วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:00 น.
กสถ.มีมติส่งข้าราชการ 5,000 รายชื่อ ให้กรรมการกลางพิจารณาเพิกถอน 23 ก.ค. "ปมโกงสอบท้องถิ่น" หลังประชุมหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง ด้าน “ปลัด มท.” ลั่นไม่หนักใจ ขณะที่ รองเลขาป.ป.ช.เข้าสังเกตการณ์ที่ประชุม ย้ำเพิกถอน ขรก.ไม่ใช่อำนาจพิจารณาของ ปปช.
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. วาระสำคัญคือ การพิจารณาเพิกถอน 5,000 รายชื่อของผู้ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้อง หลังพบคะแนนมีความผิดปกติ โดยมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมสังเกตการณ์ในการประชุมด้วย
ก่อนเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หนักใจหรือไม่ โดยนายอรรษิษฐ์ ถามกลับว่า หนักใจเรื่องอะไร
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงวาระการประชุมในวันนี้จะมีการเพิกถอน 5,000 รายชื่อ ข้าราชการท้องถิ่นเลยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า อำนาจอยู่ที่คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง แต่วันนี้ กสถ.เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก ก.กลาง เพื่อดำเนินการจัดสอบ ซึ่งเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นมาก็จะต้องนำเข้าที่ประชุม กสถ.แล้วถึงส่งเรื่องต่อไปยัง ก.กลาง เพื่อพิจารณา และมีมติต่อไป โดยคาดว่า ก.กลาง จะมีการพิจารณาและมีมติในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้
ด้าน นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม กสถ.ในฐานะผู้สังเกตการณ์ว่า รายละเอียดของการประชุมตนยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งได้รับหนังสือเชิญให้มาร่วมการประชุม ซึ่ง สถ.จะเป็นผู้ให้ข้อมูลว่ามีการเพิกถอนบรรจุข้าราชการ 5,000 รายชื่อหรือไม่ เนื่องจากตนมาในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้สังเกตการณ์ในวันนี้จะนำเข้าไปรวมกับ สำนวนของป.ป.ช.ที่จะไต่สวนหรือไม่ ตนจะพิจารณาก่อน และขอข้อมูล เพื่อไปรวมกับข้อมูลที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่ พร้อมกล่าวว่าในที่ประชุมตนจะให้ข้อเสนอแนะด้วย
เมื่อถามว่าในเบื้องต้น ป.ป.ช.จะเสนอแนะให้เพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5,000 คนเลยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่าเรื่องนี้ต้องไปนำเรียนก่อน เนื่องจากมีการดำเนินการไต่สวนข้ามขั้ว อย่างกรณีการเพิกถอน ก็ต้องพิจารณา โดยไม่ให้ผลกระทบต่อสำนวนไปด้วย ก่อนย้ำว่าอำนาจในการเพิกถอนเป็นของ สถ.ไม่ใช่อำนาจของป.ป.ช.
ขณะที่การตรวจข้อสอบเพิ่มเติมเป็นเรื่องของ สถ.ว่า มีรายใดบ้างที่แก้ไขกระดาษคำตอบ ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร ยังไม่ได้มีการให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ข้อมูลเมื่อใด การไต่สวนจะต้องขอข้อมูลส่วนนี้มาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อจะคัดแยกว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เข้าสอบ
รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า กระบวนการไต่สวน หากพบว่าใครเกี่ยวข้องสามารถเรียกไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ยังคงเป็น 22 รายชื่อ แต่หากมีการไต่สวนเพิ่มเติมขยายผลไปถึงใครก็จะดำเนินการให้ครบถ้วน
เมื่อถามว่า ข้อมูลของ ป.ป.ช.จะส่งต่อไปยังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า หากมีการประสานมาก็พร้อมนำส่งข้อมูล เพราะต้องมีการทำงานควบคู่กัน โดย ป.ป.ช.มีหน้าที่ไต่สวน ส่วนรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อวางแนวทางต่างๆ
"ขณะนี้ ป.ป.ช.เพิ่งเริ่มดำเนินการตั้งกระบวนการไต่สวน เรื่องนี้เรายกขึ้นเป็นคดีพิเศษ กระบวนการสอบสวนจึงต้องรวดเร็วและต้องทำในรูปแบบคณะกรรมการไต่สวน ตนมองว่าเรื่องนี้น่าจะไวเพราะเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ยืนยัน ป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสะดวกเรื่องการเตรียมความพร้อม และจะเร่งรัดคดีนี้โดยเร็วที่สุด" รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าว
ทั้งนี้รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. มีมติส่งรายชื่อข้าราชการ 5,000 ราย ไปให้คณะกรรมการกลาง เพื่อพิจารณาเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น โดยคณะกรรมการกลางจะประชุมและพิจารณาในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้