วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 22:23 น.
นายกฯ มอบรองนายกฯ “ปกรณ์” หารือประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เดินหน้าจัดตั้ง TI Thailand Chapter ผนึกทุกภาคส่วนต้านทุจริต ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล–Open Government ยกระดับธรรมาภิบาลไทยสู่มาตรฐานสากล
(19 มิถุนายน 2569) ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายฟรองซัวส์ วาเลเรียน (Mr. François Valérian) ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ในโอกาสเยือนประเทศไทย โดยสรุปสาระสำคัญของการหารือดังนี้
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต เพื่อบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายฟรองซัวส์ฯ กล่าวแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมขอบคุณรัฐบาลและ ป.ป.ช. ที่เชิญให้เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยนวัตกรรมการต่อต้านการทุจริตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4 เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการประชุมที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ตลอดจนชื่นชมความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตของไทย ทั้งการจัดตั้งกลไกประสานงานด้านการต่อต้านการทุจริต การเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) รวมถึงความก้าวหน้าในการดำเนินกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เสริมประสิทธิภาพการป้องกันการทุจริตรองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน ลดการใช้ดุลยพินิจ เสริมความโปร่งใส และยกระดับการป้องกัน ตรวจจับ และเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการทุจริต ตลอดจนสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย
ด้านนายฟรองซัวส์ฯ ชื่นชมนโยบายดังกล่าว พร้อมเห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มีบทบาทสำคัญในการตรวจจับความผิดปกติและป้องกันการทุจริต โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องควบคู่กับมาตรการป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์
2. การขับเคลื่อน Open Government และ Open Data ยกระดับการบริหารภาครัฐ โดยไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตเชิงรุก โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันแนวคิด Open Government และ Open Data เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำกับดูแลภาครัฐ
ด้านนายฟรองซัวส์ฯ รับทราบถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลตามแนวทางสากล พร้อมเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะจะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส เพิ่มความรับผิดชอบของภาครัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน
3. การส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าในการจัดตั้ง Transparency International Thailand Chapter ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากนานาประเทศ โดยนายฟรองซัวส์ฯ ยินดีสนับสนุนการจัดตั้ง Transparency International Thailand Chapter และการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
4. การสร้างวัฒนธรรมไม่ยอมรับการทุจริต เสริมพลังภาคประชาชนและคนรุ่นใหม่ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างค่านิยมที่ไม่ยอมรับการทุจริตในสังคม และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรมตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การต่อต้านการทุจริตเกิดผลอย่างยั่งยืน ด้านนายฟรองซัวส์ฯ เห็นพ้องว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนรุ่นใหม่ การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และการทำให้กฎหมายและกลไกต่อต้านการทุจริตสามารถบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมในระยะยาว
ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบบริหารราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป