วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 05:39 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2569
>> รัฐบาลเดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภค CIB–อย.–กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังทลายโรงงานลูกชิ้นเถื่อนยี่ห้อดัง ยึดของกลางกว่า 7 ล้านบาท
09.19 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างเข้มงวด ล่าสุด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงงานลักลอบผลิตอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลว่ามีการผลิตและจำหน่ายหมูยอ ลูกชิ้น และไส้กรอกโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนตรวจยึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย วัตถุดิบ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต รวม 18 รายการ กว่า 132,725 ชิ้น มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท โดยเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมปศุสัตว์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ในการปราบปรามแหล่งผลิตอาหารผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาหารแปรรูปที่ผลิตจากโรงงานไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีการควบคุมด้านสุขอนามัย อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้สินค้าจะมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูน่ารับประทานหรือจำหน่ายในราคาถูกก็ตาม
“รัฐบาลขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารจากแหล่งผลิตที่ได้รับอนุญาต มีเครื่องหมาย อย. และฉลากแสดงรายละเอียดครบถ้วน พร้อมตรวจสอบวันผลิต วันหมดอายุ และสภาพบรรจุภัณฑ์ก่อนบริโภคทุกครั้ง ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานปราบปรามผู้กระทำผิด ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว
>> ฉก.ทหารพราน 44 ลาดตระเวนเข้ม ชุด EOD เข้าทำลายวัตถุต้องสงสัย คาดหวังป่วนกิจกรรมกีฬาในพื้นที่
11.50 น. ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดกิจกรรมกีฬา บริเวณสนามฟุตบอล หมู่ที่ 1 บ้านข่าลิง ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณด้านนอกพื้นที่จัดงาน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบวัตถุลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิด จึงได้ปิดกั้นพื้นที่และดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ก่อนที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจะเข้าดำเนินการทำลายวัตถุดังกล่าวได้สำเร็จโดยไม่เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
การตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังภัยคุกคามในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการนำวัตถุดังกล่าวมาวางไว้ใกล้สถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะอาจมีเจตนามุ่งสร้างสถานการณ์ ก่อความตื่นตระหนก และพยายามบ่อนทำลายบรรยากาศของกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีของประชาชนในชุมชน อย่างไรก็ตาม ด้วยการลาดตระเวนเชิงรุก การเฝ้าตรวจอย่างเข้มงวด และการแจ้งเบาะแสอย่างทันท่วงทีของประชาชน ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์และขจัดภัยคุกคามได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถต่อไป
>> ป.ป.ส. เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดกลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา
11.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สืบเนื่องจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ศอ.ปส.ภ.5, ภ.จว.พะเยา, สภ.ดอกคำใต้, สภ.ปง สภ.ภูซาง, นบ.ยส.35 และฝ่ายปกครอง อ.ปง จ.พะเยา จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 196,000 เม็ด ซุกซ่อนภายในช่องลับท้ายกระบะ ได้ที่ อ.ปง จ.พะเยา และตรวจยึดทรัพย์สินอาทิเช่น รถยนต์ ที่ดิน อายัดเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออนุมัติหมายจับ น.ส.สุ เกี่ยวข้องเป็นน้องสาว น.ส.รอ (ผู้ต้องหาในคดีหลัก) ซึ่งเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด โดยทำหน้าที่ขับรถนำทางในการลำเลียงเสพติดในคดีดังกล่าว และบุคคลดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายตามโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญตามหมายจับ ประจำปี 2569 ด้วย
เจ้าหน้าได้สืบสวนต่อเนื่องจนกระทั่งวันที่ 13 มิถุนายน 2569 พบว่า น.ส.สุ มาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เชียงราย จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคี ดำเนินการจับกุม
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง มักจะซุกซ่อนยาเสพติดในยางอะไหล่ หรือตามช่องลับภายในรถยนต์ โดยใช้บุคคลภายในครอบครัวร่วมกันลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เมื่อเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเรียบร้อย จึงนำมาสู่การจับกุมเครือข่ายได้ในครั้งนี้
>> บุกรวบพรานป่า ยึดซากหมูป่า 41 กิโลฯ พร้อมปืนลูกซอง เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด
12.38 น. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้ายกระดับมาตรการเชิงรุกปราบปรามขบวนการล่าสัตว์ป่าอย่างเข้มงวด ล่าสุดชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติรามคำแหง (สบอ.14 ตาก) โชว์ผลงานจับกุมพรานป่าพร้อมอาวุธปืนและซากหมูป่าเพศเมียน้ำหนักกว่า 41 กิโลกรัม เร่งส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีขั้นสูงสุด ย้ำไม่มีข้อยกเว้น
นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) เปิดเผยว่า ภายใต้ข้อสั่งการที่เข้มงวดของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กำชับให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการออกตรวจลาดตระเวน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำไม้และล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์อย่างจริงจัง ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายวิชัย ท้าใจวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจออกปฏิบัติการเชิงรุก ลาดตระเวนเพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเวลาประมาณ 17.28 น. (13 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้ตรวจพบและเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 1 ราย บริเวณพื้นที่ "เขาตระโหนกวัว" ในเขตอุทยานแห่งชาติรามคำแหง (หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จ.สุโขทัย) จากการตรวจค้นตัวพบของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดและซากสัตว์ป่า ประกอบด้วย ซากหมูป่า (เพศเมีย) จำนวน 1 ซาก น้ำหนักรวม 41 กิโลกรัม อาวุธปืนลูกซองเดี่ยวยาว (ไม่มีหมายเลขทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 3 นัด และถุงย่ามผ้า จำนวน 1 ใบ
นายพนัชกร กล่าวเน้นย้ำว่า หลังจากนี้ สบอ.14 จะยกระดับการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ให้เข้มข้นขึ้นในทุกพื้นที่เสี่ยง และจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกเรื่องราว พร้อมรวบรวมหลักฐานและควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเก่า อำเภอเมือง จ.สุโขทัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างขั้นเด็ดขาด โดยแจ้งข้อหาหนักในความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> รัฐบาล จัดพิธีบรรพชา ในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน รัฐบาลจัดพิธีบรรพชาในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดมอบหมายให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท เข้าร่วมพิธี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
โครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คน ซึ่งจะเข้าศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป
>> รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง กลางถนนสายเดชอุดม - วารินชำราบ มีผู้บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย จ.อุบลราชธานี
15.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดชอุดม รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนสายเดชอุดม - วารินชำราบ บริเวณฝั่งตรงข้าม วัดป่าโมงใหญ่ ในพื้นที่ ต.ป่าโมง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้โดยสาร โตโยต้า สีขาว ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีดำ เขียว ตรวจสอบพบว่ามีเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 55 ปี (สามี) และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 49 ปี (ภรรยา) ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> รวบหญิงต่างชาติ ขนเฮโรอีน 16 กก. คาสนามบินภูเก็ต เตรียมลอบส่งออกนอกประเทศ
16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร สนามบินภูเก็ต ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุม หญิงสาว อายุ 32 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ พร้อมของกลางเฮโรอีน น้ำหนัก 16 กิโลกรัม
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณจุดส่งกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งผิดปกติภายในกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากสีน้ำเงินของผู้ต้องหา
จากการตรวจค้นอย่างละเอียด พบเฮโรอีนลักษณะเป็นผงสีขาวบรรจุในถุงพลาสติกใสและห่อหุ้มด้วยเทปสีดำ ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงอาหารสุนัขและอาหารแมวยี่ห้อต่างๆ รวม 7 ถุง น้ำหนักรวมพร้อมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 16 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังตรวจยึดโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดต่างประเทศไว้เป็นของกลาง
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่ที่ทำการศุลกากร อาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “พยายามนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะการอำพรางของกลางในรูปแบบต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
>> รวบ “บอย สายไหม” หลอกขายรีสอร์ททิพย์ ความเสียหายหลายล้านบาท
16.11 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมนายบอย ฉายา "บอย สายไหม" อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ฐาน “ โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” โดยจับกุมได้บริเวณบ้าน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ก่อนหน้านี้นายบอย ใช้วิธีการแอบอ้างตัวเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น เจ้าของรีสอร์ท อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดมิเนียม จากนั้นจะนำรูปภาพสถานที่จริงไปโพสต์ประกาศขาย หรือปล่อยเช่า ตามกลุ่มและสื่อออนไลน์ต่างๆ เมื่อมีผู้สนใจติดต่อเข้าไป จะใช้อุบายหลอกล่อให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าทำการโอนเงิน "ค่ามัดจำ" ล่วงหน้าเพื่อจองสิทธิ์ และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ คนร้ายก็จะตัดการติดต่อและเชิดเงินหนีไปทันที ซึ่งคาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพรายนี้และยังไม่ได้เข้าแจ้งความ
ต่อมาผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนายบอยพยายามหลบหนี โดยกระโดดจาก ชั้นที่ 2 ของบ้าน จึงเข้าไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ และได้ประสานรถฉุกเฉินเพื่อนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เมื่อเสร็จการรักษาจากโรงพยาบาลแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหา ส่งให้ พงส.สน.สายไหม เพื่อดำเนินคดีต่อไป
>> ชุดสืบสวน สตม.ตามจับหนุ่มตี๋ หนีหมายจับจากจีน คดีแลกเปลี่ยนเงินตรา 30 ล้านหยวน เตรียมส่งกลับไปดำเนินคดีประเทศจีน
16.26 น. สตม. เข้มปฎิบัติการ “ไม่ให้อยู่” ตามมาตรการ 3 ไม่ เพิกถอนวีซ่าชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย ล่าสุดหลังได้รับการประสานงานจาก สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ให้ไทยดำเนินการผลักดันส่งกลับ นายลี (นามสมมุติ) หนุ่มจีน บุคคลตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตผู่ถัว นครเซี่ยงไฮ้ ลง 24 ก.พ. 65 ในการกระทำความผิดฐาน ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่ปี 2562 โดยนายลี ร่วมมือกับผู้อื่น ในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับคนในประเทศโดยผิดกฎหมาย ยอดธุรกรรมรวมสูงถึง 30 ล้านหยวน (ประมาณ 150 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ผบก.สส.สตม. ได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (วีซ่า) ของผู้ต้องหารายดังกล่าว เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีนในความผิดฐานดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาแอบแฝงใช้วีซ่านักเรียนในการพำนักอยู่ในประเทศไทย และเข้าพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่จึงประสานความร่วมมือกับ ตม.จว.ระยอง เข้าตรวจสอบและควบคุมตัว ก่อนนำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
>> จ.ฉะเชิงเทรา รถกระบะ 2 คันชนกัน กลางแยกแปลงไผ่ บาดเจ็บสิบกว่าราย อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือนำส่ง รพ.
16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบอุบัติเหตุ บนถนนหมายเลข 3076 เส้นทางสนามชัยเขต - ท่าตะเกียบ บริเวณแยกแปลงไผ่ หมู่ 4 ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีเทา ทะเบียน ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย อาสาสมัครกู้ภัยพนม นำส่ง รพ.พนมสารคาม 5 ราย ที่เหลือส่ง รพ. สนามชัยเขต และ รพ.แปลงยาว สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
>> ตชด. ไล่สกัด "หนุ่มชัยภูมิ" ขับกระบะลักลอบขนยาบ้า 4 กระสอบ ไปส่งพื้นที่ภาคกลาง
16.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23 ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาชาย 1 ราย พร้อมยึดยาบ้า 1,241,000 เม็ด และ รถยนต์ 1 คัน ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจร้อยตชด.235 ได้รับการแจ้งเบาะแส ว่าจะมีกลุ่มขบวนลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเขต อ.ธาตุพนม ไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถกระบะในการลำเลียง
เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตุการณ์ จนพบยานพาหนะต้องสงสัย ป้ายทะเบียนสระแก้ว ลักษณะบรรทุกของหนักมาในรถ ขับผ่านมาในเขต อ.เรณูนคร จ.นครพนม จึงสะกดรอยตามแต่คนร้ายไหวตัว เร่งเครื่องยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ขดจับกุมจึงได้ไล่ติดตาม และจับกุมได้บริเวณ ริมถนนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม จากการตรวจค้นพบชาย 1 คน อายุ 40 ปี ชาวชัยภูมิ เป็นคนขับรถ และภายในรถพบยาบ้า 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 1,214,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย" นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร จ.นครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> บช.ตชด. สั่งให้ออกราชการไว้ก่อน “ส.ต.อ. ตชด. 21” ยิงหนุ่ม วิน จยย.รับจ้าง ย่านห้วยขวาง ดับ 1
17.12 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หรือ บช.ตชด. ออกหนังสือชี้แจงระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏกระแสข่าวและคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ กรณีเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่เขตดินแดง กทม. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ คือ สิบตำรวจเอก ในสังกัด กองกํากับการตํารวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) ขณะเกิดเหตุ อยู่ในระหว่างการลาพักผ่อนเพื่อทําธุระส่วนตัว
โดยในวันที่ 14 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 02.25 น. บริเวณด้านหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 สิบตำรวจเอก ดังกล่าว ได้มีเหตุกระทบกระทั่งกับจักรยานยนต์รับจ้าง และมีการใช้อาวุธปืนตามที่ปรากฏทางสื่อต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน สิบตำรวจเอก ดังกล่าวได้อยู่ในการควบคุมของพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และทาง กก.ตชด.21 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และเสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน
ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตํารวจจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส และเป็นไป ตามกระบวนการยุติธรรม หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม จะชี้แจงให้ทราบต่อไป
>> การรถไฟฯ เปิดเดินรถสายเหนือได้ตามปกติแล้ว หลังเคลียร์เหตุดินสไลด์บริเวณอุโมงค์ขุนตาน
17.18 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอรายงานความคืบหน้ากรณีฝนตกหนักในพื้นที่ระหว่างสถานีขุนตาน – สถานีแม่ตานน้อย จังหวัดลำพูน ส่งผลให้เกิดเหตุดินสไลด์บริเวณปากอุโมงค์ขุนตานด้านเหนือ จนเป็นเหตุให้ต้องประกาศปิดทางชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยในการเดินรถ
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธาเข้าพื้นที่ดำเนินการนำดินที่กีดขวางออกจากทางรถไฟและตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างเร่งด่วน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเคลียร์ดินและสิ่งกีดขวางออกจากทางรถไฟได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ตรวจสอบสภาพทาง โครงสร้างทางรถไฟ และความมั่นคงของพื้นที่ในช่วงระหว่างสถานีขุนตาน – สถานีแม่ตานน้อย โดยไม่พบอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินรถ ส่งผลให้การรถไฟฯ สามารถเปิดทางและกลับมาเดินรถในเส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติแล้ว
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ที่ประเทศเมียนมา
17.19 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่ามีเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 203 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยบรมราชชนนี 121 เสียหายวอดหมดทั้งคัน
18.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนพรรณพฤกษา ซอยบรมราชชนนี 121 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา
>> ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’
19.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ทรงกราบ จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งพิมานรัตยา แล้วทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ เมื่อครบ 4 จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ 1 รูป ที่ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระสัปตปฎลเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าพระโกศพระศพ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ในพื้นที่ประเทศเมียนมา จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน รับรู้แรงสั่นสะเทือน
03.07 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่ามีเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 62 กม. มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนต่อประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน