หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2569

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2569


>> ในหลวง - พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส

08.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี ๘๘๘๖ ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ที่นั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนาชกัญญา

นายโลร็อง นูเญซ (Mr. Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐฝรั่งเศส และข้าราชการระดับสูงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส (Le Meurice Paris) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ


>> เพลิงไหม้ร้านอาหาร (อยู่ระหว่างปรับปรุง) ซอยแจ้งวัฒนะ 10 เสียหายวอดทั้งหลัง

09.31 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารอยู่ระหว่างปรับปรุงโครงสร้างเหล็กชั้นเดียวหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการร้านอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก เชื่อมโลหะสะเก็ดไฟโดนโฟมบริเวณห้องครัว ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง


>> แม่เหยื่อถูกฆาตกรรมถ่วงน้ำ ไหว้บนหลวงพ่อทองคำ ขอให้พบร่างลูกชาย จ.นนทบุรี

11.00 น. ที่วัดไทรใหญ่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี แม่ของนายเจี่ย ผู้สูญหาย เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว ไปสักการะหลวงพ่อทองคำ ที่เป็นพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นพระประธานประจำอุโบสถวัดไทรใหญ่ ที่ชาว อ.ไทรน้อย นับถือ เพื่อบนให้พบร่างนายเจี่ย

แม่ของนายเจี่ย นำดอกไม้ ธูป เทียน มาสักการะพร้อมกับบนว่าหากพบร่างนายเจี่ย จะนำไข่ต้มมาถวาย 100 ฟอง โดยก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่วัดไทรใหญ่ และสักการะ ท้าวเวสสุวรรณที่อยู่หน้าโบสถ์วัดไทรใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยแม่ของนายเจี่ย ได้เดินทางไปที่บริเวณหน้าบ่อดินร้างมาก่อน เพื่อเรียกชื่อ นายเจี่ย และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เปิดทางให้พบร่าง ซึ่งขณะที่ไปบ่อดินนางวันเพ็ญไม่ได้ลงจากรถเนื่องจากเดินไม่ค่อยสะดวก

หลังบนเสร็จแม่ของนายเจี่ย ได้เดินทางกลับบ้าน โดยให้พี่สาวผู้สูญหายเดินทางไปบ่อดินเพื่อติดตามการค้นหาร่างลูกชาย ซึ่งครั้งนี้หวังว่าจะได้พบร่างที่หายไปกว่า 1 เดือน


>> ‘ปลัดมหาดไทย’ เผยความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำใครผิดเจอทั้ง “อาญา-วินัย” ยืนยันภรรยาไม่เกี่ยวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

11.26 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบช้าราชการท้องถิ่น ว่า ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น และพร้อมที่จะรายงานทันทีเมื่อครบกำหนด 7 ซึ่งก็จะรายการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำข้อเท็จจริงไปดำเนินการต่อไป ย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส และเคลียร์ที่สุด

ส่วนขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากได้รับเรื่องก็จะดูประเด็นเป็นเรื่องๆ เช่น คนร้องเรียนมาว่าสอบได้แล้วไม่ได้รับการประกาศรายชื่อก็จะนำมาเทียบกับใบจริง หรือ บางคนร้องเรียนมาว่ามีการเรียกรับ แต่สอบจริงไม่ได้ ซึ่งมีหลายประเด็น ก็ต้องทำทุกประเด็นให้กระจ่างแจ้ง ส่วนการสอบกลุ่มข้าราชการ 10 คนที่เกี่ยวข้องนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เชื่อว่าทุกคนร้อนใจ แต่หากกระบวนการดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ซึ่งตอนนี้ใกล้ถึงเวลาแล้ว นายอรรษิษฐ์ ระบุอีกว่า ข้าราชการที่ต้องมารายงานตัววันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ให้มาตามกำหนดเดิม หากใครไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปการสนทนา โดยภายในคลิปมีการอ้างถึงนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ภรรยาของตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

โดยนายอรรษิษฐ์ ได้นำเอกสารประวัติโดยย่อของภรรยาแจกให้กับสื่อมวลชน พร้อมย้ำว่าภรรยา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ยืนยันตลอดชีวิตของตนและภรรยา ทำงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน


>> รวบจีนเทา ตามหมายแดงตำรวจจีน หนีคดีฉ้อโกง ผู้เสียหายทั่วประเทศจีน มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท

12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวน สตม. และชุดสืบสวนฯ ควบคุมตัว ผู้ชาย สัญชาติจีน อายุ 33 ปี เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน กระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยการตั้งบริษัทระดมทุน ตามที่ สอท.จีน ประจำประเทศไทย

โดยเมื่อ 10 ก.พ. 68 สำนักความมั่นคงสาธารณะเทศบาลเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ได้ยื่นฟ้องคดีฉ้อโกง ยื่นฟ้องมาดามเจิ้ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ว่าได้ร่วมมือกับ ตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทฯ ร่วมสร้างโครงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเซิร์ฟเวอร์คลาวด์สตอเรจให้กับบริษัทและประชาชน โดยผู้ลงนามในสัญญาซื้อเซิร์ฟเวอร์และสัญญาบริการ และสัญญาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง ได้บรรจุโครงการดังกล่าวคล้ายเป็นโครงการที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีผลตอบแทนต่อเดือนสูงมากตั้งแต่ 4.75% ถึง 5% ทำให้ประชาชนชาวจีนหลงเชื่อจำนวนมาก โดยระดมทุนอย่างผิดกฎหมาย มีความเสียหายมากกว่า 4.243 พันล้านหยวน (กว่า 2 หมื่นล้านบาท) ชาวจีนตกเป็นเหยื่อกว่า 4,500 ราย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธวัชชัย ผกก.1 บก.สส.สตม. ตรวจสอบพบว่า ชายชาวจีน คนดังกล่าว พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จึงให้ชุดปฏิบัติการเดินทางไปร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.เชียงใหม่ จนกระทั่งพบตัว ชายชาวจีน คนดังกล่าว ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ถ.ซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง จึงแจ้งคำสั่งเพิกถอนฯ และควบคุมตัว นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ในวันนี้ เพื่อรอดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป


>> ปภ. รวบชายวัย 57 ปี สวมสิทธิ์เข้าสอบแทนหนุ่มวัย 28 ปี หลังพบใบหน้าไม่ตรงกับบัตรประชาชนและใบสมัครสอบ อ้างป่วยเป็นมะเร็ง เพิ่งทำคีโมมา

14.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตรวจจับผู้สวมสิทธิสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการได้ระหว่างการสอบเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่คุมสอบประจำสนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นความผิดปกติของผู้เข้าสอบรายหนึ่ง เนื่องจากใบหน้าไม่ตรงกับภาพถ่ายในบัตรประจำตัวประชาชนและใบสมัครสอบ

ผู้เข้าสอบอ้างว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งและผ่านการรักษาด้วยเคมีบำบัด จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงนำตัวไปตรวจสอบอัตลักษณ์ด้วยการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ก่อนพบว่าไม่ตรงกับข้อมูลของผู้สมัครตัวจริง 
ผลการตรวจสอบพบว่า บุคคลที่เข้าสอบมีอายุ 57 ปี ไม่ใช่ผู้สมัครตัวจริงซึ่งมีอายุ 28 ปี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.สามเสน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา 2 ข้อหา ได้แก่ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และใช้บัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด ทั้งผู้เข้าสอบแทน ผู้สมัครตัวจริงที่จ้างวาน และผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการทุจริต พร้อมสั่งตัดสิทธิ์ผู้สมัครรายดังกล่าว และขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการ เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเป็นธรรมของการสอบเข้ารับราชการ


>> บ้านถูกตัดไฟ จุดเทียนให้ความสว่าง แล้วออกไปทำธุระ เกิดเพลิงลุกไหม้ภายในบ้านเสียหาย จ.นครราชสีมา

15.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เพลิงลุกไหม้ภายในตัวบ้าน เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้น เสียหายที่บ้านและทรัพย์ภายในบ้าน

ร.ต.อ.สถิต จันทีนอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.พิมาย สอบสวนเบื้องต้น นางเรียม เจ้าบ้าน ได้ให้การเบื้องต้นว่า บ้านหลังดังกล่าว มีลูกชาย อยู่อาศัยเพียงคนเดียวและบ้านหลังดังกล่าวได้ถูกตัดไฟฟ้าเนื่องจากลูกชายกับนางเรียมได้ทะเลาะกันจึงได้แยกกันอยู่คนละหลัง 
จากการสืบสวนได้สอบถามลูกชาย ให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวได้ถูกตัดไฟฟ้าและตนเองได้จุดเทียนสำหรับส่องสว่างภายในบ้านจากนั้นตนเองได้ออกไปทำธุระนอกบ้านและเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้จัดทำบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ และจะได้เชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำพร้อมกับจะได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจพิสูจน์หาสาเหตุ เพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป


>> รวบผัวเมียบัญชีม้า โยงคดีลงทุนออนไลน์ อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีก่อนพาข้ามแดน

15.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือนายอา (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี และนางสาวชน (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1),ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าเพิงพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

จากการสืบสวนสอบสวนในแต่ละคดี พบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารหลายบัญชี โดยมีบัญชีธนาคารของนายอา และนางสาวชน ปรากฏเป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ต่างกรรมต่างวาระ โดยในคดีของนายอานั้น มีมูลค่าความเสียหายถึง 494,177.03 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน และให้การสอดคล้องกันว่าเมื่อประมาณปี 2568 ได้รู้จักกับหญิงรายหนึ่งซึ่งชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่ง โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชี ทั้งสองจึงเดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนส่งมอบสมุดบัญชี บัตร ATM และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคคลที่เป็นผู้นำพา โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายบัญชี

ผู้ต้องหาทั้งสองให้การเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากเปิดบัญชีแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จัดหาที่พักให้และนำพาเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน ก่อนลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีบุคคลอื่นพักอาศัยอยู่รวมกันหลายราย โดยในแต่ละวันจะมีผู้ควบคุมเรียกบุคคลตามรายชื่อให้เข้าทำการสแกนใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ก่อนส่งเครื่องกลับไปยังห้องควบคุม โดยผู้ที่ถูกนำพาไปไม่สามารถทราบได้ว่ามีการนำบัญชีธนาคารไปใช้ดำเนินการใดบ้าง ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันต่อเนื่องประมาณ 10 วัน ก่อนจะถูกนำตัวกลับเข้ามาในประเทศไทย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามหมายจับที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป


>> รวบโจรขโมย "เชิงเทียน ทองเหลือง" วัดโพธิ์ อ้างไหว้พระแล้วเห็นองค์พระยิ้ม คิดว่าอนุญาตให้หยิบได้

17.51 น. ผูัสื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุการณ์ คนร้ายชาย1 ราย อายุประมาณ 45 ปี ก่อเหตุ ขโมยสิ่งของภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ของกลางเป็นเชิงเทียนทองเหลือง 4 ชิ้น มูลค่าประมาณ 10,000 บาท จากวิหารน้อยข้างโบสถ์พระนอน ก่อนเดินถือถุงพลาสติกสีดำออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ถูกชุดสืบสวน สน.พระราชวัง สังเกตเห็นท่าทีมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น และควบคุมตัวได้ทันที เหตุเมื่อวานนี้ (27 มิ.ย 69)

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลักเชิงเทียนจริง พร้อมอ้างว่า ก่อนลงมือได้เข้าไปไหว้พระ และเมื่อเงยหน้ามองเห็นองค์พระเหมือนกำลังยิ้ม จึงคิดว่าพระอนุญาตให้หยิบไปได้ อีกทั้งยังอ้างว่าตั้งใจจะนำไปถวายวัดที่จังหวัดอุทัยธานี

ด้านเจ้าหน้าที่วัดโพธิ์ ยืนยันว่า เชิงเทียนทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของวัด และไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดนำออกไป ขณะที่ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหามีสภาพเร่ร่อน ไม่ได้มีอาการวิกลจริต และเชื่อว่ามีเจตนาลักทรัพย์เพื่อนำไปขายหาเงินใช้ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> กองทัพบกยืนยันการปฏิบัติตามแนวชายแดนอยู่ในเขตอธิปไตยไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ

18.10 น.พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงการดำเนินมาตรการของฝ่ายไทยบริเวณแนวชายแดน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 อ้างว่าฝ่ายไทยตัดไม้และติดตั้งลวดหนามรุกล้ำดินแดนบริเวณแนวชายแดนด้านจังหวัดบุรีรัมย์

โดยข้อเท็จจริงการดำเนินการดังกล่าวเป็นการยกระดับการรักษาความมั่นคงภายในเขตแดนไทยของกองทัพภาคที่ 2 บริเวณ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ภายหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ราษฎรไทยพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่ซึ่งข้อมูลด้านการข่าวบ่งชี้ว่าเคยถูกใช้ลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน การวางลวดหนามและการปรับพื้นที่จึงเป็นไปเพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน มิใช่การรุกล้ำดินแดนตามที่กล่าวอ้าง

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า "กองทัพบกขอยืนยันว่า การปฏิบัติของหน่วยในพื้นที่ทุกประการ ดำเนินการอยู่ภายในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดไว้ มิได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และมิได้มุ่งเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลังแต่อย่างใด"

กองทัพบกขอเรียนว่า มาตรการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเป็นการดำเนินการตามภารกิจปกติ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และป้องกันการกระทบกระทั่งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง โดยทุกขั้นตอนกระทำด้วยความรอบคอบและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กองทัพบกจะสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน


>> รถบรรทุก ชนกับรถจักรยานยนต์ หญิงชาวเมียนมา เสียชีวิต

19.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณทางลงสะพานข้ามแยกรัชดา - ตลาดพลู

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นนทบุรี ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชาย อายุ 50 ปี สัญชาติเมียนมา และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิงสัญชาติเมียนมา สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลาดพลู


>> “ชัชชาติ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง เตรียมนั่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” สมัยที่ 2

20.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขึ้นเวทีกล่าวเปิดใจหลังจาก ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รายอื่น

นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนกรุณาออกมาใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นความสวยงามของการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยตนเองยังยืนยันจุดยืนในการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนทุกคนและเชื่อมั่นว่าการได้รับความไว้วางใจจากคะแนนเสียงเหล่านี้คือพันธสัญญาที่ต้องเร่งดำเนินการพัฒนาเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่องตามที่ได้ตั้งใจไว้

สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้การรับรองผลอย่างเป็นทางการแล้ว นายชัชชาติระบุว่า ขั้นตอนแรกคือการนำแผนงานทั้งหมดดว่า 260 แผนที่เตรียมไว้เป็นนโยบายมาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โดยจะมีการจัดลำดับความสำคัญของงาน

พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการเร่งด่วนในช่วงระยะเวลา 100 วันแรกของการเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องมุ่งเน้นการจัดการปัญหาที่ยากและซับซ้อนก่อนเป็นลำดับแรกเนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนานกว่าเรื่องอื่นเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

ส่วนของประเด็นที่ประชาชนให้ความกังวลในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งโดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสและการป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการต่ออย่างเข้มข้นเพื่อให้สมกับที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารงาน


>> เพลิงไหม้ภายในปั๊ม 3 แห่ง และมีผู้บาดเจ็บ ในพื้นที่จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี

23.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง สาย 15 ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้รับรายงานเหตุการณ์ ความรุนแรง เกิดขึ้นรวม 2 จุด ได้แก่

จุดที่ 1 สถานีบริการน้ำมัน สาขาปาวา อำเภอสายบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย จุดที่ 2 สถานีบริการน้ำมัน สาขาปิยา อำเภอยะหริ่ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน กำลังเร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่สร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และนำ ความสันติสุข กลับคืนสู่พื้นที่โดยเร็วที่สุด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมทางเราจะรีบรายงานให้ทราบทันที


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย

00.24 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.7 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานผลการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน 
 

>> รถกระบะเสียหลักพุ่งลงคลอง มีผู้เสียชีวิต อายุ 70 ปี ร่างติดค้างภายในยานพาหนะ จ.กาญจนบุรี

01.35 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์ตกคลอง และมีผู้ติดค้างภายในยานพาหนะ บริเวณ ถนนริมคันคลองรุ่งวิไลเจริญ - ปลักเขว้า ในพื้นที่ ม.2 ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ลักษณะพุ่งลงไป และจมน้ำอยู่ในคลอง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ประสบเหตุ 2 ราย สามารถออกจากตัวรถยนต์เองได้เพียง 1 ราย

ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ จึงประสาน ทีมปฏิบัติการใต้น้ำ มูลนิธิขุนรัตนาวุธ เข้าสนับสนุนลงค้นหาในที่เกิดเหตุทันที ตรวจสอบพบร่างผู้ประสบเหตุ 1 ราย อยู่ภายในยานพาหนะ จึงร่างออกมา และตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 70 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมทวน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม