วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:07 น.
เมื่อ30 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.สุธี พรหมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.สน.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม นำกำลังฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม
จับกุมผู้ต้องหาชาย 3 คน อายุ 19 ปีเท่ากัน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแกการกระทำความผิดและการพาทรัพย์นั้นไป” พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ที่ได้จากลักมาและใช้ก่อเหตุ, เบ้ารถจักรยานยนต์, กุญแจรถจักรยานยนต์, เหล็กกันลาย, หมวกนิรภัย, เหล็กปีกเครื่องบิน, เหล็กตัวที และเสื้อผ้าที่ใช้ในการกระทำผิด รวม 49 รายการ จับกุมได้ที่บ้านพักภายในซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ภายในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนหลายคัน จึงได้ร่วมกันวางแผนติดตามคนร้าย ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้ายและช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โดยพบว่าหลังคนร้ายก่อเหตุเสร็จได้หลบหนีไปอยู่แถวหมู่บ้าน ซ.เอกชัย 109 จึงได้เฝ้าซุ่มดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งพบตัวนายภพ อายุ 19 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งตำหนิกับคันที่ก่อเหตุเข้ามา จึงได้แสดงตัวเข้าสอบถามเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า “ได้ร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาหลายครั้งจริง ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้ว จะทำหน้าที่ขับรถมาไว้ที่ห้องเช่าของตัวเอง จากนั้นให้เพื่อนในแก๊ง ติดต่อกับผู้ซื้อหลังจากนั้นจะมีรถขนส่งของผู้ซื้อมารับที่บ้าน โดยก่อนจะส่งรถ จะทำการเปลี่ยนเบ้ากุญแจรถ แล้วจึงส่งมอบให้กับขนส่งของผู้ซื้อ”
จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและนำตรวจค้นภายในบ้านพัก พบรถของกลางอยู่ในบ้าน สอบถามผู้ต้องหาว่า เพิ่งไปลักมาจากแถวพระราม 5 (ท้องที่ สภ.ปลายบาง) และกำลังจะส่งให้กับขนส่งที่จะมารับ” นอกจากนี้ยังตรวจพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักรถ ทะเบียนที่เคยลักมา ชิ้นส่วนประกอบ เมื่อสอบถามขยายผล จนท.ได้ทราบต่อมาว่ามีเพื่อนร่วมแก๊ง อีก 2 คน พักอยู่แถว ซ.ภาษีเจริญ 58 และ ซ.บางแค 14 ทางตำรวจจึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมเข้าจับกุม เมื่อสอบถามผู้ต้องหาได้ให้การรับว่า ร่วมก่อเหตุจริง โดยเงินที่ได้จากการขายรถจักรยานยนต์ ประมาณ 20,000 บาทต่อคัน จะนำมาแบ่งกันและใช้จ่ายจิปาถะ”
จากการขยายผลพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หลายท้องที่ประมาณ 20 ครั้ง ซึ่งมีทั้งฝั่งธนบุรี และ จ.นนทบรี และจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบเคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ในท้องที่ สน.บางกอกน้อย สภ.เมืองสมุทรสาคร และมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับจำหน่ายยาเสพติด