วันที่ 30 เมษายน 2566 เวลา 17:11 น.
วันที่ 30 เมษายน 2566 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อัปเดตสถานการณ์โรคโควิด-19 และสายพันธุ์ใหม่ที่มีแนวโน้มระบาด ว่า ล่าสุด เชื้อโควิด-19 โอมิครอนลูกผสม XBB.2.3 หรือมีชื่อว่า “อะครักซ์” (Acrux) กำลังจะเข้ามาแทนที่โอมิครอน XBB.1.16 หรือ “อาร์คทูรัส” (Arcturus)
โดย ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ระบุว่า อีกไม่นานเราจะได้ยินชื่อบรรดาลูกหลานของตระกูลโอมิครอน XBB กล่าวคือ XBB.2.3 (อะครักซ์) ควบคู่ไปกับ XBB.1.5 (คราเคน/Kraken), XBB.1.9.1 (ไฮเปอเรียน/Hyperion) และ XBB.1.16 (อาร์คทูรัส /Arcturus)
สำหรับโอมิครอนลูกผสม XBB.2.3 พบระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศอินเดีย และประเทศสิงคโปร์ คาดว่าจะมาแทนที่โอมิครอนลูกผสม XBB.1.16 และสมาชิกในตระกูล XBB ที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศอินเดียและประเทศสิงคโปร์เร็วๆ นี้
ในสหรัฐเริ่มพบการระบาดของโอไมครอน XBB.2.3 เช่นกัน ส่วนในไทยเพิ่งตรวจพบเพียง 6 ราย ยังไม่สามารถคำนวณหาค่ามความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) เทียบกับสายพันธุ์อื่นได้
โอไมครอนลูกผสม XBB.2.3 มาพร้อมกับการกลายพันธุ์ที่ส่วนหนาม “S:T478K” เหมือนกับสายพันธุ์เดลตาในอดีต ที่ช่วยให้หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ดี รวมถึงการกลายพันธุ์ส่วนอื่นที่ไม่ใช่ส่วนหนามคือ “ORF7a:A13V” พร้อมกับการขาดหายไปในส่วนของ “Orf9”
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี ได้ตรวจสอบข้อมูลรหัสพันธุกรรมของโควิด-19 จากฐานข้อมูลโควิดโลก “จีเสส (GISAID)” พบโอไมครอน XBB.2.3 ทั่วโลกประมาณ 2,264 ราย ในจำนวนนี้มี อินเดีย 664 ราย ,สิงคโปร์ 364 ราย ,ไทย 6 รายฯลฯ ในอาเซียนพบการระบาดโอไมครอน XBB.2.3 มากที่สุดในสิงคโปร์ ส่วนอาการคลินิกในเบื้องต้นของโอไมครอน XBB.2.3 ประเมินว่าไม่แตกต่างจากโอไมครอนสายพันธุ์อื่น
หมายเหตุ
อะครักซ์ (Acrux) เป็นชื่อดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวครัซ (Crux) ทางซีกโลกใต้ อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 321.98 ปีแสง
อาร์คทูรัส (Arcturus) เป็นชื่อดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวโบเตสทางซีกโลกเหนืออยู่ห่างจากโลก 37 ปีแสง
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)