หน้าแรก > ภูมิภาค

จับสึกกลางด่าน! พระขับรถสวมทะเบียน ไร้ใบขับขี่ เคยโดนจับสึกพระ หันมาบวชเณร ไร้วัดสังกัด

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 16:45 น.


วันที่ 25 มิถุนายน 2569  กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมตัว ชาย อายุ 63 ปี พร้อมของกลาง รถนั่งส่วนบุคคล 1 คัน และแผ่นป้ายทะเบียน 1 แผ่น โดยจับกุม บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) หลักกิโลเมตรที่ 688 อ.เกาะคา จ.ลำปาง

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง ได้ตั้งจุดตรวจ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) หลักกิโลเมตรที่ 688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จ.ลำปาง พบรถนั่งส่วนบุคคล สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง ขับผ่านมา จึงเรียกหยุดเพื่อตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่เป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง อ้างว่าอยู่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลไม่พบประวัติการทำใบขับขี่มาก่อน และไม่มีหลักฐานมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ

จากการตรวจสอบรถคันที่ขับมาพบว่า รถคันที่ขับมานั้นติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถอีกทะเบียนหนึ่งและมีสถานะระงับการใช้ทะเบียน โดยชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองรถก็มิได้เป็นของพระสงฆ์รูปดังกล่าว จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดมาด้านหน้านั้น พบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันอื่น ซึ่งมีสถานะถูกระงับใช้เช่นเดียวกัน

จากนั้นได้ทำการซักถามข้อมูลโดยละเอียด ปรากฏว่าพระรูปดังกล่าว ตอบคำถาม วกไปวนมา ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ พบว่ามีรูปภาพ คลิปวีดีโอ แชทสนทนา ในลักษณะลามกอนาจารเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางจึงได้ประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางร่วมตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง จึงได้ตรวจสอบพบว่า พระรูปนี้ เคยบวชเป็นพระมาก่อนจริง และได้ถูกจับสึกไปแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาได้บวชเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่อปี 2567 ปัจจุบันไม่มีสังกัดวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง ใช้วิธีการขับรถไปเรื่อยๆ เพื่อบิณฑบาต ไปตามตลาดและชุมชนต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านใส่บาตรและถวายปัจจัยให้

ซึ่งพฤติกรรมของพระรูปนี้ เป็นการประพฤติที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอเกาะคา มายังด่านตรวจ เพื่อทำการลาสิกขาเป็นที่เรียบร้อย

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง แจ้งข้อหา ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถ , นำป้ายทะเบียนของรถคันหนึ่งมาใช้กับรถอีกคันหนึ่ง , ใช้รถที่ทะเบียนระงับ พร้อมตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา เพื่อดำเนินคดีและติดตามหาเจ้าของรถที่แท้จริงต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม