วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:56 น.
"นายกฯ อนุทิน" แถลงคืบหน้าฟันขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น พบแก้คะแนนกว่า 48 ราย จ่อฟันวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการเอี่ยว ส่วนผู้สอบที่ทุจริต แม้บรรจุแล้ว ก็ถือเป็นโมฆะ และผู้เกี่ยวข้องการกระทำผิดทั้งหมด ต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น
วันนี้ (2 ก.ค. 69) เวลา 14.10 น. ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายบรรเลง บุญเลิศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย เข้าร่วมการแถลง
นายอนุทิน กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีที่มีการพบการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่เป็นข่าวได้รับความสนใจจากประชาชนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขอชื่นชมคณะกรรมการชุดนี้ที่เร่งสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นจนได้ข้อเท็จจริง และทำรายงานแล้วเสร็จตั้งแต่วานนี้ตามกรอบเวลา 7 วันที่กำหนดไว้ ซึ่งหลังจากตนเดินทางกลับจากปฏิบัติราชการต่างประเทศและได้รับรายงาน จึงนำมาสู่การแถลงข่าวร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในวันนี้
"การกระทำครั้งนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่โปร่งใสและทุจริต มีการพยายามโกงเพื่อให้บุคคลที่เชื่อมโยงได้รับผลประโยชน์ และได้รับการคัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไม่ได้สืบสวนเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ ป.ป.ช., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท., ป.ป.ง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละหน่วยงานได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และนำข้อมูลมาบูรณาการร่วมกันเพื่อยืนยันหลักฐานและใช้อำนาจในการดำเนินคดี การดำเนินงานภายใต้ MOU ดังกล่าว นำมาสู่การจับกุมและสืบค้นอย่างจริงจังภายใต้การกำกับของรัฐบาล" นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกรณีการทุจริต รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนสามารถสบายใจได้ว่าหลังจากนี้ผู้ที่คิดจะโกงจะไม่มีทางเล็ดลอดการตรวจสอบจาก 7 หน่วยงานปราบโกงเหล่านี้ไปได้ โดยการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามพฤติการณ์ความผิดอย่างเด็ดขาด
ในส่วนของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว หากพบว่ามีความผิด การบรรจุนั้นจะถือเป็นโมฆะ ใครทำอะไรไว้ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ แน่นอนว่าเราจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้ โดยจะเพิ่มทีมงานและเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ให้ถึงที่สุด
"ในฐานะนายกรัฐมนตรี เมื่อได้ทราบข่าวการทุจริต ได้สั่งการผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทยไปว่า ไม่ควรให้มีการบรรจุ ควรจะชะลอ ยืดเวลา หรือยกเลิกไปก่อน อย่างไรก็ตาม การจะบรรจุหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีบุคคลภายนอกเป็นตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่นร่วมด้วย โดยเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการไม่เห็นด้วยกับการชะลอ และมีมติให้ดำเนินการบรรจุต่อไป ดังนั้นเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ ความรับผิดชอบจึงต้องตกอยู่กับคณะกรรมการ กสถ. ด้วย ซึ่งหลังจากนี้ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน" นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับข้อร้องเรียน และได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ 7 หน่วยงานด้านการตรวจสอบการทุจริต จนเป็นที่มาของการจับกุม อย่างที่นายกรัฐมนตรีระบุไว้ว่าการกระทำรูปแบบนี้เปรียบเสมือนการขายชาติ หากบรรจุคนไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการ บ้านเมืองก็จะวุ่นวาย แม้กระทรวงมหาดไทยจะได้สั่งการให้ชะลอการบรรจุ แต่ต่อมา กสถ. มีมติให้คงการบรรจุต่อไป ขอยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ล่าสุด ป.ป.ช. ได้อายัดกระดาษคำตอบกว่า 800,000 แผ่น และวางกรอบเวลาดำเนินการ 3-6 เดือนให้แล้วเสร็จ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การโกงข้อสอบ แต่ยังรวมถึงเส้นทางการเงิน ดังนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ขณะนี้การตรวจสอบในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเสร็จสิ้นแล้ว และจะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการร่วมกับตำรวจ รวมถึงจะดำเนินการทางวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการดำเนินการสืบสวนคู่ขนานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ
ด้าน นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการได้รับคำสั่ง ได้ดำเนินการหาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้อง 15 รายมาให้ข้อมูล ทั้งมาด้วยตนเองและชี้แจงผ่านเอกสาร รวมถึงเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้คำแนะนำ
ตลอดกระบวนการสืบสวนสอบสวน 7 วันที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจพบในเบื้องต้นว่า ผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้ง 10 ศูนย์ ให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในทันทีหลังจากที่ตรวจคำตอบเสร็จสิ้น จากการสุ่มตรวจข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่จัดส่งให้ในภายหลัง ซึ่งบรรจุไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบและประกาศผลคะแนน ปรากฏว่าจากการสุ่มตรวจ 79 ราย มีผู้ที่คะแนนในสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบถึง 48 ราย หรือเกินกว่าครึ่ง จึงตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งภาค ก และภาค ข ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คะแนนภาค ก เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90
ในส่วนของการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบภาค ค ผู้รับจ้างได้ส่งผลการประเมินภาค ก ภาค ข และวิชาภาษาอังกฤษ ให้ กสถ. ผ่านแฟลชไดรฟ์เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งจากข้อมูลสรุปได้ว่า ไม่ปรากฏว่า กสถ. ได้นำข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวมาสอบทานกับผลการประมวลผลภาค ค และภาษาอังกฤษที่ผู้รับจ้างจัดส่งให้แต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญด้านหลักฐานทางดิจิทัลพบว่า ภายหลังจากที่ กสถ. ให้ความเห็นชอบและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค แล้ว ยังมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้าง บริษัทเอกชนภายนอก รวมถึงบุคคลที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ สำหรับการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบว่ามีข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย


