วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:29 น.
รมช.ปิยะรัฐชย์ เปิดงาน "มหกรรมอาหาร 4 แผ่นดิน เหนือสุดถิ่นสยาม" ขับเคลื่อนครัวไทยสู่ครัวโลก หนุน Gastronomy Tourism เชื่อมโยงเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว
(18 ก.ค.69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน มหกรรมอาหาร 4 แผ่นดิน เหนือสุดถิ่นสยาม ภายใต้แนวคิด "เชื่อมโยงรสชาติ เชื่อมสัมพันธ์ 4 แผ่นดิน" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรมอาหารของ 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีน (มณฑลยูนนาน) ว่า สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการร้านอาหาร และภาคการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านอาหาร ถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรม และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน เพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ และยกระดับจังหวัดเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางด้านอาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในระยะยาว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าเกษตรไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมส่งเสริมการแปรรูป การสร้างนวัตกรรม และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ในการยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย สร้างรายได้แก่เกษตรกร และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ การออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก 4 ประเทศ การสาธิตและแข่งขันทำอาหารโดยเชฟชื่อดังและเชฟจากรายการ MasterChef Thailand การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีพื้นเมืองของทั้ง 4 แผ่นดิน กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม อีกทั้งมีเมนูอาหารพื้นถิ่น อาหารขึ้นชื่อ และอาหารร่วมสมัยจากทั้ง 4 ประเทศกว่า 200 ร้านค้า ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองในบรรยากาศแห่งมิตรภาพริมชายแดน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านอาหารได้พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และต่อยอดการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอีกด้วย
“อาหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และการพัฒนาเชียงรายสู่การเป็นประตูการค้า การท่องเที่ยว และศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหารของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว