หน้าแรก > สังคม

ปภ. อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “ไมสัก” คาดเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำขึ้นฝั่งจีนตอนใต้ 4 - 6 ก.ค. นี้ แม้ไม่เข้าไทย แต่ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:57 น.


วันนี้ (3 ก.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อน “ไมสัก” อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีกำลังลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569

สำหรับประเทศไทย แม้พายุลูกดังกล่าวจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศและไม่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย หากเกิดสถานการณ์สาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2   เรื่อง พายุ “ไมสัก”

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (3 ก.ค. 69) พายุโซนร้อน “ไมสัก” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 470 กิโลเมตร ทางตอนใต้ของเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 17.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้า ๆ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำในวันนี้  หลังจากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้บริเวณเมืองหนานหนิง ในช่วงวันที่ 4–6 กรกฎาคม 2569 โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “ไมสัก” และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 - 4 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 5 - 6 ก.ค. 69 บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม