วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 05:31 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 มิถุนายน 2569
>> สัสดีอำเภอเมือง บุกยิงสัสดีจังหวัดดับกาฬสินธุ์ ดับคาศาลากลาง ปมฉุนถูกสั่งย้าย ล่าสุดมอบตัวแล้ว
09.20 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เจ้าหน้าที่จนต้องวิ่งหนีอลหม่าน ที่เกิดเหตุภายในห้องทำงานสัสดีจังหวัด พบร่าง ชายไทย อายุ 59 ปี สัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ชายไทย อายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยืนรอมอบตัวกับตำรวจพร้อมอาวุธปืนในที่เกิดเหตุ
ชนวนเหตุเบื้องต้นเกิดจากผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจผู้บังคับบัญชาที่ออกคำสั่งย้ายตนเองไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานสัสดีอำเภอกมลาไสย จึงเข้ามาเจรจาแต่เกิดปากเสียงรุนแรงจนบันดาลโทสะชักอาวุธปืนรัวยิงจนเสียชีวิต
ล่าสุด นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ พร้อม ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว โดยตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเครียดที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> หนุ่มกัมพูชา ดำน้ำกู้ลอบดักปลาเลี้ยงครอบครัว จมหาย 2 วัน สุดท้าย ร่างลอยกลางทะเลเกาะล้าน คาดใช้อุปกรณ์ไม่ครบมาตรฐาน อากาศหมดถัง จ.ชลบุรี
09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งพบศพลอยน้ำกลางทะเล บริเวณตรงข้ามหาดเทียน เกาะล้าน ห่างจากชายฝั่งประมาณครึ่งไมล์ทะเล หมู่ 7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้ชาย 1 ราย ลอยอยู่กลางทะเล ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักประดาน้ำออกค้นหามาตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ทราบชื่อคือ ผู้ชาย ชาวกัมพูชา อายุ 37 ปี ซึ่งสูญหายหลังลงดำน้ำกู้ลอบดักปลาในทะเลลึกประมาณ 8-10 เมตร บริเวณหัวแหลมด้านทิศใต้ของเกาะล้าน ห่างจากหาดเทียนประมาณ 500 เมตร
จากการตรวจสอบสภาพศพ พบผู้เสียชีวิตสวมชุดดำน้ำสคูบาสีดำหรือชุด BCD ติดตั้งถังอากาศและสายเร็กกูเลเตอร์สำหรับหายใจใต้น้ำเพียง 1 เส้น แต่ไม่มีสายปรับแรงดันและมาตรวัดปริมาณอากาศในถัง ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการดำน้ำลึก นอกจากนี้ ยังพบว่าถังอากาศถูกใช้งานจนหมดเกลี้ยง และผู้เสียชีวิตสวมตะกั่วถ่วงน้ำหนักจำนวน 10 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 6-8 กิโลกรัม
ภรรยาของผู้เสียชีวิต ให้การยืนยันว่าศพดังกล่าวคือ สามีของตน โดยผู้ตายมีอาชีพขับเรือสปีดโบ๊ตในพื้นที่เกาะล้าน ก่อนเกิดเหตุได้บอกกับครอบครัวว่าจะออกไปดำน้ำหาปลาเพื่อนำมาประกอบอาหารและขายให้ร้านอาหารทะเล โดยทั้งคู่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 15 มิถุนายน ก่อนจะขาดการติดต่อและมาพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้าน พ.ต.ต.ชยพล อยู่รอด สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตขาดอากาศหายใจและจมน้ำเสียชีวิต จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำ พบว่าอุปกรณ์ดำน้ำที่ใช้งานไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยติดตั้งเพียงสายเร็กกูเลเตอร์สำหรับหายใจใต้น้ำ แต่ไม่มีมาตรวัดปริมาณอากาศและอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน
คาดว่าระหว่างลงดำน้ำกู้ลอบดักปลา อากาศในถังได้หมดลง ผู้ตายพยายามลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่เนื่องจากไม่มีระบบช่วยควบคุมการลอยตัว ประกอบกับมีตะกั่วถ่วงน้ำหนักจำนวนมาก จึงไม่สามารถขึ้นสู่ผิวน้ำได้ทันและจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> รองผู้ว่าฯ ปัตตานี รุดเยี่ยมเจ้าหน้าที่ อส. บาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด โดยมี 1 นายได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
11.00 น. ที่โรงพยาบาลปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รุดเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ อส.ชคต. ที่ได้รับบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ขณะนำผู้ป่วยยาเสพติดส่ง รพ.ปะนาเระ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
โดยเกิดเหตุบนถนนในหมู่บ้าน ริมถนนพบรถจักรยานยนต์ จำนวน1 คันจอดอยู่ ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ อส. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระ ทราบชื่อคือ 1. นายอิลยัส อายุ 41 ปี และ 2. นายมะลีกี อายุ 33 ปี โดยล่าสุด นายอิลยัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย อส. ผู้เสียสละ หลังถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ปะนาเระ ซึ่งจะยังคงอยู่ในความทรงจำของเพื่อนร่วมงานและประชาชนตลอดไป
>> สั่งย้าย ผอ.รพ.สต. ในสกลนคร ปมถือเบียร์ขณะเจาะเลือดคนไข้
11.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรายหนึ่ง นั่งถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่เจาะเลือดและวัดความดันหญิงชราวัย 83 ปี ในพื้นที่อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์
นายกิจธนะ ธรากิตติรัฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เผย ทางผู้บริหาร อบจ.สกลนคร ได้รับทราบเรื่องและมีคำสั่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
โดยในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข และประธานเครือข่าย รพ.สต. ในพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ ผอ.รพ.สต. รายดังกล่าว ไปช่วยราชการที่หน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการบริการประชาชน จากการพิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องดูแลประชาชน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามระเบียบวินัยของทางราชการต่อไป คาดว่าน่าจะไม่เกิน 30 วัน ส่วนกรณีภาพที่ปรากฏ ยืนยันว่ามีความเป็นไปได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.4 ที่ประเทศเมียนมา
11.16 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 387 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยประชาราษฎร์ สาย1 ซอย 10 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
11.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาราษฎร์ สาย 1 ซอย10 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้าน เพลิงลุกไหม้รถจักรยานยนต์เสียหายหมดทั้งคัน ลุมลามเสื้อผ้า และโต๊ะเก็บเอกสาร พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 36 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายดินบริเวณหน้าบ้าน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ
>> บุกรวบตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับจีน ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มลวงลงทุนออนไลน์ข้ามชาติ หนีคดีกบดานเชียงใหม่
11.39 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมตัว กก.4 บก.ป. นายฮอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี สัญชาติจีน โดยควบคุมตัว ตามหนังสืออนุมัติเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผู้ต้องหาตามหมายจับที่สำนักความมั่นคงสาธารณะอำเภอไท่หู มณฑลอันฮุย ประเทศจีน ต้องการตัวและประสานหมายจับมายังทางการไทย โดยควบคุมตัวได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
สำหรับผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มลวงลงทุนออนไลน์ อาชญากรข้ามชาติ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ออกหมายจับในคดี “จัดตั้งและเป็นผู้นำกิจกรรมแชร์ลูกโซ่” ข้อมูลทางคดี บริษัทดังกล่าวได้สร้างแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์เพื่อหลอกลวงชักชวนให้ประชาชนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก และเน้นการสร้างรายได้จากการหาสมาชิกเครือข่ายย่อยเพิ่มเติม โดยโครงสร้างขององค์กรอาชญากรรมนี้มีการแบ่งลำดับขั้นการบริหารออกเป็น 3 ระดับชั้น และมีผู้เข้าร่วมวงแชร์ลูกโซ่นี้รวมกว่า 30 คน
โดย กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามได้ควบคุมตัว นายโฮ่ว นำตัวส่ง ตม.จ.เชียงใหม่ กักตัวไว้เพื่อรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตามขั้นตอนต่อไป
>> หนุ่มกาฬสินธุ์ เพิ่งจากบ้านมาทำงานได้เดือนเศษ ถูกไฟดูดเสียชีวิตคาไซด์งาน
13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง ตรวจสอบเหตุ พบผู้เสียชีวิต ภายในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาชาว จังหวัดกาฬสินธุ์ นอนอยู่ใกล้กับโคนเสาไฟฟ้า บนที่ดินที่กำลังถากถางของเอกชนแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้น สภาพร่างไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด พบเพียงรอยไหม้ที่นิ้วชี้ข้างซ้ายที่เกิดจากการถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพที่เกิดเหตุและสภาพศพของผู้ตาย จากนั้นมอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งไปชันสูจน์ยังนิติเวชรามาฯ อีกครั้ง
ทางด้าน หัวหน้าคนงาน บอกว่า วันนี้ตนเองรวมถึงผู้ตายและคนงานรวมทั้งหมด 3 คน มาทำหน้าที่ถากถางที่ดินรกล้างของเจ้านายแปลงนี้ เพื่อปรับปรุงพื้นที่เตรียมใช้งาน ขณะที่รถแบ็คโฮ กำลังปรับพื้นที่ พบว่ามีสายไฟฟ้าตกอยู่ที่พื้น จึงใช้คีมตัดสายไฟเพื่อปีนขึ้นไปต่อใหม่ให้สายดึง โดยผู้ตายรับอาสาขึ้นไปต่อสายด้านบนเสาให้ โดยใช้บุ๊งกี้ (มือตัก) ของรถแบ็คโฮ ในการยกตัวของผู้ตายขึ้นยอดเสา ระหว่างที่ผุ้ตายกำลังตัดต่อสายไฟฟ้าใหม่ตนเองได้ยินเสียงร้อง จึงให้คนขับรถแบ็คโฮ รีบหย่อยบุ๊กกี้ลงทันที และพบร่างหมดสติแล้ว จึงช่วยกันปั้มหัวใจและรีบโทรแจ้งกู้ชีพมาช่วยแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอไว้ได้
>> นายกฯ หนุนเอกชนไทย ขยายโอกาสการค้ารัสเซีย-ยูเรเซีย ด้านเอกชน ชื่นชมการทูตไม่เลือกข้าง มาถูกทาง สร้างโอกาสทางธุรกิจ
13.00 น. ในการหารือระหว่างอาหารกลางวัน (working lunch) ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบผู้บริหารภาคเอกชนไทยในรัสเซีย จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัทดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเกษตร อาหารสัตว์ และการผลิตอาหาร และบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการกีฬาและเสื้อผ้ากีฬา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังข้อเสนอแนะ และหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัสเซีย
นายกฯ ขอบคุณภาคเอกชนไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการแสวงหาโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการขยายตลาดในภูมิภาคที่มีศักยภาพ
ยืนยัน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัสเซีย รวมถึงการผลักดันความร่วมมือกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนไทย พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการไทยใช้ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกในการแสวงหาโอกาสใหม่ สร้างพันธมิตรใหม่ในห่วงโซ่อุปทาน และขยายบทบาทของไทยในตลาดที่มีศักยภาพ โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างตรงจุดและตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น พร้อมขอบคุณภาคธุรกิจไทยในรัสเซียที่มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจต่อไป
ในส่วนของภาคเอกชน ได้ขอบคุณรัฐบาลที่ใช้การทูตแบบไม่เลือกข้าง ทำให้เอกชนไทยได้ใช้โอกาสจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในขณะนี้ แม้จะมีอุปสรรคในการทำธุรกรรมการเงินอยู่ แต่หากพิจารณาโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนที่จะเกิดขึ้นกับเอกชนไทยนับว่าใหญ่มาก เพราะนอกจากเป็นตลาดที่มีประชากรประมาณ 150 ล้านคนแล้ว ยังเป็นประตูสู่ประเทศแถบยูเรเซีย จึงขอฝากให้รัฐบาลเดินหน้าเรื่องการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai-EAEU FTA)
>> โฆษก ทบ. แจงเหตุเจ้าหน้าที่สัสดีใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
13.37 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.10 น. กองทัพบกได้รับรายงานเบื้องต้นกรณีเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่เสมียนสัสดีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้อาวุธปืนพกยิงสัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ เสียชีวิตภายในห้องปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้มีการดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย
กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และจะสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
>> รวบ 3 คนร้ายยิงหนุ่มขี่ จยย. ดับ หลังหนีกบดานชายแดนสระแก้ว สารภาพหวังดักปล้นยาเสพติด
14.00 น. พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ท.รัชกร เหลืองทองคำ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว นำกำลังชุดสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่พักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังได้รับการประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่
เบื้องต้น พบรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ จอดอยู่บริเวณหน้าห้องพักภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งใน ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จึงเข้าตรวจสอบและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย ก่อนนำตัวเข้าสอบสวน
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. วันที่ 17 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แยกบ้านโคกประเดียก หมู่ 3 ต.ละเวี้ย อ.ประโคนชัย พบ นายพิชิต อายุ 40 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน มีบาดแผลถูกยิงบริเวณหน้าอกและต้นแขนขวา ใกล้กันพบรถ จยย. ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ ส่วนคนร้ายขับรถเก๋งหลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พวกตนขับรถเก๋งออกมาจากบ้าน แล้วพบผู้เสียชีวิตขี่รถ จยย. มาจากบริเวณที่มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกัน จึงเชื่อว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมียาเสพติดติดตัว จึงขับรถติดตามไปและพยายามชิงทรัพย์สิน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงจนถึงแก่ความตาย จากนั้นได้หยิบกระเป๋าของผู้ตายและหลบหนีออกจากพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุ ได้นำอาวุธปืนและทรัพย์สินบางส่วนไปทิ้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนขับรถหลบหนีมายัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมหลบหนีไปกัมพูชา แต่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้เสียก่อน หลังจากนี้จะได้ประสานตำรวจ สภ.ประโคนชัย มารับตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถกระบะสองแถว เช่าเหมาพากลุ่มผู้สูงอายุกลับจากงานศพ ลื่นน้ำฝนโค้งหักศอก เสียหลักคว่ำลงคูน้ำข้างทาง บาดเจ็บ 18 คน และเสียชีวิต 1 ราย จ.พัทลุง
14.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุรถสองแถวพลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำข้างทาง บริเวณโค้งหักศอก บ้านต้นโดน หมู่ 4 ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โดยสารสองแถว สีแดง ป้ายทะเบียน พัทลุง ลักษณะพลิกตะแคงข้างอยู่ในคูน้ำข้างทาง จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย ถูกลำเลียงขึ้นมาส่งรักษาตัวที่ รพ.พัทลุง และ รพ.เขาชัยสน โดยในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 6 รายอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยผู้โดยสารทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุในกลุ่มร่วมใจรักสามัคคี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 70 ปี รวมได้รับบาดเจ็บ 18 ราย เสียชีวิต 1 ราย
คนขับรถสองแถว ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า ตนพร้อมด้วยคณะกลุ่มร่วมใจรักสามัคคี ได้เดินทางกลับจากงานศพในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นโค้งหักศอก ประกอบกับก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาทำให้ถนนเปียกลื่น รถจึงเสียหลักพุ่งตกลงไปในคูน้ำข้างทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนดำเนินการต่อไป
>> จ.บุรีรัมย์ เหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน ถนนภักดีบริรักษ์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
15.19 น. มีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน บริเวณหน้าฟิตเนส ถนนภักดีบริรักษ์ หลังตลาดสระหญ้าม้า เขตเทศบาลเมืองนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ จนท.ตำรวจ กู้ภัยสยาม กู้ชีพโรงพยาบาลนางรอง เร่งตรวจสอบช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุ พบร่างของหญิง อายุ 37 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บอีกราย เป็นหญิง อายุ 58 ปี ทราบว่าเป็นแม่ของผู้เสียชีวิต ถูกยิงที่ไหล่ขวา
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ เป็นตำรวจ ยศ ร.ต.อ. ซึ่งหลังเกิดเหตุได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่ถูกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง สำหรับมูลเหตุจูงใจของเหตุการณ์ทำร้ายกันดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด
>> รถจักรยานยนต์ ชนท้ายสองแถวล้ม หนุ่มคนซ้อนกระเด็นตก รถพ่วงตามหลังมาทับซ้ำ เสียชีวิตกลางถนนสุขุมวิท
18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถโดยสารสองแถว แล้วรถบรรทุกตามหลังมาทับ มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าปากน้ำ ในพื้นที่ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ลักษณะชนกับท้ายรถ 6 ล้อโดยสารสองแถว สีน้ำเงิน ใกล้กัพบผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลที่ใบหน้าและถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่คนซ้อนอีกราย เป็นชายไทย อายุ 22 ปี นอนเสียชีวิต มีบาดแผลที่ศีรษะจากการถูกรถบรรทุกทับ ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว จอดอยู่ริมทาง ตรวจสอบบริเวณบังโคลนล้อและยางพ่วงฝั่งซ้าย พบร่องรอยการเบียดชนและคราบเลือดติดอยู่
คนขับรถ 6 ล้อสองแถว เล่าว่า ตนขับรถมาในเลนกลางตามปกติ ขณะนั้นการจราจรค่อนข้างติดขัด ทำให้รถคันอื่นๆ รวมถึงรถตนค่อยๆ ไหลตามกันไป ระหว่างนั้นรถเก๋งคันข้างหน้าได้เบรก ตนจึงชะลอรถตาม จากนั้นไม่นานมีเสียงดังตุบที่ท้ายรถ
ตอนนั้นในรถไม่มีผู้โดยสาร ตอนแรกตนเห็นผู้บาดเจ็บขับรถตามหลังตนมา เหมือนตั้งใจจะเปลี่ยนเลนออกขวา แต่มีรถบรรทุกขับตรงมา จึงน่าจะเปลี่ยนใจไม่เปลี่ยนเลนและจะขับตรงต่อ จังหวะนั้นเป็นช่วงที่รถตนเบรกชะลอตัวพอดี ทำให้รถจักรยานยนต์เบรกไม่ทันและพุ่งชนท้ายรถตนเข้าอย่างจัง
ด้าน คนขับรถบรรทุก เล่าว่า จักรยานยนต์ได้ขับชนท้ายรถสองแถวแล้วล้มลงมา ขณะนั้นรถตนซึ่งเป็นรถใหญ่กำลังไหลตามมาอย่างช้าๆ จึงไม่ทันตั้งตัว โดยตนไม่เห็นเหตุการณ์ตอนที่เขาล้มและไม่รู้เลยว่าเขาล้มท่าไหน เนื่องจากมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย จนมีคนมาบอกว่ารถตนไปเหยียบคน จึงได้จอดทันที ตนยังไม่ทราบเลยว่าไปเหยียบตอนไหน ยืนยันว่าไม่ได้ขับชนหรือขับเฉี่ยวคู่กรณีอย่างแน่นอน
>> ดอดมอบตัว หนุ่มใช้มีดพยายามชิงทรัพย์ร้านค้า สารภาพ ติดหนี้พนันบอลโลก
18.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.ปรณัฐ ลอยใหม่ สว.สส.ฯ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ร่วมกันจับกุม นายโอม (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ข้อกล่าวหา “พยายามชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยปิดบังใบหน้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม" ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีโดยจับกุมได้เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกัน
ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพยายามลักทรัพย์ จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ผู้แจ้ง แจ้งว่าช่วงเวลาประมาณ 20:28 น. ของ วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้แจ้งซึ่งเปิดร้านขายของชำถูกชายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ สวมหมวกนิรภัยเต็มใบสีดำ สวมใส่ชุดฟุตบอล ใช้รถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่ทราบป้ายทะเบียน ใช้ถุงพลาสติกคลุมป้ายทะเบียน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เบื้องต้นยังไม่ได้ทรัพย์สิน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ทำการตรวจสอบ
หลังได้รับแจ้ง ฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุได้หลบไปยังเขตพื้นที่ลำหิน จึงได้สืบสวนติดตามโดยไม่ลดละ และทราบชื่อคือ นายโอม (นามสมมติ) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทำรายงานสืบสวนและมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อออกหมายจับ จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามเรื่อยมา แต่ไม่พบตัวนายโอม จึงได้กดดันทางญาติของนายโอมให้พามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้นายโอม ได้เดินทางมามอบตัวพร้อมของกลางในการก่อเหตุ ที่ สน.นิมิตรใหม่ ซึ่งจากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การว่า ตนก่อเหตุจริง และเพิ่งกระทำผิดครั้งแรก สาเหตุเนื่องจากไม่มีเงิน ติดหนี้การพนันบอลโลก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้นำหมายมาแสดงให้นายโอมรับทราบ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการต่อไป
>> คุณตาเศร้าใจ กลับจากงานศพพี่สาว พบบ้านโดยไฟไหม้ เสียหายวอดเกือบทั้งหลัง มูลค่าสูญกว่า 5 ล้าน ตร.เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง จ.พระนครศรีอยุธยา
22.00 น. พ.ต.ท.กัมพล อินทีวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนวัดคานหาม หมู่ 4 อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยชั้นบนเป็นบ้านทรงไทย เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ บ้านถูกไฟไหม้เสียหาย และลุกลามบ้านใกล้เคียง ได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง
ด้าน ชายไทย อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า คนในครอบครัวเพิ่งเดินทางกลับจากงานศพพี่สาวที่วัดคานหาม โดยขณะเกิดเหตุไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากตนไปพักอยู่ที่หอพักใกล้เคียง ระหว่างกำลังรับประทานอาหารอยู่ที่หอพัก ได้รับแจ้งจากญาติว่าเกิดไฟไหม้บ้าน
ขณะเดียวกัน น้องสาวเจ้าของบ้าน ซึ่งกำลังเตรียมของสำหรับงานศพในวันรุ่งขึ้น ได้สังเกตเห็นแสงเพลิงลุกออกมาจากบริเวณห้องพระชั้นบนของบ้าน จึงรีบแจ้งคนในครอบครัวและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เมื่อเดินทางมาถึง ตนพบว่าเพลิงได้ลุกลามเผาบ้านเกือบทั้งหลังแล้ว ไม่สามารถขนทรัพย์สินออกมาได้ทัน
ภายในบ้านมีเครื่องใช้ เสื้อผ้า ที่นอน รวมถึงห้องพระและพระพุทธรูปจำนวนมาก ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท และคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
04.15 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 58 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดตาก
04.32 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน