หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2569

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2569


>> บุกทลายคลังเก็บบุหรี่ต่างประเทศเถื่อนนับหมื่นซอง คาห้องเช่าย่าน ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก จ.ภูเก็ต

07.30 น.ฝ่ายสืบสวน สภ.วิชิต พร้อมด้วย ชุดสืบสวน ปพ.บก.สส.ภ.8 เข้าตรวจสอบภายในบ้านเช่าย่าน ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีการขยายผลต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ก.ค.69 ที่ผ่านมา

โดยสืบเนื่องเมื่อเวลา 20.10 น.วันที่ 11 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซุ่มสังเกตการณ์อยู่บริเวณหน้าห้องเช่าดังกล่าว พบชายหญิง 2 คน เดินออกมาจากห้องเช่ามีท่าทางมีพิรุธ ฝ่ายหญิงสะพายกระเป๋าเป้สีดำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจสอบ ตรวจค้นภายในกระเป๋าเป้ พบมีการซุกซ่อนบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีหลายยี่ห้อจำนวน 120 ซอง (2,400 มวน) จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยอมรับว่ายังมีบุหรี่เถื่อนซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักเพิ่มเติม โดยยินยอมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

จากการตรวจค้นภายในห้องพักพบบุหรี่ต่างประเทศบรรจุในลังกระดาษอีกจำนวน 10,680 ซอง (213,600 มวน) รวมของกลางบุหรี่ต่างประเทศทั้งหมด 10,800 ซอง (216,000 มวน) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองและร่วมกันจำหน่ายสินค้าที่มิได้เสียภาษี (ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560) และร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งของที่รู้ว่ามิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง (ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560) ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าบุหรี่ทั้งหมดเป็นของตนเอง


>> รวบหนุ่มนักศึกษา​​​​ตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ 3 คันใน 10 วัน สารภาพหาเงินใช้หนี้นอกระบบ

09.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจกองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุมนายบอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี โดยจับกุมได้ในซอยพหลโยธิน 69/7 พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ สีแดง-ดำ จำนวน 1 คัน​​

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊ก “แจ้งข่าวชาวสารคาม” หลังรถจักรยานยนต์ สีแดง - ดำ สูญหายจากหอพักในพื้นที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยผู้เสียหายจอดรถไว้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เช้าวันถัดมา เวลาประมาณ 09.30 น. พบว่ารถได้หายไป จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม โดยตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้นั่นก็คือนายบุญ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้รับแจ้งเบาะแสว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จึงลงพื้นที่สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมได้สำเร็จ

จากการสอบสวนบุญให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา แต่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบและถูกเจ้าหนี้ติดตามทวงถามอย่างหนัก จึงตัดสินใจก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู มาแล้ว 2 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน เพื่อนำเงินไปใช้หนี้

ภายหลังทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม จึงหลบหนีไปยัง จ.มหาสารคาม ก่อนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ ของผู้เสียหายอีก 1 คัน เพื่อนำมาใช้เป็นพาหนะหลบหนีเข้ากรุงเทพมหานคร กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่กองปราบปรามติดตามจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รถกระบะคณะผู้แสวงบุญ ฝ่าสายฝน เสียหลักตกร่องกลางถนน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย จ.จันทบุรี

09.32 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัย สว่างกตัญญูจันทบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ กระบะขับฝ่าสายฝน เสียหลักพุ่งชนเสาไฟส่องสว่าง ปะทะเสากล้องจับความเร็ว พลิกคว่ำตกร่องกลางถนน สาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ขาเข้าเมือง บริเวณหน้าที่ทำการเทศบาลตำบลปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงสูงอายุ และบาดเจ็บ 11 คน

ฝ่ายสืบสวน สภ.มะขาม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียน จันทบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยินจากการชนอัดกับเสาไฟส่องสว่างและเสาตั้งกล้องจับสัญญาณความเร็ว จนถึงห้องผู้โดยสาร และรถตกลงไปในร่องกลางถนนที่มีน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกตัญญูและรถพยาบาลจากโรงพยาบาลมะขาม ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยแบ่งอาการเป็นเคสสีแดง 2 ราย สีเหลือง 3 ราย และ สีเขียว 6 ราย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คณะทั้งหมดเดินทางมาจาก อ.สอยดาว เพื่อไปทำบุญที่สถานปฏิบัติธรรมในพื้นที่ ต.ท่าช้าง ระหว่างทางเกิดฝนตกหนักทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้แล้ว พร้อมเตรียมสอบปากคำผู้บาดเจ็บและพยานแวดล้อม เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> ขยายผล ตามล่าเครือข่ายค้ายานรก ยึดยาบ้าอีก 5 ล้านเม็ดที่ จ.สกลนคร

11.38 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 24 (นบ.ยส.24) อำนวยการให้ชุดสืบสวนของกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 (นปส.นครพนม) ขยายผลจากคดียึดไอซ์ 502 กิโลกรัม จนสามารถทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5 ล้านเม็ด รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ภายในบ้านพักพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 กองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 24 (นบ.ยส.24) จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 502 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร ก่อนขยายผลสืบสวนติดตามเส้นทางการเงินและยานพาหนะที่ใช้ในเครือข่าย

กระทั่งวันที่ 8 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ จ.นครพนม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและจัดกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก อ.เมืองสกลนคร และสามารถจับกุมนายสอ (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ชาวนครสวรรค์ ได้ภายในบ้านพัก พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้าประมาณ 5 ล้านเม็ด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจนับอย่างละเอียด รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าการสืบสวนยังไม่สิ้นสุด โดยอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ผอ.เขตปทุมวัน ติดตามการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเครน พร้อมประเมินความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อปชช. และผู้ใช้เส้นทาง

12.00 น. ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ การเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเครน (Boom) และตุ้มถ่วงน้ำหนัก (Counter Weight) หลังจากได้รับความเสียหายจากฝนตกลมกระโชกแรง โดยเครนมีการหักงอ เสียรูป พาดอยู่บนอาคาร ย้ำ ไม่ได้มีการหักและตกลงมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ชิ้นส่วนเครนได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศฝนกตกมีลมกระโชกแรง โดยสำนักงานเขตได้กำชับผู้รับผิดชอบโครงการให้เร่งดำเนินการแก้ไขและเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเครนที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่โดยเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรอบ พร้อมติดตามการดำเนินการของโครงการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง พร้อมดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ในขณะนี้ กำลังทยอยตัดชิ้นส่วนเครนและเคลื่อนย้ายน้ำหนักถ่วง (Counterweight) ออก โดย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับให้สำนักงานเขตปทุมวัน ประสานกับผู้รับจ้าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนปิดการจราจรเฉพาะส่วนที่จำเป็นระหว่างการรื้อถอนต่อไป


>> ’สถานทูตจีน‘ แจงปมแจ้งเกิดทิพย์ ระบุ คดีมีความซับซ้อน เคารพการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทย

12.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่ถ้อยแถลงของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีตำรวจไทยได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีรายงานว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลเมืองจีนบางราย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีนี้

โดยโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุว่า ฝ่ายจีนได้รับทราบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในรายงานข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความซับซ้อน โดยผู้กระทำผิดได้สมคบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนคดีตามกฎหมาย ฝ่ายจีนไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของคดี

รัฐบาลจีนยึดมั่นมาโดยตลอดในการกำชับให้พลเมืองจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่พำนัก สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ฝ่ายจีนยึดหลักการดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับมาโดยตลอด

ฝ่ายจีนเคารพการที่ฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย พร้อมทั้งหวังว่าฝ่ายไทยจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในระหว่างการดำเนินคดี โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ฝ่ายจีนพร้อมที่จะส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือในทุกสาขาของทั้งสองประเทศ


>> ปภ. รายงานอาคารวงเวียนใหญ่ยังคงที่ ไม่พบการเคลื่อนตัวที่มีนัยสำคัญ เดินหน้าตรวจเข้มวันละ 3 รอบ

14.30 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามข้อมูลการปฏิบัติงานของทีม ปภ. ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเหตุน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ วงเวียนใหญ่ ผลการสำรวจพื้นที่ เวลา 18.00 น. พบว่า ทั้งความเอียง และการทรุดตัวยังคงที่ มีรอยร้าวเพิ่มเติม แต่ไม่มีรอยแยก ไม่มีการเคลื่อนตัวที่มีนัยสำคัญ สถานการณ์ค่อนข้างคงตัว

โดยพื้นถนนจุดพื้นที่ 1 ไม่มีการทรุดตัวเพิ่มเติม จุดพื้นที่ 2 ถนนหน้าอาคารศุภาลัย (อยู่นอกแนว 30 ม.) ระยะคงที่ จุดพื้นที่ 3 ถนนขาออกวงเวียนมุ่งหน้าสะพานพุทธ (ใต้สะพานลอยเก่า) แนวราวข้างแนวทรุดตัว ยังคงตัว อาจเป็นรอยเก่า แต่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนอาคารช่วงรอยต่ออาคารธนชาติและคลินิก บริเวณเสากลางด้านหน้าอาคารฯ และด้านบนของอาคาร รอยร้าวมีความคงที่

ทั้งนี้ ปภ. โดยทีม USAR Thailand กำหนดวงรอบการลงสำรวจพื้นที่ และตรวจสอบค่าสัญญาณที่อุปกรณ์ วันละ 3 ครั้ง ในช่วงเวลา 11.00 น. 18.00 น. และ 22.00 น. โดยมีคณะร่วมตรวจพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานเขตธนบุรี สำนักงานเขตคลองสาน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร อาสาสมัครมูลนิธิ และบริษัทผู้รับเหมา หากมีเหตุฉุกเฉินอาจเปลี่ยนแปลงเวลาสำรวจ

นอกจากนี้ ปภ. ได้รับแจ้งจากกรุงเทพมหานครว่าได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ถนนทรุดตัวและอาคารร้าว) ในพื้นที่เขตธนบุรี และเขตคลองสาน แล้ว เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยดังกล่าว


>> ฉาวซ้ำวงการครู! ม.6 โรงเรียนดังบางเขนร้อง ถูกครู LGBT ล้วงเป้า 'ยกห้อง' นศ.ฝึกสอนเผยโดนด้วย

15.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ตัวแทนนักเรียนชั้น ม.6 และผู้ปกครอง นักศึกษาฝึกสอน จากโรงเรียนชื่อดังย่านบางเขน เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกครู (LGBT) ในโรงเรียนทำอนาจาร ลวนลาม และจับอวัยวะเพศนักเรียนเกือบ 20 คน รวมถึงพยายามขืนใจนักศึกษาฝึกสอนจนป่วยซึมเศร้าขั้นรุนแรงและคิดสั้น โดยกลุ่มผู้เสียหายเผยว่าเคยร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วเรื่องกลับเงียบหาย แถมอีกฝ่ายยังอ้างว่าเป็นการสมยอมและเยียวยาด้วยเงินเพียง 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าครูรายนี้เคยมีพฤติกรรมฉาวจนถูกย้ายมาจากโรงเรียนเก่าอีกด้วย

​ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจี้ให้มีคำสั่งให้ครูรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน และหากพบว่ามีบุคลากรในโรงเรียนคนใดพยายามช่วยเหลือหรือปกปิดความผิด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อคืนความปลอดภัยให้สถานศึกษา


>> รมช.คมนาคม รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บกรณีรถ ปอ. คันเร่งค้าง ชนต้นไม้ย่านลาดพร้าว สั่ง ขสมก. ดูแลรับผิดชอบผู้บาดเจ็บทุกราย

17.45 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางไปเยี่ยมและมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศ สาย 514 (1-54) เกิดเหตุขัดข้องคันเร่งค้าง ส่งผลให้รถเสียการควบคุมและชนต้นไม้ข้างทางบริเวณถนนลาดพร้าว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 10 ราย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลลาดพร้าว และโรงพยาบาลเพชรเวช

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การเดินทางมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บในวันนี้ ตนได้นำความห่วงใยของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ มายังผู้บาดเจ็บทุกคน โดยได้นำกระเช้ามามอบแทนความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้หายจากาการบาดเจ็บโดยเร็ว และสิ่งสำคัญคือต้องขออภัยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว รวมถึงขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการประสานงานด้านการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนพิจารณาการชดเชยค่าเสียหายอย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งในส่วนของสิทธิความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ ขสมก. ได้จัดทำไว้ และสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 10 รายนั้น ล่าสุดแพทย์ได้ตรวจประเมินและลงความเห็นให้สามารถเดินทางกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว 6 ราย และอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 4 ราย

ซึ่ง ขสมก. ได้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อคอยติดตามอาการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิดและดีที่สุด นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้ ขสมก. ดำเนินการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวอย่างรอบด้าน รวมทั้งกำชับให้ดำเนินการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารทุกคัน ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ ขสมก. กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ก่อนนำรถโดยสารออกให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน


>> บุกยิงหนุ่มดับคารถ แฟนสาวสาหัส ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 30 แยก 28

18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.อุดมสุข ได้รับแจ้งเหตุ ชายถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 30 แยก 28 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 19 ปี ถูกยิงเสียชีวิต สภาพศพถูกยิงเข้าบริเวณหัว คอ และหน้าอกจำนวนหลายนัด นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวอีกหนึ่งราย หญิงไทย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว ถูกยิงบริเวณหน้าอก หัวไหล่และหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้

จากการสอบถาม แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าเหตุการณ์ได้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 6 โมงเย็น ขณะที่ตนเองกำลังอาบน้ำให้หมาอยู่ภายในบ้าน ส่วนลูกชายพึ่งจะเดินทางไปรับแฟนกลับมาจากโรงงาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ระหว่างนั้นลูกชายได้ถอยรถมาจอดบริเวณข้างบ้าน พร้อมกับแฟนสาวที่นั่งอยู่ภายในรถด้วย

จากนั้น นายกอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นอดีตสามีของ หญิงไทย ได้ขับรถยนต์ มาสด้า สีดำ มาจอดบริเวณหน้าบ้าน โดยมีการเปิดกระจกลงมา แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่ลูกชายได้โทรศัพท์หาตน เพื่อปรึกษาว่าจะทำยังไงดี ตอนนั้นตนเองจึงบอกลูกชาย ว่าให้นั่งอยู่ภายในรถ อย่าพึ่งลงรถมา เพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลาย 10 นัด ก่อนที่ตนเองจะออกมาดู และพบลูกชายเสียชีวิตอยู่ภายในรถแล้ว ส่วนหญิงไทย ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาล

สำหรับ นายกอ ก่อนหน้านี้ เคยเป็นอดีตสามีของผู้หญิง เท่าที่ทราบเป็นทหารอยู่จังหวัดราชบุรี และได้เลิกรากับผู้หญิงไปนานแล้ว ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมาคบกับลูกชายตนเอง ไม่คิดเลยว่าลูกชายจะถูกยิงเสียชีวิตแบบโหดเหี้ยมขนาดนี้ ลูกชายของตนพึ่งอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่กลับต้องมาตาย ยังไม่ทันใช้ชีวิตเลยด้วยซ้ำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมคนร้าย มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด


>> "นิกร" รมว.พม. ชื่นชม “น้องเนเน่ รอยัล” เตรียมมอบโล่ "เยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจ" ปลุกพลังเด็ก-เยาวชนไทย กล้าฝัน กล้าทำ

21.11 น. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า ตนขอชื่นชม “น้องเนเน่ รอยัล” หรือ น้องแพรว - รัตติกานต์ อำลอย เยาวชนวัย 16 ปี จังหวัดภูเก็ต ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ด้วยการแสดงทั้งร้องและเล่นกีตาร์สดในบทเพลง Zombie บนเวที America’s Got Talent จนสามารถคว้า 4 เสียง Yes จากคณะกรรมการ และได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลก ทั้งนี้ ความสำเร็จของน้องเนเน่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะพรสวรรค์ แต่เกิดจาก ความมุ่งมั่น ความมีวินัย การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จากเด็กหญิงที่เคยเล่นดนตรีเปิดหมวกในจังหวัดภูเก็ต สู่การเป็นศิลปินเยาวชนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นข้อพิสูจน์ว่า “คนไทย หากมีความฝันและลงมือทำอย่างจริงจัง ย่อมสามารถก้าวไปแข่งขันและประสบความสำเร็จได้ในเวทีโลก”

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้มอบหมายให้ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต นำช่อดอกไม้ไปแสดงความยินดีกับ "น้องเนเน่ รอยัล" พร้อมทั้งพิจารณามอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “เยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจ” เนื่องในวันเยาวชนดีเด่นแห่งชาติต่อไป เพื่อยกย่องเชิดชูเยาวชนที่สร้างคุณประโยชน์และเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่สังคม สำหรับ กระทรวง พม. โดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “ยกเครื่องสภาเด็กและเยาวชน” ให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และก้าวสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เช่นเดียวกับ “น้องเนเน่ รอยัล” ที่ใช้ความมุ่งมั่น ความพยายาม และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนไทย ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า หากมีความฝันและไม่หยุดพัฒนาตนเอง คนไทยก็สามารถก้าวสู่ความสำเร็จในเวทีโลกได้


>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ภายในพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซีย

23.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ความลึก 10 กม. บริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 390 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ไฟไหม้ร้านอาหาร ใกล้เคียงลาดพร้าวซอย 1 มีผู้บาดเจ็บหลายราย จนท.เร่งช่วยเหลือ และฉีดน้ำสกัดเพลิง

23.57 น. รับแจ้งจากสายด่วน 199 เหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธสาร กำลังไปที่เกิดเหตุ

เวลา 00.12 น. (13 ก.ค.) เหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน , พญาไท , ห้วยขวาง เข้าสนับสนุนในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างใช้น้ำจำนวน 3 หัวฉีด

01.00 น. คืบหน้า เหตุไฟไหม้ ร้านอาหาร บริเวณ ซอยลาดพร้าว 1 หลังเพลิงสงบ พบร่างของผู้เสียชีวิต หลายราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

คุณวุฒิไกร ผู้สื่อข่าวพิเศษ รายงานคืบหน้า ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นร้านอาหารให้บริการดื่ม-กิน เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งห้อง เบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียชีวิต ขณะนี้ที่พบร่าง จำนวน 25 ราย เป็นชาย 8 เป็นหญิง 17 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บหลายราย อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและทยอยนำส่ง รพ.เปาโล เกษตร, รพ.ลาดพร้าว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน

โดยล่าสุด ข้อมูลเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 27 ราย เป็นผู้หญิง 18 ราย และ ชาย 9 ราย และ ผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย


>> นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวซอย 1 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย บาดเจ็บหลายสิบราย สั่งเร่งสอบสวนสาเหตุด่วน

01.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ย่านลาดพร้าว โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามสถานการณ์

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า วันนี้ เวลาประมาณ 00.02 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร พหลโยธิน พญาไท และห้วยขวาง รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปภ. พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิ ร่วมเข้าดับเพลิงและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้ติดค้างภายในร้านอาหาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้สงบในเวลา 00.32 น.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต จำนวน 27 ราย เป็นชาย 9 ราย เป็นหญิง 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรายละเอียดสาเหตุ

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่งดำเนินการอย่างละเอียดโดยเร็ว ทั้งการตรวจสอบสาเหตุ การติดตามอาการผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และการติดต่อญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตามกระบวนการโดยเร็วที่สุด


>> Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

01.48 น. ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง พื้นที่ริมคลอง ที่ลุ่มต่ำ ให้ยกของขึ้นที่สูง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือน “มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.พญาเม็งราย และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ริมคลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.แม่เปา และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง"

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม