หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:35 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2569


>> เปิดปฏิบัติการใหญ่ปิดล้อมตรวจ 33 บริษัท ค้น 41 จุดต้องสงสัย นอมินี ในชลบุรี สอบถือครองที่ดินในพัทยา

06.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานร่วมในพิธีปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี 
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรีถือเป็นระยะที่ 4 ต่อเนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) ภูเก็ต กระบี่ และพังงา โดยผลการดำเนินงานใน 3 ระยะแรก สามารถตรวจสอบที่ดินที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนอมินีได้ประมาณ 130 ไร่ มูลค่ากว่า 1,671 ล้านบาท และดำเนินการตามหมายจับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 100 หมาย

สำหรับการปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าตรวจสอบบริษัทจำนวน 33 แห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินลักษณะนอมินี 32 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 235 ล้านบาท พร้อมดำเนินการตามหมายจับ 4 หมาย และหมายค้น 41 หมาย โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายเป็นโครงการหมู่บ้านในเขตอำเภอบางละมุง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนบุคคลต่างด้าว


>> เหตุแก๊สรถยนต์รั่วไหล ใกล้เคียงซอยรามคำแหง 71

07.36 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุแก๊สรั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงซอยรามคำแหง 71 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นแก๊สรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้แก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง สาเหตุการรั่วไหลเกิดจากสายแก๊สรถยนต์ที่ฝากระโปรงหน้าแตก ทำให้มีแก๊สรั่วไหลออกมาที่ฝากระโปรงหน้า เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดวาล์วเป็นที่เรียบร้อย ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยนิมิตใหม่ 19 เสียหายวอดทั้งชั้น

08.17 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยนิมิตใหม่ 19 ถนนนิมิตใหม่ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบกิจการให้บริการด้านการขนส่ง ขนถ่ายสินค้า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้ชั้นล่างเสียหายหมดทั้งชั้น พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> จ.ราชบุรี รถไฟเฉี่ยวหญิงสูงอายุ ริมราง ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก-ไหล่เจ็บ กู้ภัยแข่งเวลาหามหลบรถไฟอีกขบวน จ่อวิ่งผ่าน ก่อนนำส่งรักษาที่ รพ.

09.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ได้รับแจ้งเหตุรถไฟเฉี่ยวชนคนเดินเท้า บริเวณริมทางรถไฟ หมู่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพเทศบาลหลักเมืองเข้าให้การช่วยเหลือ

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องจอดรถไว้ริมถนนก่อนเดินเท้าเข้าไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พบหญิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบต่อมา คือ หญิงไทย อายุ70ปี อยู่ห้องเช่าม.4 ต.โคกหม้ออ.เมือง จ.ราชบุรี นอนอยู่ริมทางรถไฟ มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ และเจ็บไหล่ขวา ขณะเดียวกันพบรถไฟขบวนที่ 11 เป็นขบวนรถที่เฉี่ยวชนจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บมายังบริเวณรางรถไฟอีกฝั่ง เพื่อเตรียมนำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่การรถไฟได้แจ้งว่า กำลังจะมีรถไฟอีกขบวนวิ่งผ่านรางดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเร่งแข่งกับเวลา รีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่เสี่ยง จนสามารถนำตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บเช่าบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุได้เดินออกจากบ้านเพื่อนำขยะไปทิ้ง และเดินเลียบทางรถไฟ คาดว่าอาจกำลังเก็บของเก่า ระหว่างนั้นรถไฟได้วิ่งเข้ามาพร้อมส่งสัญญาณแตรเตือนอย่างต่อเนื่อง ผู้บาดเจ็บพยายามเอี้ยวตัวหลบ แต่คาดว่าถูกแรงลมจากขบวนรถไฟดูดร่างเข้าไปจนถูกเฉี่ยวได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ถือว่าเคราะห์ดีที่ร่างไม่เข้าไปใต้ท้องรถไฟ จึงรอดชีวิตมาได้หวิดหวิด


>> เขตบางนา ออกคำสั่งระงับ ห้ามใช้อาคาร เหตุแผ่นผนังก่ออิฐอาคารพังถล่ม เพื่อความปลอดภัย พร้อมติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด

09.50 น. สำนักงานเขตบางนาได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุพระรามเกิดอุบัติเหตุแผ่นผนังก่ออิฐ ขนาดประมาณกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร พังล้มทับคนงานก่อสร้าง ขณะดำเนินการปรับปรุงอาคาร บริเวณปากซอยสุขุมวิท 66/1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายออง อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เขตพระโขนง และต่อมาได้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ได้แก่ นายซิน อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงานเขตบางนาได้ออกคำสั่งระงับการดำเนินการ ห้ามใช้อาคาร ตามมาตรา 40 (1) แบบ ค.3 และคำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใด ๆ ของอาคารหรือบริเวณที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ตามมาตรา 40 (2) แบบ ค.4 เลขที่ กท 8403/2894 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวมีความผิดและต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาและฝ่ายเทศกิจคอยเฝ้าตรวจตราอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว

โดยมีหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานเขตบางนา สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนงและบางนา สถานีตำรวจนครบาลบางนา กองบังคับการพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศูนย์บริการสาธารณสุข 32 (มาริษ ตินตมุสิก) ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตบางนา และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าดำเนินการช่วยเหลือ ตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน


>> นายกฯ เสนอ 3 หลักการธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก ชู “คุ้มครองประชาชน–ปลดล็อกศักยภาพ–สร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 ภายใต้หัวข้อ “AI Partnership for a Brighter Future” ณ ศูนย์การประชุม Shanghai World Reception Hall ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ โดย AI เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการที่ทุกประเทศร่วมกันกำหนดทิศทางและกติกาในการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

พร้อมเสนอว่า ธรรมาภิบาล AI ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ คุ้มครองประชาชน ปลดล็อกศักยภาพ และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยประเทศไทยพร้อมมีส่วนร่วมผ่าน AI Governance Practice Center ซึ่งจะเป็นพื้นที่ทดลองเชิงปฏิบัติ ที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สามารถนำหลักการธรรมาภิบาล AI ระดับสากลไปประยุกต์ใช้และพัฒนาเป็นแนวปฏิบัติที่เกิดผลได้จริง

ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวว่า ทางเลือกของเราในวันนี้ไม่ใช่การเลือกระหว่างนวัตกรรมกับการกำกับดูแล แต่คือการร่วมกันสร้าง "ความก้าวหน้าที่ได้รับความไว้วางใจ" เพื่อให้ทุกประเทศและทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำว่า AI ต้องไม่กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ควรเป็นเวทีแห่งความร่วมมือของประชาคมโลก เพื่อลดความแตกต่าง ขยายพื้นที่แห่งความร่วมมือ ส่งเสริมกฏกติกา เพื่อให้แน่ใจได้ว่า AI จะสร้างอนาคตที่ปลอดภัย มั่งคั่ง โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ กลางถนนติวานนท์ ชายวัย 58 ปีเสียชีวิต จ.ปทุมธานี

10.56 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนติวานนท์ - ปทุมธานี บริเวณใกล้เคียง ตลาดปู่โพธิ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ไม่พบป้ายทะเบียน พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมาคือ ชายไทย อายุ 58 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต


>> รถบัสโรงเรียนไปทัศนศึกษา พลิกคว่ำลงข้างทาง ครู-นักเรียน บาดเจ็บหลายราย ริม ทล.214 บริเวณหน้าวัดตาลวก จังหวัดสุรินทร์

11.22 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ปราสาท จ.สุรินทร์ รับแจ้งเหตุรถบัสนำนักเรียนจากโรงเรียนบ้านอังกูน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเดินทางไปทัศนศึกษา ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนทางหลวงหมายเลข 214 บริเวณหน้าวัดตาลวก ตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

ตรวจสอบพบว่า ภายในรถมีนักเรียน 51 คน และครู 6 คน เบื้องต้นทุกคนปลอดภัย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้ได้รับบาดหรือเสียชีวิต ตำรวจ หน่วยกู้ชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

รายละเอียดเพิ่มเติม เบื้องต้นทราบว่า เป็นคณะครูและนักเรียนจาก โรงเรียนบ้านอังกูน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา โดยมีผู้โดยสารในรถรวมทั้งสิ้น 58 ราย ประกอบด้วย นักเรียน 51 คน, คุณครู 6 คน และ พนักงานขับรถ 1 คน 
สถานการณ์ล่าสุด อาการผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่มีผู้เสียชีวิต ทุกคนปลอดภัย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาท


>> กำลังพลเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ จากทุ่นระเบิดเก่าที่ทำงานไม่เต็มที่ จังหวัดศรีสะเกษ

12.00 น. รับแจ้งว่า กำลังพลฐานปฏิบัติการภูผา เหยียบกับระเบิดเก่าที่ตกค้างในพื้นที่ ขณะปฏิบัติงานในการเสริมความมั่นคงปรับปรุงฐานปฏิบัติในพื้นที่ เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดยรายแรกมีอาการบาดเจ็บที่นิ้วเท้าและข้อเท้าบวมช้ำจากแรงระเบิด รายที่สอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสเก็ดระเบิด

ปัจจุบันนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกันทรลักษณ์เพื่อรับการรักษาเรียบร้อย รายละเอียดอื่นๆ จะรายงานให้ทราบต่อไป


>> นักเรียน 4 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มา 2 คัน เฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ทำสะพาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ-กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

12.55 น. กู้ชีพโรงพยาบาลหนองหาน รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนคนเดินเท้า และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนเส้นทาง หนองหาน - กุมภวาปี ช่วงสะพานบ้านหนองสะหนาย ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน อุดรธานี ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดย เป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นพนักงานทำสะพาน มีอาการสาหัส และมีนักเรียนชาย 4 ราย มีแผลถลอกตามร่างกาย ไม่ประสงค์ รพ.2 ราย เจ้าหน้าที่ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ส่งโรงพยาบาลหนองหาน แห่งที่ 2 ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน


>> แม่ใจสลายร้อง “ปวีณา” คาใจลูกผ่าคลอดดับปริศนา เล็ง สบส. ตั้งกรรมการสอบปมยาสลบหมดฤทธิ์-ส่งตัวช้า

13.31 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีลูกสาวคนแรกเสียชีวิตหลังผ่าคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. โดยแม่เผยว่า ในวันผ่าตัด (9 ก.ค.) แพทย์ไม่สามารถบล็อกหลังได้เนื่องจากตนมีน้ำหนักตัวมาก จึงเปลี่ยนเป็นดมยาสลบ แต่ระหว่างผ่าตัดยาสลบกลับหมดฤทธิ์จนตนฟื้นขึ้นมา ทำให้แพทย์ต้องหยุดผ่าตัดกลางคันเพื่ออัดยาสลบเพิ่ม ต่อมาพบว่าทารกอาการวิกฤตต้องเข้า ICU และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลแห่งที่ 2 โดยใบมรณบัตรระบุสาเหตุจาก "ภาวะความดันเลือดในปอดสูง" แต่โรงพยาบาลแรกอ้างว่าเด็กสำลักน้ำคร่ำ ทำให้ครอบครัวเกิดความแคลงใจใน 2 ประเด็นหลัก คือ การอัดยาสลบเพิ่มส่งผลให้ลูกขาดอากาศหายใจหรือไม่ และเหตุใดโรงพยาบาลแรกจึงกักตัวเด็กที่มีอาการวิกฤตไว้นานจนส่งตัวรักษาต่อล่าช้าตอนตี 3 ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งความส่งศพชันสูตรแล้วและยืนยันจะยังไม่เผาศพจนกว่าความจริงจะปรากฏ

​ด้าน นางปวีณา หงสกุล ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประสานงานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ทันที โดยในวันเดียวกันนี้ เวลา 13.00 น. นางปวีณานำครอบครัวผู้เสียหายเข้าพบ ทพญ.นลินา ตันติริรามัย ผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และนายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว เพื่อไขความกระจ่างและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวอย่างถึงที่สุด โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป


>> บุกทลายบ่อนไฮโล ริมรางรถไฟพระราม 6 รวบ 11 นักพนัน ย้ำจับต่อเนื่องกว่า 10 ครั้ง

14.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ​ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ปรับแผนปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด หลังเผชิญหน้ากับกลุ่มลักลอบเล่นพนันไฮโล บริเวณท้ายซอยพระราม 6 ซอย 19 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี ซึ่งมักจะรู้ตัวและหลบหนีไปได้เสมอเนื่องจากมีเครือข่ายสายคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ปากซอย ชุดสืบสวนจึงแก้เกมโดยการเปลี่ยนจากยานพาหนะเดิมอย่างรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาเป็นการนั่งขบวนรถไฟเข้าสู่พื้นที่ริมทางรถไฟซึ่งเป็นจุดตั้งบ่อนโดยตรงเพื่อลดการสังเกตการณ์ ส่งผลให้สามารถปิดล้อมจู่โจมและจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมกันถึง 11 ราย (ชาย 9 ราย หญิง 2 ราย) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นอุปกรณ์เล่นไฮโล ชิปแทนเงินสด และเงินสดจำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

​จากการสอบสวนพบว่าบ่อนดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณะกลางชุมชน โดยมีการนำผ้าใบและพลาสติกดำมามุงเป็นเพิงชั่วคราว ผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่อายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป ลักลอบเล่นกันครั้งละ 10-20 บาท โดยใช้ชิปแลกเปลี่ยนแทนเพื่อตบตา ทั้งนี้ ทางชุดปฏิบัติการยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้ละเลยต่อการร้องเรียนของชาวบ้าน และเคยเข้าจับกุม ณ จุดนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่กลุ่มนักพนันก็มักจะกลับมาตั้งวงใหม่ซ้ำเล่าคล้ายเกม "แมวจับหนู" ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงเดินหน้าปรับแผนเฝ้าระวังและกวาดล้างอย่างต่อเนื่องเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน


>> บช.ปส. สนธิกำลังหลากหน่วยปิดล้อมชุมชนริมคลองพระโขนง รวบ 3 ผู้ค้ารายย่อย เล็งขยายผลโค่นตัวการใหญ่

15.00 น. ​พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. นำกำลังบูรณาการร่วมกับ บช.น., ป.ป.ส., DSI, กทม. และ ศรภ. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนริมคลองพระโขนง เขตคลองเตย ภายใต้โครงการ "ชุมชนปลอดภัย" ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อยได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 3.3 กรัม และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้เสพ 1 รายถูกส่งเข้าบำบัด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลไล่ล่าตัวการใหญ่หลังทราบพิกัดเชื่อมโยงเครือข่ายแถวโรงงานเฟอร์นิเจอร์แล้ว เพื่อเดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้นตอ

​สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ "ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน" ที่สร้างเซฟโซนปลอดสิ่งเสพติดไปแล้ว 5 ชุมชน โดยเน้นดึงมวลชนร่วมเฝ้าระวัง ควบคู่ไปกับการปรับปรุงภูมิทัศน์ ติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น ทางคณะเจ้าหน้าที่ยังได้ลงพื้นที่สร้างความอุ่นใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนอีก 19 ราย ย้ำเป้าหมายคืนความปลอดภัยและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


>> รวบหนุ่มบาร์โฮสต์ ติดโผหมายจับตำรวจ ปี 69 คดี "พยายามฆ่า"

15.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถใต้คอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

คดีนี้เริ่มจากเมื่อเดือนเมษายน 2568 ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ผู้เสียหายเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มเพื่อน ซึ่งมีผู้ต้องหารวมอยู่ด้วย โดยต่างฝ่ายต่างใช้อาวุธมีดซึ่งได้เตรียมมาเข้าทำร้ายกัน โดยผู้เสียหายถูกฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายหลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.คลองใหญ่

ในคดีดังกล่าว ผู้ต้องหารายแรกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนนายเอ ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีการดำเนินคดีจนถูกออกหมายจับ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าหลบหนี มาประกอบอาชีพเป็นพนักงานบาร์โฮสต์ และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จึงวางกำลังเข้าจับกุม

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายแก่ผู้ต้องหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> จับตามติที่ประชุม กสถ. พิจารณามติในการเพิกถอนผู้ที่บรรจุข้าราชการท้องถิ่นกลุ่มแรก 3,621 คน สืบเนื่องจากกรณีพบมีการทุจริตสอบท้องถิ่น

15.30 น. บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยมีวาระเพื่อการพิจารณามติในการเพิกถอนผู้ที่บรรจุข้าราชการท้องถิ่นกลุ่มแรก จำนวน 3,621 คน สืบเนื่องจากกรณีการพบว่ามีการทุจริตในการสอบข้าราชการท้องถิ่น

นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เผยว่า ในส่วนของวาระการพิจารณาเพิกถอนผู้ที่บรรจุข้าราชการท้องถิ่นกลุ่มแรก จำนวน 3,621 คน นั้นต้องรอคณะกรรมการเข้าประชุมให้ครบก่อน ถึงจะพิจารณา เมื่อถามย้ำว่าอำนาจในการเพิกถอนข้าราชการเป็นอำนาจของ กสถ. หรือ คณะกรรมการกลาง นายวันชัยกล่าวว่าขอให้รอการพิจารณา ส่วนมติจะแตกหรือไม่ขอให้รอการประชุม พร้อมย้ำอีกว่ายังต้องพิจารณากันให้ชัดเจน ส่วนจะส่งให้ คณะกรรมกลางหรือไม่ ต้องรอการพิจารณาของกรรมการก่อน ส่วนกังวลเรื่องร้องเรียนหรือไม่หากมีการเพิกถอน นายวันชัยกล่าวว่าคงจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ต้องพิจารณาในวันนี้พร้อมย้ำว่ารอผลการพิจารณา

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เดินทางเข้าร่วมประชุม ซึ่งมีการสอบถามว่า กสถ. มีอำนาจในการเพิกถอนใช่หรือไม่ หนักใจหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวตอบเพียงว่าเดี๋ยวประชุมกับคณะกรรมการก่อน ก่อนที่จะเดินขึ้นไปประชุม รวมถึงนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายบุญประสงค์ นวลสาย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมด้วย


>> นายกฯ หารือ “สี จิ้นผิง” เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีนรอบใหม่ ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประธานาธิบดีจีนย้ำความสัมพันธ์ไทย -จีน คือ ครอบครัวเดียวกัน (Thailand - China as One Family) และพร้อมสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน

การหารือของผู้นำทั้งสอง มุ่งเป้าสู่อนาคตที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ รวมถึงระดับภูมิภาคร่วมกัน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว รวมทั้งเห็นพ้องเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การค้า และโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการเดินทางของประชาชน

ด้านความมั่นคง นายกฯ เสนอให้จัดตั้งกลไก 2+2 ระหว่างรมว.การต่างประเทศและ รมว.กลาโหมของไทยและจีน เพื่อเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

การหารือครั้งนี้ สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนอันยาวนานให้เป็นความร่วมมือที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยี AI การสร้างงานคุณภาพ และการเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาค เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศในระยะยาว


>> ตำรวจเมืองแพร่ สกัดจับรถหลบหนีด่าน ตรวจพบยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด

16.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จ.แพร่ พร้อมด้วยชุดจับกุม สภ.สอง และ สภ.สะเอียบ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ รวบผู้ต้องหาชาย 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2,100,000 เม็ด และรถยนต์ 1 คัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก สภ.สะเอียบ ว่ามีรถยนต์เก๋งสีขาว หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณจุดสกัดบ้านป่าเลา พื้นที่ สภ.สะเอียบ และมุ่งหน้ามาทางอำเภอสอง จังหวัดแพร่ หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่สายตรวจและด่านตรวจนางฟ้าได้ดำเนินการสกัดกั้นรถคันดังกล่าว กระทั่งสามารถหยุดรถได้บริเวณสามแยกนางฟ้า ตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง

จากการตรวจค้นภายในรถ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงฟางสีฟ้า จำนวน 10 ถุง รวมประมาณ 2,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ขับขี่ เป็นชายอายุ 33 ปี พร้อมของกลางไว้ตรวจสอบ จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่สืบสวนและพนักงานสอบสวน สภ.สอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การสกัดจับครั้งนี้ถือเป็นคดียาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดแพร่ สะท้อนถึงการทำงานประสานกันระหว่างสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่ชุมชน


>> พายุฝนลมถล่ม บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเสียหาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี

17.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ขอรายงานสถานการณ์วาตภัย ได้เกิดเหตุฝนตกหนัก และมีลมกรรโชกแรงในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท โดยมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ครัวเรือน ในพื้นที่ ม.10 และ ม.13 ในพื้นที่ ต.ห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี

เบื้องต้น อปท. และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม และให้เฝ้าระวังและติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม