วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 05:33 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569
>> หนุ่มป่วยจิตเวช ปีนเข้าบ้านอดีตนายจ้าง ตัดสายไฟเผา สุดท้ายตัวเองสำลักควันหมดสติหวิดดับ จ.นนทบุรี
07.45 น. หน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งมีไฟไหม้บ้านและมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยศรีอุดมทรัพย์ ถนนติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จึงเร่งเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าหน้าที่พบกลุ่มควันเกิดขึ้นบริเวณด้านหลังของตัวบ้านซึ่งเป็นห้องครัว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงลากสายฉีดน้ำเข้าไปพร้อมสกัดเพลิง โดยพบว่าต้นเพลิงอยู่ภายในห้องน้ำชั้นล่าง จนกระทั่งเพลิงสงบลง
พบว่าต้นเพลิงดังกล่าว เกิดจากการเผาสายไฟและพัดลม ขณะเดียวกันข้างห้องน้ำเจ้าหน้าที่ยังพบชาย 1 คน นอนคว่ำหน้า ใช้จมูกหายใจผ่านช่องแผ่นไม้ แต่อยู่ในสภาพหมดสติ จึงรีบนำตัวออกมาด้านนอกพร้อมประสานกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลกรมชลประทาน โดยทราบต่อมา คือ นายกอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 40-45 ปี ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดของบ้านตรงข้ามที่เกิดเหตุบันทึกภาพได้เวลา 05.30 น.พบนายกอ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุก่อนจะลุกเดินหายไปบริเวณข้างบ้าน
ทางด้าน หญิงไทย อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า เขา (นายกอ) เป็นคนเร่ร่อน ตนเอามาทำงาน แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับตนแล้ว เขามีแฟนเขาก็ออกไป เขาป่วยเป็นจิตเวชรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีธัญญา 2 ครั้งและล่าสุดพึ่งออกมา ตนไม่รู้ว่าเขาเข้ามาที่บ้านตอนไหน เพราะตนไม่ได้อยู่บ้าน เขาน่าจะปีนเข้ามา มีเพื่อนบ้านมาบอกว่าไฟไหม้บ้านจึงได้ออกมาดู ซึ่งบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่อาศัยนานแล้วจะใช้เป็นที่เก็บของประเภทเสื้อผ้ามือ 2 รอการคัดแยกเพื่อนำไปขาย
หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พร้อมเจ้าของบ้านได้ตรวจสอบบริเวณชั้นล่าง พบว่าถูกนายกอ ใช้มีดตัดสายไฟออกทั้งหมดก่อนนำไปเผา
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมสอบปากคำเจ้าของบ้านไว้ โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นปีนเข้าทางหน้าต่างข้างบ้านเพื่อเข้าไปทำการลักตัดสายไฟและเผาเพื่อเอาทองแดงไปขาย แต่ระหว่างนั้นกลุ่มควันจำนวนมากผู้ก่อเหตุจึงเกิดอาการสำลักควันจนหมดสติไป แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการควบคุมตัวเพื่อนำมาสอบปากคำรวมถึงให้แพทย์ตรวจสอบว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริงหรือไม่อีกครั้ง
>> รวบ สองผัวเมีย เปิดเพจรับสร้างบ้านทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินแล้วทิ้งงาน
10.41 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 2 ราย คือ ผู้ชายไทย และ ผู้หญิงไทย โดยจับกุมได้ บริเวณ องค์การตลาด ซ.สวนผัก 4 เขตตลิ่งชัน กทม. แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
คดีนี้สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมาก ได้รวมตัวเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน บก.ป. ว่าถูกผู้ต้องหาทั้งสองรายซึ่งเป็นสามีภรรยากัน หลอกลวงรับเหมาก่อสร้างและต่อเติมบ้าน โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดที่เป็นรูปแบบเดียวกัน คือ สร้างโปรไฟล์หรู ดึงดูดด้วยของถูก โพสต์ภาพผลงานการสร้างบ้านที่แอบอ้างว่าเป็นของตนเอง พร้อมโฆษณาว่ารับเหมาในราคาถูก เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อทักไปสอบถามและนัดหมายประเมินราคา ก็จะมีการจัดฉากเริ่มงาน ก่อนเชิดเงินหนี หรือเมื่อเหยื่อโอนเงินค่าจ้างงวดแรก ผู้ต้องหาจะนำคนงาน 2-3 คน เข้าไปทุบรื้อ หรือลงเสาเข็มเพียงเล็กน้อย เพื่อตบตาให้เห็นว่ามีการเริ่มงานและขอเบิกเงินงวดต่อไป จากนั้นก็จะเริ่มทิ้งงาน และเมื่อมีผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและนำเรื่องราวไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มเฟซบุ๊ก ผู้ต้องหาก็จะนำข้อความดังกล่าวไปฟ้องร้องคดีอาญาในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตัวอย่างความเสียหายที่พบเบื้องต้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.9 ล้านบาท
หลังจากตำรวจ บก.ป. สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับ แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงให้การปฎิเสธ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย และควบคุมตัวส่งดำเนินคดี
>> ไล่ล่า “เกาจุ้น” มาเฟียจีน หัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ ที่ทางการจีนต้องการตัวมานาน
11.15 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ร่วมกันทำการตรวจสอบและดำเนินการกับ นายเกา อายุ 40 ปี สัญชาติ จีน ดำเนินการ “เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หลังเข้าควบคุมตัวได้ที่ โถงทางเดินบริเวณหน้าห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ได้ดำเนินการสืบสวนคดีที่แก๊งอาชญากรรมกลุ่มหนึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเป็นขบวนการลักลอบพาคนข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย หลังพบตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา เครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวมีการจัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย พร้อมจัดให้ชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางออกนอกประเทศไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่อย่างผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีการปลอมเอกสารอ้างเหตุอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้วีซ่าธุรกิจในการลักลอบผ่านแดน
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายในกลุ่มแก๊งอาชญากรรมดังกล่าว แต่ นายเกา หนึ่งในแกนนำสำคัญของขบวนการ หลบหนีจากประเทศจีนมากบดานที่ประเทศไทย ทางการจีนจึงส่งคำร้องขอให้ทางการไทยสืบสวนติดตามตัว กระทั่งสามารถติดตามตัวได้
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายเกา มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยกว่า 21 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดมีการแฝงตัวเข้าในในวีซ่านักท่องเที่ยว และหลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการเข้าชาร์จตัวนายเกา พร้อมได้นำหนังสือคำสั่งแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากนั้นได้ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตามกฎหมายต่อไป
>> ประมง จ.สมุทรสาคร แจ้งเตือนประชาชน เกษตรกร ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุด
11.48 น. นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครประสบปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ ซึ่งปลาชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครได้ดี ทำให้เจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๔ ห้ามเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ หากผู้ใดฝ่าฝืนทำการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา ๑๔๔ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประกอบกับในขณะนี้ กรมประมงอยู่ระหว่างดำเนินการควบคุมกำจัดมิให้ปลาชนิดนี้แพร่ขยายพันธุ์และเป็นการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และลดการสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง จึงขอประชาสัมพันธ์ห้ามมิให้เพาะเลี้ยงและนำปลาหมอคางดำไปปล่อยในแหล่งน้ำอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นดังกล่าวให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือสำนักงานประมงอำเภอในเขตท้องที่ทุกแห่ง และหากพบเห็นปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติขอความร่วมมือให้กำจัดออกจากแหล่งน้ำนั้นด้วย จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
>> หนุ่มเมาเดินออกจากร้านคาราโอเกะ เจอดักรุมทำร้าย เจ็บสาหัส
12.53 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายวัยรุ่นถูกฟันด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดปากซอยเรวดี 56 ถนนเรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งเดินทางไปตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา
ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ร.พ.พระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครนนทบุรี กำลังช่วยทำแผลปฐมพยาบาลให้คนเจ็บรายแรก ชาย อายุ 23 ปี ถูกมีดฟันเข้าที่ลำคอด้านซ้าย 1 แผล อาการสาหัส รายที่ 2 ชาย อายุ 21 ปี ถูกมีดฟันที่ศรีษะ 4 แผล ถูกแทงที่แผ่นหลัง 4 แผล ก่อนจะรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.พระนั่งเกล้า ให้แพทย์รักษา
ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนกับเพื่อนสองคนมานั่งดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะตั้งแต่ช่วง 3-4 ทุ่ม หลังดื่มจนเมาได้ชักชวนกันกลับบ้าน แต่พอเดินออกมาจากร้าน ก็ถูกทำร้าย ตนเมามากจำไม่ได้ว่าใครทำร้าย
ชาย อายุ 19 ปี พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะตนนั่งอยู่ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงได้เรียกเพื่อนออกมาดู เห็นคนนอนอยู่ได้เดินเข้าไปดูพบว่าถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น ขับรถ จยย.มา 2 คัน คันแรก ฮอนด้า สีเทา คันที่ 2 ฮอนด้า สีส้ม ซ้อนกันมาคันละ 3 คน รวม 6 คน กลุ่มคนก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปทางปากซอย เรวดี ด้านถนนติวานนท์ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บ มานั่งดื่มเหล้าที่ร้านคาราโอเกะ ในตลาดใหม่เรวดี อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่พบคนเจ็บ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ เป็นชาวไทยใหญ่ ประมาณ 5-6 คน ตามมารุมทำร้ายทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุทำร้ายครั้งนี้อยู่ระหว่างสอบสวน
>> นายกฯ สั่งปรับกฎหมายคนเข้าเมือง เร่งผลักดันผู้กระทำความผิดหลังพ้นโทษกลับประเทศต้นทาง
14.01 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการต่อที่ประชุมว่า แนวเรื่องการแก้กฎหมายควรกระทำความผิดส่งกลับประเทศให้ไวที่สุดตามที่เป็นที่รับทราบโดยทั่วไปว่ารัฐบาล ได้ดำเนินการปราบปรามคนต่างด้าวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอมินี การลักลอบประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และได้มีการแถลงข่าวการดำเนินการอยู่หลายครั้ง
ซึ่งในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า แม้ว่าจะมีการจับกุมแต่ดำเนินคดีไปแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในกระบวนการส่งตัวชาวต่างชาติที่กระทำความผิดกลับประเทศ หรือที่ใช้คำศัพท์ว่า Evocation และหลายกรณียังใช้ระยะเวลานานกว่าที่ผู้กระทำความผิดจะเดินทางกลับไปยังประเทศแม่ เมื่อได้รับการปล่อยตัว จึงทำให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังคงออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่อาจจะมีการกระทำความผิด
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาการปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมือง และระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กระบวนการส่งตัวคนต่างด้าวที่กระทำความผิดกลับประเทศ มีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
>> ตร.ทล. จอดช่วยรถเสียริมทาง จับพิรุธคนขับ พบต่างด้าวผิดกฎหมายซุกตู้ทึบ 33 ราย
15.17 น. ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบนถนนสายเอเชีย ก่อนพบรถบรรทุกจอดริมทางจึงเข้าให้ความช่วยเหลือ แต่สังเกตเห็นคนขับมีท่าทีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน พูดจาวกวน และแสดงท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้นรถ พบต่างด้าวผิดกฎหมายสัญชาติเมียนมา จำนวน 33 ราย ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้ทึบ โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางหรือเอกสารอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้
คนขับรับสารภาพ ถูกว่าจ้างให้ขนต่างด้าวผิดกฎหมายจากพื้นที่ จ.ราชบุรี ไปส่งยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้างตามจำนวนผู้โดยสาร แต่ระหว่างทางได้จอดพักรถ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุม
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้วก่อนหน้านี้ และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> ครม. เกาะติด "ซูเปอร์เอลนีโญ" นายกฯ สั่งรายงานแผนความมั่นคงน้ำ-เกษตร สัปดาห์หน้า
15.51 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ โดยที่ผ่านมาได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้ว
โดย แผน/มาตรการดังกล่าว จะครอบคลุมเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบนำแผนปฏิบัติการ / มาตรการที่ได้ดำเนินการ รวมถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อม มารายงานต่อที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความห่วงใยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และพายุฤดูร้อน จนส่งผลให้เกิดต้นไม้และกิ่งไม้หักโค่นในหลายพื้นที่
โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง ตัดแต่งต้นไม้ ตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งปลูกสร้าง และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันและแผนเผชิญเหตุให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
>> คนร้ายลอบวางระเบิดฐานลาดตระเวน ชป.จรยุทธ์ ร้อย.ปชด. อ.แว้ง ทหารบาดเจ็บ 1 นาย
17.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานเกิดเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณฐานลาดตระเวน ของ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ในพื้นที่หัวสะพาน บ้านไม้ฝาด–ตอออ ตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้พลทหาร นราพงษ์ หนูสงวน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีอาการแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลแว้งเพื่อเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่หน่วยได้ดำเนินการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรักษาสภาพพื้นที่ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อสืบสวนหาสาเหตุและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> สน.วังทองหลาง จับผู้ต้องหา หัวจ่ายกระจายยาเสพติด พร้อมของกลางคีตามีน แฮปปี้วอเตอร์ 24 ซอง
18.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง นำกำลังชุดป้องกันและปราบปราม สน.วังทองหลาง ร่วมกันจับกุมชาย ชาวลาว อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จำนวนมาก โดยจับกุมได้บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ภายในซอยลาดพร้าว 114 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อในซอยลาดพร้าว 114 ได้พบบุคคลต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ เดินถือกระเป๋าผ้าลักษณะมีน้ำหนักผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น
จากการตรวจค้นเบื้องต้นในกระเป๋าผ้าและขยายผลเข้าค้นห้องพักของผู้ต้องหา พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ทั้งในถุงคอลลาเจนและกล่องพลาสติก โดยสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย คีตามีน รวมกว่า 1,000 ถุง น้ำหนักประมาณ 856.4 กรัม, แฮปปี้วอเตอร์ จำนวน 24 ซอง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 1 คัน และอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติดอีกหลายรายการ
พฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ ถือเป็นหัวจ่ายรายสำคัญที่ทำหน้าที่กระจายยาเสพติดประเภทปาร์ตี้รัก ทั้งคีตามีนและแฮปปี้วอเตอร์ ให้กับกลุ่มนักเที่ยวและสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีการแพ็กใส่ซองเครื่องดื่มสำเร็จรูปและถุงอาหารเสริมเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการขนส่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 คีตามีน ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย เพื่อการค้า, มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 แฮปปี้วอเตอร์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลขุดรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติดนี้ต่อไป
>> เพลิงไหม้ภายในโรงเก็บไม้ ซอยพระราม 9 ซอย 59 ลุกลามรถจักรยานยนต์เสียหาย 1 คัน
19.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพระราม 9 ซอย 59 ถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว ประกอบกิจการ ประกอบและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เสียหายปั๊มลม กองไม้ เฟอร์นิเจอร์ และลุกลามรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปั๊มลม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> เซ่นรักขม 2 ศพชายง้อขอโอกาสคืนดี แต่ถูกฝ่ายปฏิเสธรัก ก่อนชักปืนยิงดับ แล้วลั่นไกใส่ตัวเองตาม จ.นครศรีธรรมราช
19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจสอบ เหตุบุคคลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบร่าง หญิง อายุ 36 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์หน่วยงานราชการ นอนหงายอยู่ข้างเตียงนอนมีบาดแผลถูกยิงเข้าราวนม 1 นัด ใกล้กันมีร่างชาย 1 ราย ทำงานเป็นลูกจ้างอำเภอนอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลกระสุนปืนยิงศีรษะ 1 นัด ปลายเท้ามีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ ส่วนบนเตียงนอนมีปืนลูกซองยางวางอยู่อีกกระบอก โดยมีครอบครัวและญาติๆต่างอยู่ในอาการตกใจร้องไห้
แม่ฝ่ายหญิง ระบุ ลูกสาวกับฝ่ายชายต่างคนต่างเคยมีครอบครัวกันมาแล้ว ก่อนจะมาอยู่กินกันที่บ้านหลังนี้ แต่มักมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง ทะเลาะจนต้องเลิกรากันแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกฝ่ายชายเข้ากราบขอโทษว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ขอโอกาสอีกครั้งจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปและลูกสาวยอมให้อภัย แต่ครั้งนี้มาเกิดเหตุการณ์นี้อีกลูกสาวไม่ยอมคืนดีด้วย คาดว่าเป็นชนวนเหตุขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่ไว้ว่าถ้าเลิกกันคงถึงตาย กระทั่งก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายซื้อสุรามาตั้งไว้หน้าบ้านแต่ยังไม่ทันดื่มก็มาเกิดเหตุดังขึ้นก่อน
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากหึงหวงซึ่งฝ่ายชายนั้นพยายามมาขอคืนดีกับฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันจนเกิดเหตุร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่งรพ. ก่อนให้ครอบครัวรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ไฟไหม้ห้องพัก บนอพาร์ทเม้นท์ ริมถนนศรีนครินทร์ ควันโขมงทั่วชั้น สาววัย 20 กำลังเป่าเค้กวันเกิด ต้องวิ่งหนีตาย จ.สมุทรปราการ
22.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ และดับเพลิงเทศบาลบางเมือง ระดมรถน้ำลุยระงับเหตุเพลิงไหม้อพาร์ทเม้นท์สูง 5 ชั้น ริมถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบต้นเพลิงลุกไหม้รุนแรงในห้องพักชั้น 2 เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ สภาพห้องเกิดเหตุวอดเสียหายทั้งห้อง
สอบถามเบื้องต้น ทราบว่า มีชาวบ้านชั้น 2 ได้ยินเสียงกระจกแตก นึกว่าคนทะเลาะกัน ที่ไหนได้ควันพุ่งท่วมตึกต้องวิ่งเท้าเปล่าหนีตาย ขณะที่สาวชั้น 3 เผย กำลังจัดปาร์ตี้เป่าเค้กฉลองวันเกิดครบ 20 ปีกับครอบครัว จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดขวดแตก ควันดำพวยพุ่งทั่วบริเวณจนต้องรีบวิ่งหนีลงมา
เบื้องต้น ตรวจสอบ ห้องต้นเพลิงไม่มีใครอยู่ คาดไฟฟ้าลัดวงจรเพราะห้องไม่ได้ใช้แก๊ส ไม่มีใครบาดเจ็บ มีเพียงสำลักควันเล็กน้อย ตำรวจกั้นพื้นที่รอ พฐ. เข้าตรวจหาสาเหตุต่อไป