วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 05:37 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569
>> อุบัติเหตุรับรุ่งอรุณ รถบัสรับส่งพนักงาน พุ่งเสยรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บหลายราย ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
06.55 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุ รถบัสรับส่งพนักงาน พุ่งชนรถหกล้อ รับ-ส่งนักเรียน ของโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ และโรงเรียนศรีมหาโพธิ บริเวณถนน 3079 ใกล้เคียงหน้าหน้าหมู่บ้านเดอะสปิง ม.8 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นเหตุให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ 17 ราย
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี รายงาน "สนง.ปภ.จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ออกรับผู้บาดเจ็บเหตุ ว.40 รถบัสรับส่งพนักงานบริษัทแคนนอน ชนกับรถ 6 ล้อรับส่งนักเรียน บริเวณหน้าหมู่บ้านเดอะสปิง ม.8 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี"
"การให้ความช่วยเหลือ อำเภอศรีมหาโพธิ อบต.ศรีมหาโพธิ ประสานโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ สถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ มูลนิธิฯ ส่งเจ้าหน้าที่ รถพยาบาล รถกู้ชีพกู้ภัย ทำการปฐมพยาบาลและนำผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 17 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รายละเอียดจะรายงานต่อไป"
>> แม่ยายสายโหด ฟันลูกเขยดับขณะนอนหลับ อ้างแค้นสะสม เวลาเมาทุบตีลูกสาว คนเป็นแม่ยอมติดคุกเพื่อให้ลูกพ้นทุกข์ จ.ยโสธร
08.10 น. พ.ต.ท.สมบัติ ชุมสวัสดิ์ รองผกก.สอบสวน สภ.เลิงนกทา ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต ในพื้นที่รับผิดชอบ จึงเดินทางลงพื้นที่ พร้อมด้วย พนักงานสอบสวนเวร และชุดสืบสวนร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ บ.บ้านโคกสูง ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร
เมื่อไปที่เกิดเหตุ พบร่างของ นายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างทางริมถนนทางเข้าหมู่บ้านโคกสูง ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียวไม่สวมเสื้อนอนจมกองเลือดอยู่โดยที่บริเวณศีรษะและท้ายทอยมีร่องรอยถูกของมีคมฟันจำนวนหลายแผล และมีเลือดไหลจำนวนมาก ส่วนคนก่อเหตุคือแม่ยายของผู้ตายนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพ เป็นหญิงไทย อายุ 48 ปี
สอบถาม คนก่อเหตุ เล่าว่า สาเหตุที่ลงมือเนื่องจากไม่พอใจที่ลูกเขย ลักเอารถจักรยานยนต์ของตนไปขาย ประกอบกับลูกเขยเวลามึนเมามักจะมีพฤติกรรมอาละวาด รวมทั้งทำร้ายร่างกายภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเอง อยู่เป็นประจำ ตนจึงมีความแค้นสะสมมานาน และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนกับลูกเขยมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันยิ่งทำให้ตนมีความโกรธแค้นมากขึ้น จากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันเข้านอน
จนกระทั่งเช้าตนเห็นลูกเขยยังนอนหลับอยู่บริเวณพื้นบ้านในลักษณะหันหลังให้ ตนมีความโกรธแค้นอยู่แล้วจึงคว้าเอามีดพร้าที่วางอยู่ในบ้าน ฟันที่ศีรษะของลูกเขยจำนวนหลายครั้ง จนลูกเขยกระเสือกกะสนวิ่งหนีตายออกจากบ้านไป ก่อนจะล้มลงที่ข้างทางห่างจากบ้านพักไปเล็กน้อยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุ พร้อมอาวุธมีดพร้าของกลางที่ใช้ก่อเหตุไปทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเลิงนกทาก่อนจะได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เหตุลักลอบเผาพื้นที่เก็บแผงโซลาร์เซลล์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหาย
08.56 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวนลักลอบเข้ามาทางด้านหลังสถานที่ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ของบริษัท แห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านท่าพง ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ก่อนก่อเหตุเผาพื้นที่เก็บแผงโซลาร์เซลล์ ได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 42 ได้เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ รวมถึง ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และสั่งการหน่วยกำลังในพื้นที่ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ จัดตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในเส้นทางสำคัญ รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียด
การก่อเหตุในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของโครงการ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านพลังงานสะอาด การลงทุน และ โอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับชุมชน การเลือกทำลายโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงมุ่งทำลายมากกว่าสร้าง โดยเลือกเป้าหมายที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและคุณภาพชีวิตของประชาชน หวังสร้างความหวาดกลัวและขัดขวางความก้าวหน้าของพื้นที่ มากกว่าการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
>> นายกฯ นำผู้บริหารมหาดไทยถวายความอาลัย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
09.00 น. ที่โถงมุข อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกอาลัยและความสำนึกในพระเมตตาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีและเด็กในสังคมไทย พระวิริยะอุตสาหะและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน เป็นที่ประจักษ์และสร้างคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง การลงนามถวายความอาลัยในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และการร่วมกันน้อมส่งเสด็จด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้งของบุคลากรกระทรวงมหาดไทยและพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
>> ตม.ชลบุรี ผนึกกำลัง ตรวจโครงการยักษ์เมืองพัทยา คลายข้อสงสัยทุนจีน ไม่พบแรงงานเถื่อน เจอจีน 10 รายไม่แจ้งที่พักอาศัยนำตัวเปรียบเทียบปรับ
10.00 น. พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา, ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมอาคาร สำนักช่างเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ พัทยาใต้ ม. 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีขนาดใหญ่และมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก จึงเกิดข้อกังวลว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนสีเทา
จากการตรวจสอบพบว่า โครงการก่อสร้างตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ มีแรงงานสัญชาติจีนในตำแหน่งช่างเทคนิค มากกว่า 20 คน และแรงงานสัญชาติเมียนมาประมาณ 150-200 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารการทำงานแล้วพบว่าทุกคนมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าวหรือการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย โดยแรงงานทั้งหมดมีเอกสารและใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่พบแรงงานสัญชาติจีนจำนวน 10 ราย ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก จึงถูกดำเนินการตามกฎหมายและเปรียบเทียบปรับรายละ 2,000 บาท
>> CIB ผนึก อย. ทลายโกดังยารักษาแมวเถื่อน ซุกกล่องสกินแคร์ตบตาเจ้าหน้าที่ ยึดของกลางกว่า 1 ล้านบาท
11.20 น. ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บุกทลายแหล่งเก็บและกระจายยารักษาสัตว์เถื่อนในพื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร หลังพบลักลอบนำเข้ายารักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (FIP) และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยอำพรางบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องสกินแคร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ตรวจยึดของกลางรวม 622 ชิ้น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
จากการตรวจค้น พบยาสัตว์และอาหารสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก ขณะที่เจ้าของสถานที่ให้การว่าได้รับว่าจ้างให้แพ็กและจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อออนไลน์มานานกว่า 2 ปี เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐานผลิต ขาย หรือนำเข้ายาโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โดย อย. และ CIB เตือนประชาชนให้ตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อยาให้สัตว์เลี้ยง และหลีกเลี่ยงการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพื่อป้องกันอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและความเสียหายต่อผู้บริโภค
>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซอยนวมินทร์ 42 เสียหายวอดทั้งคัน
11.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ภายในซอยนวมินทร์ 42 แยก 13 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถจักรยานไฟฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อ สีดำ รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่าน Food Delivery กระตุ้นการใช้จ่าย หนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ให้ขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม ผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามแนวคิด “ไทยช่วยไทย”
พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงในระยะยาว
>> สกนช. ปรับฐานะกองทุนน้ำมันฯ เพื่อให้สะท้อนข้อเท็จจริง หนี้คงค้างเหลือติดลบ 57,523 ล้านบาท
12.57 น. สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้จัดทำประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนน้ำมันฯ และเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ สกนช. เป็นประจำทุกสัปดาห์ สกนช. รายงานว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังการตรวจสอบข้อมูลปริมาณหนี้เงินชดเชยคงค้างจากผู้ค้าน้ำมัน ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 สกนช. พบว่า ข้อมูลจริงมีความคลาดเคลื่อนจากประมาณการเดิมค่อนข้างมาก จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสะท้อนข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น
จากการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าว ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 57,523 ล้านบาท โดยยอดเจ้าหนี้เงินชดเชยคงค้างที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าประมาณการเดิมประมาณ 7,002 ล้านบาท แบ่งเป็นเจ้าหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ลดลง 6,731 ล้านบาท และเจ้าหนี้เงินชดเชยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงลดลง 271 ล้านบาท
สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ติดลบ 58,498 ล้านบาท แบ่งเป็นประเภทน้ำมันติดลบ 19,647 ล้านบาท และประเภท LPG ติดลบ 38,851 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ตามข้อเสนอของ สกนช. เพื่อให้ข้อมูลสะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมมอบหมายให้ สกนช. ทบทวนและสอบทานประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ เป็นประจำทุกสิ้นเดือน เพื่อเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล
>> สกัดกั้นต่อเนื่อง จ.เชียงราย จับผู้ต้องหา 7 ราย ยึดยาเสพติดเพียบ
13.00 น. พล.ต.ต.มานพ แสนาทูล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย พร้อมด้วย ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมแถลงข่าวจับยาเสพติด 4 คดี ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. 2569 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 7 คน ยึดของกลางยาบ้า รวม 864,920 เม็ด ,ไอซ์ 540 กิโลกรัม และคีตามีน 533 กิโลกรัม อาทิคดีในพื้นที่ อ.เทิง เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.หลังจากเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนทางขึ้นลงภูชี้ฟ้า
พบนายสม (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ขับรถกระบะ ป้ายทะเบียน จ.เชียงใหม่ และมีรถอีก 2 คัน ขับลงมาจากภูเขาด้วย จึงเรียกตรวจจังหวะนั้นคนขับ กลับเลี้ยวกลับทางเดิมอย่างน่าสงสัย ลักษณะหลบเลี่ยง แต่ตำรวจควบคุมตัวคันนายสมเอาไว้ได้ ก่อนแบ่งกำลังติดตามรถคันอื่นที่หลบหนี จนรถเป้าหมายเฉี่ยวชน ด.ต.ศรนรินทร์ โยธา ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เทิง ได้รับบาดเจ็บและชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียหาย ก่อนเสียหลักพุ่งลงข้างทาง แต่คนขับหลบหนีไปได้ ท้ายกระบะพบไอซ์ 39 กระสอบน้ำหนัก 540 กิโลกรัม และคีตามีน 523 กิโลกรัม
สอบถามนายสม ก็ให้การรับสารภาพว่ามีรถในขบวน 3 คัน ตนขับรถนำ และคันที่ขนยาเสพติดมีนายชา (นามสมมุติ) และนายสา (นามสมมุติ) เป็นคนขับและนั่งโดยสาร อีกคันเป็นกระบะ ป้ายทะเบียน จ.ลำปาง เหมือนกันมีนายชอ (นามสมมุติ) เป็นคนขับ พากันไปรับของกลาง ลงจากพื้นที่ภูชี้ฟ้า เพื่อนำไปส่งที่ จ.พะเยา แต่ยังไม่รู้ว่าจะให้นำไปส่งไหน เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับผู้ที่หลบหนีทั้ง 3 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีทั้งหมด7ราย และยึดของกลาง ก่อนจะขยายผลต่อไป
>> ประชุมหารือ เร่งอุดช่องโหว่กฎหมายยาเสพติด ชงเพิ่มอำนาจบำบัดภาคบังคับ-ตรวจสารเสพติดทันที
13.16 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุมเรื่องประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายยาเสพติด โดยมีพลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนจากสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมประชุมด้วย
ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีข้อเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น ทั้งการนิยามคำว่า “จำหน่าย” เพื่อลดช่องว่างการตีความ การเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ตรวจสารเสพติดเมื่อมีเหตุเชื่อว่าอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน และการยกระดับระบบบำบัดรักษาให้มีงบประมาณ บุคลากร และสถานฟื้นฟูที่เพียงพอ
ที่ประชุมยังเสนอให้ศาลมีอำนาจสั่งบำบัดผู้เสพที่เป็นอันตรายต่อสังคม แม้ไม่สมัครใจ รวมถึงกำหนดมาตรการรองรับกรณีหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดซ้ำ ขณะเดียวกันมีการพิจารณาแนวทางจัดระเบียบบุหรี่ไฟฟ้าผ่านระบบภาษีสรรพสามิตและการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อควบคุมและคุ้มครองผู้บริโภค
ทั้งนี้ วันที่ 22 มิถุนายน จะมีการเชิญรัฐมนตรีระดับนโยบายและฝ่ายปฏิบัติเข้าหารือร่วมกัน เพื่อเดินหน้าปรับปรุงและยกร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ต่อไป
>> เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ซอยสมคิดปั้นจั่น เสียหาย เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ
14.20 น. ศูนย์วิทยุรวงทองได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณซอยสมคิดปั้นจั่น อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ชุดผจญเพลิง เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบบริเวณชั้นล่างของอาคารถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง พร้อมพนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป
>> พบร่างชายนิรนาม เกยหาดเตยงาม นาวิกโยธิน เร่งตรวจสอบถูกฆาตกรรมหรือไม่
15.00 น. พ.ต.ท.สินสมุทร บุญทัศนา สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความปลอดภัย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ว่าพบร่างผู้เสียชีวิตลอยมาเกยชายหาดเตยงาม บริเวณข้างเสาธง หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ หมู่ 1 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
หลังรับแจ้ง ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ นายทหารเวรหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ
ที่เกิดเหตุบริเวณชายหาด พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ไม่ทราบชื่อ อายุและสัญชาติ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ และกางเกงยีนส์ขาสั้น สภาพศพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ใบหน้าเหลือเพียงโครงกระดูก ไม่พบเอกสารแสดงตัวตนติดตัว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานไปยังศูนย์ PIPO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบข้อมูลบุคคลสูญหายและนักท่องเที่ยวที่อาจสูญหาย เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับลักษณะผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพมหานคร เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือถูกกระทำจนเสียชีวิตก่อนนำศพมาทิ้งในทะเลหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตมาสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> สาวใหญ่ ตกคอนโดเสียชีวิต ในเมืองนนทบุรี
15.30 น. พ.ต.ท.ชิตพงศ์ ช่างประดิษฐ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสามูลนิธิและแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างด้านข้างคอนโดพบศพ น.ส.ปอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ชาว จ.ปทุมธานี มีบัตรคนพิการประเภท 4 หรือความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม สภาพสวมเสื้อกีฬาสีแดง สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล นอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลขาทั้งสองข้างหักผิดรูป ตำรวจได้ขึ้นไปตรวจสอบชั้น 10 พบ รองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ของผู้ตาย ถอดวางอยู่ที่พื้นตรงหน้าต่างช่องลม บริเวณกระจกพบลายนิ้วมือคาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิต จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานส่งตรวจเปรียบเทียบ คนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง กล่าวว่า เคยเห็นผู้ตายครั้งสุดท้ายตอน 22.00 น.เมื่อคืนนี้ หน้าร้านลูกชิ้นและจะมายืนยิ้ม น่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช ตนเห็นเดินมาจากท่าน้ำนนทบุรี ทุกวัน เดินยิ้มมาทุกวัน
หลังแพทย์ชันสูตรเบื้องต้นได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทางพนักงานสอบสวนจะประสานแจ้งให้ญาติทราบต่อไป และจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีบุคคลอื่นทำให้ตกลงมาเสียชีวิต และจากการสอบถามทราบว่าผู้ตายไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่คอนโดนี้ แต่จะมาขอเงินชาวบ้าน เท่านั้น
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ (เวลากล้องวงจรปิดแต่ละตัวไม่ตรง) บันทึกภาพ ผู้ตายเดินเข้ามาที่คอนโดดังกล่าว เวลา 15.14 น.และเดินไปยืนรอหน้าประตูทางเข้าลิฟต์แต่เข้าไม่ได้ จนมีผู้พักในคอนโดเปิดประตูออกมา ผู้ตายได้เดินเข้าไปขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 10 แล้วเดินไปตามทางเดิน จนไปสุดหน้าระเบียงท้ายตึก ก่อนจะปีนออกไปนอนหน้าต่าง ใช้มือจับกับขอบหน้าต่างอยู่สักพัก จึงได้ร่วงลงมาเสียชีวิต
>> ผู้ว่าฯ สกลนคร เผยเร่งแก้ปัญหา นักเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าวทำร้ายครู พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย
15.33 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเด็กชายชั้นป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ไล่ทำร้ายครูและเพื่อนนักเรียน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวถึงแนวทางการจัดการปัญหาดังกล่าวว่า จังหวัดได้วางมาตรการเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ โดยด้านการรักษาเด็ก ได้ขอคำยืนยันจากผู้ปกครองเพื่อนำเด็กออกนอกพื้นที่ส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด ที่ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น เนื่องจากมีความพร้อมด้านจิตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็ก ด้านครอบครัว ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครอง นำพ่อของเด็กเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่บ้านพักใจ เพื่อตัดวงจรปัญหายาเสพติดและปรับสภาพแวดล้อมในครอบครัว
ด้านขวัญกำลังใจคุณครู เบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการ เห็นชอบให้ครูที่ได้รับผลกระทบ ไปช่วยราชการที่โรงเรียนในพื้นที่ภูมิลำเนาเดิมของคุณครู และหากมีตำแหน่งว่างในอนาคตจะพิจารณาให้บรรจุสอนประจำที่โรงเรียนดังกล่าวตามความเหมาะสม สำหรับนักเรียน ในโรงเรียนดังกล่าว เพื่อเป็นการลดผลกระทบทางจิตใจและสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มอบแนวทางให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่และผู้บริหารสถานศึกษา จัดกิจกรรมผ่อนคลายด้วยการพานักเรียนไปทัศนศึกษา เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กๆ ทุกคนในโรงเรียน โดยถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องดูแลทั้งเด็กและบุคลากรครูอย่างใกล้ชิด จังหวัดสกลนครยืนยันที่จะประสานทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และคุณครูที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความผาสุกของทุกภาคส่วนในสถานศึกษา
>> รวบหนุ่มแดนกิมจิ ฉ้อโกงเหยื่อ 56 ราย เสียหายกว่า 1,000 ล้านวอน
15.53 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุมชาย สัญชาติเกาหลี อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีได้ออกหมายจับและทางการเกาหลีใต้ได้ออกหมายสีแดงของตำรวจสากล ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ห้องสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ถ.สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
CIB โดย ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เปิดเผยพฤติการณ์คดีของผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้รายนี้ ซึ่งอาศัยความไว้วางใจในการหลอกลวงผู้เสียหายอย่างแยบยล โดยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ออกอุบายหลอกลวงคนรักและเพื่อนร่วมงาน อ้างว่าต้องการนำเงินไปชำระหนี้จากการลงทุนและใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอรับเงินสนับสนุนการแต่งงานจากครอบครัว จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้จำนวน 65 ล้านวอน
นอกจากนี้ยังได้หลอกลวงเพื่อนร่วมงานอีกราย โดยอ้างตนเป็นผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงเงินประกันเช่าบ้าน และหลอกให้โอนเงินจำนวน 50 ล้านวอน โดยอ้างว่าจะนำมาคืนให้เมื่อได้รับเงินจากบริษัทประกัน ภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน ผู้ต้องหารายนี้ได้ใช้วิธีการหลอกลวงในลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรวมทั้งสิ้น 56 ราย ผ่านการทำธุรกรรม 71 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 962,800,000 วอน คิดเป็นเงินไทยกว่า 20 ล้านบาท ก่อนจะลักลอบหลบหนีออกนอกประเทศ เข้ามาอาศัยกบดานอยู่ในประเทศไทย
ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน แลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวนกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย กระทั่งสืบสวนพบถิ่นที่อยู่ของผู้ต้องหา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมตัวได้ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไทย และประสานส่งตัวกลับไปดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงข้ามชาติตามหมายแดงที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
>> นครบาล เร่งรัดตามคดีพบศพหมกในลังพลาสติก ย่านดอนเมือง ล่าสุดแกะรอยคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว 1 ราย
16.20 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.วันชัย วงศ์วาณิชอนันต์ ผกก.สน.ดอนเมือง ร่วมประชุมติดตามคดีพบศพหมกในลังพลาสติก ย่านดอนเเมือง ในพื้นที่ สน.ดอนเมือง
จากกรณี ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง รอง สว. (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกแทงหมกศพในลังพลาสติกภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านดอนเมือง จึงรุดตรวจสอบพร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพลฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดเกิดเหตุอยู่ที่ชั้น 2 ภายในบ้านพบลังพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่ฝังอยู่ในกระบะดิน มีดินปิดลังไว้อีกชั้น เมื่อเปิดออกดูพบศพชาย ลักษณะถูกจับนั่งก้มหน้าตัวงอ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันยกศพออกมาจากลัง ตรวจสอบเป็นชาย อายุ 34 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกแทงที่กลางหน้าอก 1 แห่ง
จากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 3 คน ล่าสุดสามารถติดตามแกะรอยจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำได้แล้ว 1 คน และกำลังเร่งระดมกำลังไล่ล่าตัวผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 2 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน