วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:06 น.
เมื่อเวลา 13.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำทีมแถลงเหตุรถกระบะพุ่งชนพระธุดงค์ ว่า มีพระธุดงค์ 34 รูป ฆราวาสติดตาม 5 คน เดินจาริกแสวงบุญ เพื่อบำเพ็ญธรรมตามกิจของสงฆ์ เบื้องต้นมรณภาพ 5 รูป ในที่เกิดเหตุ ต่อมามรณภาพที่ รพ.มุกดาหาร อีก 3 รูป ทั้งนี้หลังได้รับแจ้งเหตุทีมกู้ภัยฯ ไปถึงภายใน 10 นาที และนำผู้บาดเจ็บตลอดจนมรณภาพ ส่งรพ.ทันที ส่วนพระธุดงค์ที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นำไปส่งพักผ่อนที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์รอการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป ขณะนี้ผู้ป่วยทุกรายอยู่ในการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด และทางตร. พนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่และควบคุมตัว ผู้ต้องหา ซึ่เงป็นเยาวชนไว้แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล
ส่วนของการเยียวยา เบื้องต้นทราบว่ารถกระบะที่เกิดอุบัติเหตุมีประกันยังไม่หมดอายุ มีทุนประกันคุ้มครองทั้งหมด วงเงินประมาณ 20 ล้านิ ด้าน เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต เป็นเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อาตมาได้ลงพื้นที่สอบถามพระภิกษุที่เป็นเจ้าของโครงการฯว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบว่า พระธุดงค์ได้เดินจาริกอย่างถูกต่้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งระบุว่า พระธุดงค์ที่เดินทาง ต้องเดินสวนทางกับรถ เพื่อที่จะได้ดูแลและได้เห็นการจราจรของรถ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
ขณะเกิดเหตุ พระ 4 รูปแรกเห็นรถเสียหลัก จึงได้ตะโกนบอกพระที่อยู่ด้านหลังว่ามีรถเสียหลัก ส่งผลให้พระหลบหลีกได้ 5 รูปแรก พอถึงรูปที่ 6 รถก็ชน เพราะเราเดินเรียงหนึ่ง (เรียงแถว) ซึ่งเป็นปกติของพระ และทั้งหมดเดินห่างจากเส้นทึบของจราจรทางจยย.ประมาณ 2 เมตร อยู่ริมถนนด้านในสุด แต่รถวิ่งมาด้วยความเร็วและเสียหลักด้วย ก็เป็นอุบัติเหตุ มรณภาพแล้ว 8 แล้ว พักรักษาตัวอยู่ 10 กว่ารูป ฝากคุณหมอให้ดูแล
ด้าน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในขบวนเดินธุดงค์ มีพระ 35 รูป และฆราวาส 5 รูป รวมทั้งหมด 40 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นพระ 5 รูป และมาเสียชีวิตที่รพ.อีก 3 รูป เป็นพระสงฆ์เช่นเดียวกัน รวมเป็น 8 รูป ตอนนี้มีพระสงฆ์บาดเจ็บ (สีแดง) 4 รูป (เหลือง) 10 รูป สำหรับแนวทางการรักษาคือ ผ่าตัดม้ามแตก 2 รูป และจะมีเรื่องกระดูหัก เป็นต้น
รองผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.มุกดาหาร กล่าวว่า ในส่วนของรพ.มุกดาหาร รับผู้ป่วยมา 22 ราย พระสงฆ์ 21 ราย (มรณภาพ 8 ราย) และฆราวาส 1 ราย ในส่วนของผู้บาดเจ็บ (สีแดง) จะมีในส่วนของช่องท้อง กระดูกหัก สมอง และช่องอก ผู้บาดเจ็บ (สีเหลือง) จะมีอาการบาดเจ็บทางผิวหนัง แขนขา โดยทางรพ.ก็จะดูแลรักษาอย่างเต็มศักยภาพและความสามารถซึ่งเรามีแพทย์ครบทุกสาขา
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ก็อยู่ในกระบวนการสอบสวนของวิชาชีพ ซึ่งก็จะสอบสวนถึงที่มาที่ไป สาเหตุของการนำรถออกมาใช้ และนำรถไปพิสูจน์หลักฐานว่าเกิดเหตุอย่างไร ทำไมรถถึงแฉลบไปชนพระธุดงค์ ซึ่งกรอบการสอบสวนเด็กต้องใช้ระยะเวลา ตอนนี้เด็กอยู่ในอาการช็อก ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ เราได้เชิญผู้ปกครองเข้ามาพบ เพื่อหาสาเหตุว่าใครเป็นผู้ดูแลเด็ก ส่วนการดำเนินคดีก็ว่าไปตามตัวบทกฎหมายซึ่งมีหลายตัวบทที่เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิด 15 ปี ส่วนประเด็นที่บอกว่าเป็นเด็กพิเศษนั้น ยังไม่ได้คุยกับเด็ก ฉะนั้นนอกจากพิสูจน์หลักฐานแล้ว เราต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ทราบให้ได้ถึงสาเหตุที่แท้จริง

