หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 05:35 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569


>> ศาลอาญามีนบุรี พิพากษา คดี "ติ๊ก ชิโร่" นักร้องดัง เมาแล้วขับชนคนตาย 2 ราย ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 301 ศาลอาญามีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ กรุงเทพฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ 5405/2568 ที่พนักงานอัยการ เเละพ่อเเม่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมยื่น ฟ้องนายมนัสวิน หรือศักดิ์ นันทเสน หรือ ติ๊ก ชิโร่ อายุ 64 ปี นักร้องชื่อดังเป็นจำเลย ในความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

กรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 นายมนัสวิน จำเลยขับตู้ ยี่ห้อฮุนได สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถ จยย. ฮอนด้า รุ่นคลิก ทะเบียน กรุงเทพมหานคร บริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ น้องเมจิ อายุ 28 ปี เสียชีวิต และ น้องจูเนียร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ มศว.ประสานมิตร น้องชายของ น้องเมจิ ได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างตกจากสะพานความสูง 10 เมตร เข้ารักษาตัวที่ รพ.และเสียชีวิตในวันที่ 18 มี.ค.2568 โดยขณะเกิดเหตุนายมนัสวินจำเลยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์มากกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยวันนี้ ติ๊ก ชิโร่ เดินทางมาพร้อมกับนางพรรทิรา นันทเสน ภรรยา และทนายความ ขณะที่ฝ่ายผู้เสียชีวิตมีนายจิรวัฒน์ และนางหฤทัย ผู้เป็นพ่อและแม่มาร่วมฟังคำพิพากษาในฐานะโจทก์ร่วมด้วย โดยในระหว่างการพิจารณาคดีจำเลยได้ชดใช้เยียวยาแก่โจทก์ร่วมเป็นเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท แต่เรื่องค่าเสียหายทางแพ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 2 ปี พิเคราะห์จากพฤติการณ์แห่งคดีแล้วคู่กรณีกับโจทก์ร่วมและจำเลยยังไม่สามารถตกลงค่าเสียหายกันได้โดยจำเลยได้กระทำความผิดขับรถชนขณะมึนเมาสุราทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ พฤติกรรมจึงมีความร้ายแรง จึงไม่รอการลงโทษและให้ยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ขณะนี้ทนายความเตรียมยื่นประกันตัวให้ ติ๊ก ชิโร่ ต่อไป


>> จ.นครราชสีมา รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนมิตรภาพ มีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ และอีก 1 รายที่ รพ.

09.06 น. อาสาสมัครกู้ภัย ฮุก31จุดจอหอ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับ รถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) บริเวณทางลงสะพานจอหอ ก่อนถึงแยกไฟแดงบ้านบุ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มาสด้า สีขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส และหมดสติ ทางอาสาสมัครกู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ พบว่า 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 55 ปี ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย อายุประมาณ 52 ปี ดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ


>> พักโทษ เสก โลโซ "กานต์ วิภากร พร้อม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รอต้อนรับหน้าเรือนจำคับคั่ง

09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ครบกำหนดได้รับการปล่อยตัวตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์

โดยหนึ่งในนั้นคือ เสก โลโซ หรือ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ซึ่งได้รับการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษและได้รับการปล่อยตัวในวันดังกล่าว โดยมี คุณกานต์ วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาเสก โลโซ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมถึงกลุ่มแฟนคลับต่างรอต้อนรับกันเป็นจำนวนมาก


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เคหะร่มเกล้า 24 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนจะลุกลาม

10.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 24 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเก็บของ เพลิงลุกไหม้เสียหายตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น ชั้นวางของ กองเสื้อผ้า กองกระดาษ ฝาผนัง และหลังคา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน และความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

10.58 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 383 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ไฟไหม้กล่องกระดาษ ลุกลามโรงงานเสียหายทั้งหลัง ที่เมืองลำปาง

11.34 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเขลางค์นคร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานภายในชุมชนบ้านย่าเป้า ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหุต พบว่าเป็นลักษณะเพลิงไหม้บริเวณสถานที่เก็บกล่องลังกระดาษ ภายในโรงงาน สมาคมกู้ภัยลำปางส่งทีมดับเพลิงและกู้ภัยพร้อมรถดับเพลิงสนับสนุนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ร่วมกันใช้น้ำทำการควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดไม่มีการติดต่อลุกลามเพลิงสงบในเวลาต่อมา ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต


>> ตร.ทางหลวง เรียกตรวจรถต้องสงสัย พบคนขับเป็น พระภิกษุ มีกลิ่นสุราคลุ้ง ค้นรถพบสัมภาระจำนวนมาก - ถุงยาง

13.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปลำปาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.เกียรติพร สวัสดิเทพ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กก.5 บก.ทล. ได้ตั้งจุดตรวจบนถนนสายหลัก เพื่อกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม ก่อนพบรถยนต์ สีฟ้า คันหนึ่งขับเข้ามาในด่านในลักษณะต้องสงสัย จึงเรียกตรวจสอบ

จากการตรวจสอบ พบผู้ขับขี่เป็นพระภิกษุ อายุ 63 ปี จำวัดอยู่ในพื้นที่ จังหวัดหนองคาย สภาพมีกลิ่นสุราคล้ายเพิ่งดื่มมา และให้การพูดจาวกวนสับสน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวตรวจสอบอย่างละเอียด

เบื้องต้นทราบว่า พระรูปดังกล่าวเดินทางมาจากจังหวัดหนองคาย โดยคาดว่าระหว่างทางอาจมีการดื่มสุรา ก่อนขับรถเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลำปางและถูกเรียกตรวจที่ด่านดังกล่าว 
จากการตรวจค้นภายในรถ พบสัมภาระและสิ่งของเครื่องใช้จำนวนมาก รวมถึงพระเครื่องจำนวนหนึ่ง และยังพบถุงยางอนามัยภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น

ต่อมา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของคณะสงฆ์ โดยพระรูปดังกล่าวได้ลาสิกขา (สึก) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมาย และการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป


>> นายกฯ สั่งเร่งดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตข้าราชการท้องถิ่นทุกขั้นตอน

14.00 น. ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมและสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมกำชับให้ดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีการยกเลิกการสอบว่า หากตรวจสอบพบการทุจริต ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นต้องถือให้เป็นโมฆะ แม้จะมีการบรรจุเข้ารับข้าราชการแล้ว หากต้นทางของการเข้าสู่ตำแหน่งมาจากการทุจริต บุคคลเหล่านั้นก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง 
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยถือเป็นผู้เสียหาย จึงมีหน้าที่ต้องไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อให้ตำรวจสามารถเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ขณะนี้สำนวนหลักอยู่ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพราะผู้ร้องกลุ่มแรกเป็นผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นผู้ที่สอบได้แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุจึงไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นตำรวจจึงมีบทบาทให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง


>> สธ. ขนย้ายยาเสพติดของกลางกว่า 77 ตัน ไปเผาทำลายตามปฏิบัติการ BURN FOR BETTER คุมเข้มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SERVICE CENTER) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จังหวัดนนทบุรี นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนขนย้ายยาเสพติดของกลางเพื่อนำไปเผาทำลาย ครั้งที่ 61

นายนรินทร์ฯ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมมือกันยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจสนับสนุนการปราบปรามยาเสพติด และรับผิดชอบการตรวจรับและเก็บรักษายาเสพติดของกลางที่นำส่งจากสถานตรวจพิสูจน์ทั่วประเทศ จะมีการเผาทำลายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยครั้งนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “BURN FOR BETTER เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”

โดยมี ยาเสพติดของกลางที่ผ่านการตรวจรับและอนุมัติให้ขนย้ายไปเผาทำลายจาก 54,097 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 77,897 กิโลกรัม 905 กรัม เป็นน้ำหนักยาเสพติด 62,851 กิโลกรัม 651 กรัม 659 มิลลิกรัม มากที่สุดเป็น เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) กว่า 40,080 กิโลกรัม รองลงมา เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) กว่า 21,067 กิโลกรัม คีตามีน กว่า 1,321 กิโลกรัม เฮโรอีน กว่า 173 กิโลกรัม เอ็มดีเอ็มเอ กว่า 63 กิโลกรัม เอโทมิเดต (ผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) กว่า 47 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท 
นายนรินทร์ฯ กล่าวต่อว่า ในการขนย้ายยาเสพติดของกลางไปเผาทำลาย ได้จัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทางจากกระทรวงสาธารณสุข จนถึงบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนส่งมอบให้แก่คณะทำงานฯ ด้านรักษาความปลอดภัยและทำลายยาเสพติด ตรวจสอบและเผาทำลายในเตาเผาขยะอันตรายด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 25 มิถุนายน นี้


>> หนีตาย 3 จังหวัดยังไม่พ้น สาวสุดทนร้อง พม. ถูกอดีตแฟนตามซ้อม - คัตเตอร์กรีดข้อมือ

15.44 น. ​ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.พม. นำหญิงสาวอายุ 29 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม หลังถูกนาย “กบ” อดีตแฟนหนุ่มที่คบหาเพียง 6 เดือน ตามคุกคามและทำร้ายร่างกายอย่างทารุณหลายท้องที่ ทั้งกักขังทุบตีมาราธอน ขู่ฆ่าด้วยปืนปลอม และล่าสุดใช้มีดคัตเตอร์กรีดข้อมือจนบาดเจ็บสาหัส ซ้ำยังตามไปทุบทำลายทรัพย์สินบ้านพักและรถยนต์ในจังหวัดชลบุรี ระยอง และสระแก้ว รวมถึงโพสต์ภาพวัตถุระเบิดข่มขู่ทางโซเชียลมีเดียจนผู้เสียหายต้องย้ายหนีตลอดเวลาแต่ยังถูกสะกดรอยตามอย่างต่อเนื่อง

​ล่าสุด คดีมีความคืบหน้าโดยกระทรวงยุติธรรมได้สั่งจัดชุดคุ้มครองพยานดูแลความปลอดภัยทันที พร้อมประสานตำรวจภูธรภาค 2 เร่งรัดขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุภายในวันนี้ นอกจากนี้เตรียมพาผู้เสียหายแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ด้านสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินฯ กระทรวงยุติธรรม ระบุว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายสูงสุดกว่า 300,000 บาท หากได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นทุพพลภาพ หรือกรณีกระทบจิตใจและขาดรายได้ตามอัตราใหม่


>> ตำรวจปลวกแดง บุกรวบถึงบ้าน หนุ่มโหด ซ้อมแฟนสาวปางตาย แถมโพสต์ข่มขู่ไม่จบไม่สิ้น จ.ระยอง

16.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง ร่วมกับ บก.สส.ภ.2 และ กก.สส.ภ.จว.ระยอง ร่วมกันจับกุม นายจอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.323/2569 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส”

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ต่อมา ผู้ต้องหายังได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย รวมถึงขู่จะทำลายทรัพย์สิน สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้เสียหายและบุคคลใกล้ชิด

ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดระยอง และเมื่อศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหา กระทั่งสามารถจับกุมได้และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.บ่อวิน จังหวัดชลบุรี และ สภ.คลองหาด จังหวัดสระแก้ว ว่ามีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมในคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย


>> รถอีแต๋นไทยแลนด์ คว่ำลงข้างทาง ริมถนนทางหลวงชนบท 4009 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 และเสียชีวิต 3 ราย จ.อุตรดิตถ์

16.53 น. สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้อุตรดิตถ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถอีแต๋นไทยแลนด์ บรรทุกไม้ยูคา พลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนทางหลวงชนบท 4009 บริเวณใกล้เคียงทางเข้า โรงเรียนบ้านด่านคุ้งยาง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

ที่เกิดเหตุ พบรถอีแต๋น ไทยแลนด์ สีน้ำเงิน ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง ไม้ยูคาลิปตัส ตกกระจัดกระจาย ตรวจสอบพบว่า มีผู้โดยสารที่มากับรถคันดังกล่าวทั้งหมด 8 ราย ยืนยันพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นผู้ชาย 2 ราย, ผู้หญิง 2 ราย และ เด็กหญิง 2 ขวบ อาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง โรงพยายาลอุตรดิตถ์

ส่วนอีก 3 รายนั้น ได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นชาย 1 และหญิงไทย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์


>> รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำ ทับร่างคนขับเสียชีวิต ริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ จ.ชลบุรี

22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ รับแจ้งเกิดอุบัติอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำ และคนขับถูกรถทับร่างได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนเลียบมอเตอร์เวย์ หมู่ 7 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุพบ รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีเทา ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ เป็นชายไทย อายุ 59 ปี คนขับรถ ลักษณะถูกรถทับร่างจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยอาสากู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม และชาวบ้านในพื้นที่ รีบช่วยเหลือ โดยช่วยกันพลิกรถกระบะ เพื่อนำร่างคนขับออกมาจากใต้ตัวรถ แต่พบว่าได้เสียชีวิตในเวลามา

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบสภาพถนนกับร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 61 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม