วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:00 น.
ป.ป.ส. บูรณาการ ศอ.ปส.บช.น. ปิดล้อมร้านอาหารลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิง รวบผู้ค้ายาเสพติด 2 ราย ยึดไอซ์ คีตามีน ยาอี โคเคน พร้อมทรัพย์สิน เดินหน้าขับเคลื่อนแผน “Operation 90 Days พิฆาตยาเสพติด”
18 กรกฎาคม 2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.), พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) โดย ปปส.กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการ ปปส.กทม. พร้อมด้วย นายพีรพงศ์ รำพึงจิตต์ ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.กทม. และ นายอดิเรก อ่อนละมูล ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย ปปส.กทม. บูรณาการกำลังร่วมกับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำโดย พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง รวมกำลังกว่า 60 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานประกอบการแห่งหนึ่งในซอยประชาอุทิศ 1 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” มุ่งยกระดับการปราบปรามแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดและจัดระเบียบสถานบริการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตประกอบกิจการในลักษณะร้านอาหาร แต่มีพฤติการณ์ลักลอบเปิดดำเนินการในลักษณะสถานบันเทิง เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และเป็นแหล่งมั่วสุมที่มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงบูรณาการกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ผลการปฏิบัติ พบว่ามีการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ใช้บริการจำนวน 29 คน (ชาย 20 คน หญิง 9 คน) พบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย 10 คน ประกอบด้วย เมทแอมเฟตามีน 1 คน คีตามีน 5 คน และคีตามีนร่วมกับโคเคน 4 คน
นอกจากนี้ ยังพบการกระทำความผิดฐาน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหาจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 พร้อมของกลาง ได้แก่ ไอซ์ 51.16 กรัม คีตามีน 326.52 กรัม โคเคน 3.83 กรัม ยาอี 224 เม็ด หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 15 ชิ้น และพอตบุหรี่ไฟฟ้า 42 ชิ้น รวมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย เงินสด 227,400 บาท เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ 100 ดอลลาร์ แหวนประดับอัญมณี 2 วง และพระเครื่องพร้อมกรอบ 1 องค์
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานภาคี เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ทั้งการตัดวงจรการค้ายาเสพติด การสกัดกั้นการแพร่ระบาด การยึดและอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด รวมถึงการจัดระเบียบสถานบริการและพื้นที่เสี่ยง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะดำเนินการสืบสวนขยายผลทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของผู้ต้องหาและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการยึด อายัด และติดตามทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด อันเป็นการตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดไม่ให้สามารถนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดกลับมาใช้ก่ออาชญากรรมได้อีก
ปปส.กทม. ศอ.ปส.บช.น. และหน่วยงานภาคี จะยังคงดำเนินมาตรการเชิงรุก ตรวจสอบสถานบริการและพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่เป้าหมาย “สังคมปลอดภัย ชุมชนเข้มแข็ง และประเทศไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน”ต่อไป







