หน้าแรก > ภูมิภาค

อุทยานฯ เขาใหญ่ แจงดราม่าคลิปผลักดัน "พลายสาริกา" ยันจุดประกายไฟเป็นมุมกล้อง ปฏิบัติงานในระยะปลอดภัย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:25 น.


วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ขอชี้แจง การผลักดัน "พลายสาริกา" จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ต่อภาพและคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ผลักดัน "พลายสาริกา" ช้างป่าบริเวณบ้านสาริกา หมู่ 3 ทางเข้าน้ำตกสาริกา ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569

บุคคลในภาพที่ใช้อุปกรณ์ประกายไฟคือเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า ส่วนระยะห่างระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับช้างที่ดูใกล้ชิดในคลิปนั้น แท้จริงเป็นผลจากมุมกล้องที่ทำให้ระยะดูสั้นกว่าความเป็นจริง โดยระยะปฏิบัติงานจริงยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตลอดเหตุการณ์ ทั้งนี้ ทางอุทยานฯ ขอบคุณสำหรับข้อสังเกตจากสังคม และจะนำไปเป็นบทเรียนปรับวิธีสื่อสารและวางแนวปฏิบัติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทางอุทยานฯ จักได้ดำเนินการเพื่อสอบข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรับแนวทางให้เหมาะสมต่อไป 

ด้าน นายสถาพร ธีระวัฒน์ หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติที่ 6 ให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้มีการผลักดันช้างพลายสาริกาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วง2 เดือนนี้ พลายสาริกามีอาการตกมัน ทำให้ช้างก้าวร้าวขึ้น การรับรู้สิ่งแวดล้อมลดลง และพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางง่ายกว่าปกติ การใช้วิธีผลักดันแบบอ่อนโยนหรือใช้สิ่งกีดขวางเบาที่เคยได้ผลจึงอาจไม่เพียงพอ

สำหรับสถานการณ์ในวันเกิดเหตุ พลายสาริกาได้ชักชวนช้างป่าในพื้นที่รวมกว่า 20 ตัว เคลื่อนตัวบุกเข้าไปในสวนทุเรียนของราษฎร สร้างความเสียหายและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ประกอบกับพลายสาริกาอยู่ในภาวะตกมันซึ่งมีแนวโน้มก้าวร้าวสูงกว่าปกติ เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องผลักดันฝูงช้างออกจากพื้นที่ชุมชนโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะขยายวงกว้างและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในวันเกิดเหตุ ขณะช้างกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตชุมชน เจ้าหน้าที่จึงเลือกใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแทนอุปกรณ์เสียงดัง เพราะไม่มีเสียงระเบิดที่จะกระตุ้นให้ช้างตื่นตระหนกรุนแรงหรือกระทบระบบการได้ยิน เพื่อดึงความสนใจทางสายตาในระยะสั้นและหยุดจังหวะการเดินหน้าของช้างเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ก่อให้เกิดบาดแผลหรืออันตรายทางกายภาพต่อช้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางอุทยานฯ ได้แต่งตั้งกรรมการเพื่อสอบข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรับแนวทางให้เหมาะสมต่อไป โดยเน้นการเฝ้าระวังล่วงหน้า รวมถึงประเมินความเสี่ยงและเส้นทางเคลื่อนที่ของพลายสาริการ่วมกับนักวิชาการสัตว์ป่าเป็นประจำทุกวัน ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการแหล่งอาหารล่อใจ เพื่อลดโอกาสที่ช้างจะออกนอกเขตป่า ต่อไป

ข่าวยอดนิยม