วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 13:50 น.
คมนาคมเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีอุโมงค์ หนุนโครงการทางพิเศษภูเก็ต กทพ. จัดสัมมนาวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 15 แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การก่อสร้างอุโมงค์จาก 5 ประเทศ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่15 เรื่อง "Tunnel Construction and Maintenance Technology" เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอุโมงค์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยกระดับศักยภาพบุคลากร รองรับการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ซึ่งจะเป็นโครงข่ายทางพิเศษสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมและสนับสนุนการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างการคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ถือเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคม ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านภูเขาในพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีวิศวกรรมที่ทันสมัย การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษาตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด จึงนับเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและต่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ กทพ. จัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เยอรมนี สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย จะช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างและบำรุงรักษาอุโมงค์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษของประเทศให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) จากกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เตรียมความพร้อมคู่ขนานกันไป เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการได้เมื่อผ่านการอนุมัติ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยเตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนกว่า 300 ครอบครัว รวมถึงหารือร่วมกับสหภาพแรงงานของ กทพ. เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติจะได้รับจากการพัฒนาดังกล่าว สำหรับประเด็นการขยายอายุสัญญาสัมปทานนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ศึกษาและเสนอเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดมาก่อน จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะนำตัวเลขมาพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นธรรมและคนไทยทั้งประเทศรับได้ ก่อนที่จะตัดสินใจอนุมัติโครงการในขั้นตอนสุดท้ายต่อไป
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า กทพ. จัดสัมนาวิชาการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 15 นับตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และการบริหารจัดการทางพิเศษ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ "Innovation for Better Drive and Better Life : องค์กรนวัตกรมเพื่อการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" สำหรับการสัมมนาในปีนี้ กทพ. มุ่งเน้นเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอุโมงค์เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทั้งด้านการวางแผน การก่อสร้าง การตรวจสอบ และการบำรุงรักษาอุโมงค์ตามมาตรฐานสากล ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรชั้นนำจากต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต
นายสุรเชษฐ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กทพ. เชื่อมั่นว่าการจัดสัมมนาวิชาการครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ สร้างเครือช่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลต่อไป












26 มิถุนายน 2569
26 มิถุนายน 2569