วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:02 น.
ตร.ไซเบอร์ ทลายแก๊ง ‘มวยพักยกวาไรตี้’ พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 6.3 ล้านบาท
13 ก.ค. 2569 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. แถลงข่าวจับกุมแก๊งพนันออนไลน์ มวยพักยกวาไรตี้ ผู้ต้องหา 6 ราย ยึดมือถือ 245 เครื่อง พร้อมทรัพย์สินอีกกว่า 6.3 ล้านบาท การจับกุมสืบเนื่องจากปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุด ในพื้นที่ กทม. ได้แก่ บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยนวมินทร์ 24 จำนวน 4 หลัง และ ซอยนวมินทร์ 42 จำนวน 2 หลัง แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.1 ได้สืบสวนขยายผลจากกรณี เมื่อ 13 มี.ค.69 ศปอส.บก.น.4 และ สน.บึงกุ่ม ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเครือข่ายพนันมวยออนไลน์ มวยพักยกวาไรตี้ ฐานจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตและการสมคบกระทำความผิดฐานฟอกเงิน โดยเครือข่ายดังกล่าวได้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งโพสต์ชักชวนประชาชนให้สมัครใช้บริการ มีการเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายวันและรายเดือน พร้อมเชิญชวนให้เล่นพนันทายผลการแข่งขันชกมวยแบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม มวยพักยกวาไรตี้ ที่ใช้เป็นช่องทางประกาศอัตราต่อรอง รับแทงพนัน และติดต่อกับสมาชิก
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังการจับกุมดังกล่าว ศปอส.ตร. ได้ประสานให้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีการแบ่งหน้าที่กันดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย การใช้ภาพลักษณ์ของบุคคลสร้างความน่าเชื่อถือ การรับสมัครและติดต่อประสานงานกับสมาชิก การรับเงินพนัน การใช้บัญชีธนาคารหลายบัญชีรับ พัก กระจาย และหมุนเวียนเงิน ตลอดจนการบริหารจัดการและกระจายเงินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในเครือข่าย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินช่วง 10 ก.ย.68 ถึง 28 ต.ค.68 พบยอดเงินหมุนเวียนนับ 100 ล้านบาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี พบเส้นเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหา 4 รายก่อนหน้านี้ โดยมีการรับและโอนเงินในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคคลบางรายมีการรับโอนเงินจำนวนมากผิดปกติสูงถึงกว่า 80 ล้านบาท โดยไม่มีเอกสารหรือพยานหลักฐานสัมพันธ์กับธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง และขออนุมัติหมายค้นสถานที่เป้าหมายได้สำเร็จ
จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 6 ราย ทั้งคนที่ทำหน้าที่ชักชวนสมาชิก และสนับสนุนการจัดพนัน ผู้รับผลประโยชน์ และบริหารจัดการเงิน ผู้รับพักเงิน หมุนเวียนเงิน และบริหารจัดการทรัพย์สิน นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดของกลางรวม จำนวน 83 รายการ มูลค่ารวมกว่า 6.3 ล้านบาท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือวางเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ชาร์จไฟในลักษณะพร้อมใช้งาน จำนวน 245 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 25 เล่ม, เงินสด จำนวน 982,050 บาท, รถยนต์ จำนวน 4 คัน, วัตถุคล้ายทองคำ น้ำหนักรวมประมาณ 15 บาท, อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุน, นาฬิกาหรู, กระเป๋าแบรนด์เนม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป