หน้าแรก > สังคม

เขตสัมพันธวงศ์ และวิศวกรรมสถานฯ ตรวจสอบเหตุกันสาดถล่ม ใกล้แยกหมอมี ปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคารจำนวน 5 คูหาเป็นการชั่วคราว

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 14:52 น.


เขตสัมพันธวงศ์ ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบเหตุกันสาดอาคารชั้น 2 ร่วงหล่น บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี

21 มิ.ย. 69 เวลา 11.00 น. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ร่วมกับสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารบริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ภายหลังเกิดเหตุกันสาดอาคารชั้น 2 ร่วงหล่น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากันสาดที่ร่วงหล่นอาจมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน และได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศตามอายุการใช้งาน

ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่พบผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร โดยความเสียหายอยู่เฉพาะบริเวณส่วนกันสาดด้านหน้าอาคารเท่านั้น

ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของประชาชน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้ดำเนินการปิดประกาศห้ามเข้าใช้อาคารจำนวน 5 คูหาเป็นการชั่วคราว และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ เจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดย ดร.อิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบแผ่นปูนกันสาดอาคารพาณิชย์ทรุดตัวลงมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณใกล้แยกหมอมี แขวงตลาดน้อย

ดร.อิทธิพล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นอาคารพิชย์เก่า 2 ชั้น รวม 5 คูหา อายุกว่า 100 ปี โครงสร้างแบบอิฐถือปูนอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี คานเป็นไม้ พื้นเป็นไม้ ส่วนกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ยังต้องรอการตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นคานบางส่วนที่ยังไม่ตัดอาจมีการทรุดลงสร้างความตกใจให้กับผู้ที่ผ่านไปมาระหว่างการค้ำยันชั่วคราวเพื่อรอการตัด ส่วนโครงสร้างอื่นจะเป็นล็อกๆ แบบก่ออิฐถือปูนระหว่างกลางเป็นคานไม้ ยังไม่ค่อยน่ากังวล แต่ทางผู้ใช้อาคารต้องลดน้ำหนักการวางของบนชั้น 2 เพื่อกระจายน้ำหนักมาไว้ชั้นล่าง

ดร.อิทธิพล กล่าวอีกว่า เท่าที่ดูยังไม่ต้องรื้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นเฉพาะส่วนกันสาดด้านหน้า ส่วนแบริ่งวอล กับพื้นภายในยังคงใช้งานได้อยู่ ทั้งนี้ได้แนะนำให้ทั้งเขตได้มีการตัดกันสาด ชั้น 1 ที่ เหมือนจะพังลงมา และจะต้องค้ำยันไม่ให้หล่นลงมา 

วันนี้ มี ตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ที่ดินรวมถึงอาคารที่เกิดเหตุ และอาคารข้างเคียงรวม 13 คูหา เป็นพื้นที่ของวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ภายใต้การดูแลของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งผู้พักอาศัยภายในทั้ง 13 คูหามีสถานะเป็นผู้เช่า หลังจากนี้จะกลับไปหารือถึงแนวทางการปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต 


ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม