วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:46 น.
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ" โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2566 ขบวนการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ใช้กลอุบายหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในลักษณะหลอกลงทุนทองออนไลน์ โดยใช้แรงจูงใจของประชาชนที่ต้องการสร้างรายได้เสริมมาเป็นเครื่องมือในการล่อลวง เริ่มแพร่ระบาดอย่างหนัก สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในวงกว้าง จนกระทั่งกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากได้ตัดสินใจรวมตัวกัน นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ.
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบและมืออาชีพ โดยเริ่มจากการตั้งเพจเฟซบุ๊กปลอมที่แอบอ้างชื่อและนำตราสัญลักษณ์ (Logo) ของร้านทองและบริษัทค้าทองคำที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด จากนั้นดึงดูดเหยื่อด้วยการทุ่มงบประมาณยิงโฆษณา เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคคลทั่วไป โดยชักชวนให้ร่วมลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ที่ไม่มีอยู่จริง มีการโฆษณาชวนเชื่อการันตีผลตอบแทนในอัตราที่สูงลิ่วเกินจริงภายในระยะเวลาอันสั้นเพื่อกระตุ้นความโลภของเหยื่อ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อทักเข้าไปสอบถาม กลุ่มคนร้ายจะส่งลิงก์แพลตฟอร์มลงทุนปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมาให้สมัครสมาชิก ในช่วงแรกของการลงทุน กลุ่มคนร้ายจะจ่ายเงินปันผลให้จริงตามที่โฆษณาไว้ เพื่อสร้างความตายใจและกระตุ้นให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนที่สูงขึ้น ทว่า เมื่อผู้เสียหายหลงกลใส่เงินลงทุนเพิ่มไปเป็นหลักแสนหลักล้านและต้องการจะถอนเงินออกจากระบบ กลุ่มคนร้ายกลับอ้างเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หรือระบบขัดข้อง ก่อนจะบล็อกช่องทางการติดต่อหนีหายไป ส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหายกลุ่มนี้สูญเสียเงินรวมกันกว่า 4 ล้านบาท และจากการขยายผลเส้นทางการเงินของขบวนการนี้พบว่า เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท จนนำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้รวมแล้วถึง 50 ราย
และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินบัญชีธนาคารของ นายสุ (ผู้ต้องหา) พบว่า เป็นหนึ่งในบัญชีม้าแถวสำคัญที่รับโอนเงินโดยตรงจากกลุ่มผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับ และสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จึงวางกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเห็นโพสต์รับสมัครงานออนไลน์ประเภทแอดมินเพจและแพ็คสินค้า จึงหลงเชื่อและถูกมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารใหม่ อ้างว่าเพื่อใช้รับเงินเดือน โดยตนเองต้องยอมส่งมอบชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน รหัส OTP รวมถึงการสแกนใบหน้าผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งให้กลุ่มคนร้ายไป โดยอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งดำเนินคดี