วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:35 น.
‘สิริพงศ์’ เผย ครม.ยังไม่อนุมัติปรับหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลัง ‘นายกฯ’ สั่งขยายเวลาอุทธรณ์-ยกเว้นค่าธรรมเนียมตรวจสอบสิทธิ์ บอก ‘อนุทิน’ ไม่น้อยใจถูก ปชช.วิจารณ์
21 กรกฎาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการดูแลประชาชนดีที่สุด และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย จัดพื้นที่อุทธรณ์ ส่วนประชาชนคนไหนที่ไม่สามารถเดินทางมาอุทธรณ์ได้ด้วยตัวเอง ก็ให้จัดเจ้าหน้าที่ไปสำรวจเพิ่มเติม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายกฯ ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเช่นเดียวกัน โดยให้ดูว่ากฎหมายข้อไหนที่สามารถใช้อำนาจยกเว้น เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสิทธิ์ประชาชน หรือทะเบียนขาดต่อชำระเป็นเวลานาน การจะไปยกเลิกต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียมภาษีย้อนหลัง ตรงนี้ต้องไปพิจารณาว่าจะยกเลิกอย่างไร เพราะเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำเป็นต้องจัดระบบทะเบียนใหม่ ซึ่งเป็นข้อสั่งการนายกฯ ขณะที่กระทรวงการคลัง ขอชะลอการโยกรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 6 ล้านราย เพื่อไปรับสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์ การครอบครองรถ เพื่อนำข้อสั่งการของนายกฯ ไปพิจารณาให้ครบถ้วนทุกมิติ
เมื่อถามว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ในการยกเว้นหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ครม.รับทราบแล้ว โดยกระทรวงการคลัง จะนำไปพิจารณาทบทวน ดังนั้น ช่วงนี้ขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า ที่มีข่าวไทม์ไลน์การได้รับสิทธิ์ต่างๆ ออกมา ขอให้รอฟังมติ ครม.ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ย้ำว่านายกฯ ได้สั่งการให้ขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์
เมื่อถามว่า จะมีการใช้ One Stop Service เพื่อไม่ให้ประชาชนเดินทางไปติดต่อหลายที่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โดยปกติประชาชนไม่ต้องเดินทางก็ได้ ใช้ทางลัดผ่านธนาคารกรุงไทยและ ธ.ก.ส. รวมถึงกรมขนส่งทางบก ซึ่งสิ่งที่จะเพิ่มเติมใหม่ คือการให้ไปติดต่อที่อำเภอ โดยทางอำเภอจะจัดหน่วยเคลื่อนที่ลงตามหมู่บ้าน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า คนที่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ให้รอกระทรวงการคลังพิจารณาหลักเกณฑ์ ส่วนคนที่ยังไม่อุทธรณ์ ไม่ได้หมายความว่า สละสิทธิ์ เพราะมีการเลื่อนมติ ครม. ออกไป ส่วนหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ขอยกเว้นเกี่ยวกับการครอบครองรถ กระทรวงคมนาคมได้เสนอแล้ว ยืนยันว่า ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่การพิสูจน์สิทธิ์ของแต่ละคน เป็นสิ่งที่จะต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยมีการดำเนินการในอดีต รัฐก็พยายามทุกทาง ในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก เอาข้อมูลเหล่านี้มาทำให้ถูกต้อง
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์การโอน เช่นการโอนรถ หรือการโอนลอย อาจจะเป็นผลในทางที่ไม่ดีกับประชาชนในอนาคต เพราะทรัพย์สินไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่สิทธิ์ยังเป็นชื่อเรา คนที่เอาไปทำผิด มีความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวพันกับเรา จึงถือโอกาสนี้ในการจัดระบบ
เมื่อถามว่า นายกฯ กังวลหรือน้อยใจหรือไม่ ที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไม่ เข้าใจว่าการมีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นความกล้าหาญของรัฐบาล ที่เรารู้อยู่แล้วว่าคนสมหวังย่อมดีใจ คนผิดหวังก็ต้องตำหนิ เป็นเรื่องธรรมดาในการขึ้นทะเบียนทุกครั้ง คำถามคือ 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการลงทะเบียนใหม่เลย คนที่ควรจะมีโอกาสรับสิทธิ์ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 ล้านคน อาจจะมีประชาชนบางคนที่ยากจนจริง แต่หลุดออกไปเพราะหลักเกณฑ์เก่า ขณะที่วันนี้ หากดูจากโลกโซเชียลจะเห็นว่า มีบางคนที่ดูแล้วร่ำรวย แต่ในอดีตที่ผ่านมาเขาก็ได้รับสิทธิ์ นี่คือการสร้างความเป็นธรรม เปิดโอกาสให้คนที่ควรได้
ดังนั้น นายกฯไม่ได้น้อยใจ รัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง ยืนยันว่าหลักเกณฑ์ต่างๆ ใช้ดุลพินิจน้อยมาก โดยไม่ได้ใช้ดุลพินิจของผู้นำชุมชน เพียงแต่หลักเกณฑ์ต่างๆ เมื่อมาถึงการปฏิบัติ หากข้อไหนที่แข็งไปเราก็ปรับ