน 1 กล่อง ตรวจสอบภายใน พบเป็น สิ่งของชนิดเดียวกันกับสินค้าภายในกล่องลังทั้ง 2 ก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ แล้วควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า สิ่งของดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง ตนเป็นเพียงผู้รับพัสดุดังกล่าวแทนเท่านั้น โดยเมื่อรับพัสดุแล้วจะมีผู้ขับขี่รถยนต์เข้ามารับพัสดุดังกล่าว โดยที่ผู้ต้องหาไม่รู้จัก,ไม่ได้รับค่าจ้างและไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าชนิดใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฯ ไม่ได้ปักใจเชื่อผู้ต้องหา และจะทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป