หน้าแรก > อาชญากรรม

เปิดปฏิบัติการ “ชำแหละอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ปูพรมตรวจค้น 5 จุดใหญ่ ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์ถือครองอสังหาฯ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 23:21 น.


เปิดปฏิบัติการ “ชำแหละอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ปูพรมตรวจค้น 5 จุดใหญ่ ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์ถือครองอสังหาฯ

กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 5 จุด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย  
1.Mr. HAO  (นายห่าว) สัญชาติจีน อายุ 35 ปี ข้อหา “เป็นนายจ้างไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบชื่อและสัญชาติของคนต่างด้าวและลักษณะงานที่ให้ทำภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่จ้าง” (นำส่ง พงส. สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

2.นางเทียมใจ สัญชาติลาว อายุ 43 ปี ข้อหา “คนต่างด้าวไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เข้าทำงาน (นำส่ง พงส.สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

3.MISS BE (นางบี) สัญชาติเมียนมา อายุ 33 ปี (จับกุมที่จุดตรวจค้นที่ 3) ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” (นำส่ง พงส.สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบความผิดปกติของเครือข่ายกลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ที่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมายในการประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย โดยการใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี เป็นหญิงไทยอายุเพียง 24 ปี (อายุในช่วงเกิดเหตุ) ปรากฏชื่อเป็นกรรมการและถือหุ้นแทนในนิติบุคคลหลายบริษัท เพื่อเข้าครอบครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และบ้านพักอาศัยหรูในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยมีกลุ่มบริษัทสำนักงานกฎหมายและบัญชีไทย คอยบริหารจัดการและจัดทำเอกสารอำพรางเพื่อสนับสนุนการกระทำความผิด  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังเปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกันทั้ง 5 จุด

โดยที่ จุดตรวจค้นที่ 1 และ 2 พบ Mr. Siming นายทุนจีนผู้ถือหุ้นและเป็นผู้ดูแลบ้าน ทำการตรวจยึดวัตถุคล้ายธนบัตรไทยกว่า 1.4 ล้านบาท พร้อมวัตถุคล้ายธนบัตรต่างประเทศอีก 8 สกุล และอุปกรณ์ดิจิทัลที่ใช้เชื่อมโยงสินทรัพย์จำนวนมาก

ต่อมาที่ จุดตรวจค้นที่ 3 พบแรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภท และสืบสวนขยายผลพบผู้เกี่ยวข้องซึ่งเข้าข่ายถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก 3 ราย

ขณะที่ จุดตรวจค้นที่ 4 ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย พบพนักงานฝ่ายบัญชีและกฎหมายรวม 21 คน กำลังปฏิบัติงาน จึงได้ตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมสอบปากคำขยายผลพยาน และ

จุดตรวจค้นที่ 5 สามารถจับกุมตัวการสำคัญคือ Mr.Hao พร้อมตรวจยึดเอกสารสัญญานอมินีซื้อขายที่ดิน และคีย์การ์ดคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล นำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นในส่วนคดีนอมินีและการถือครองกรรมสิทธิ์แทนคนต่างด้าว Mr. Hao  (ผู้ต้องหาหลัก) ให้การยอมรับสารภาพในข้อเท็จจริงว่า ตนเองเป็นผู้ลงทุนตั้งบริษัทผ่านสำนักงานกฎหมายจริง โดยใช้ชื่อ น.ส.นิด (นามสมมุติ) และนางคิด (นามสมมุติ) เป็นนอมินีถือหุ้นแทนเนื่องจากความไว้วางใจ เพื่อออกเงินซื้อบ้านหรูให้แก่กลุ่มเพื่อนชาวจีน โดยตนเองจะได้รับค่านายหน้าจากการขายบ้านประมาณ 1.5–2.5% สำหรับข้อหาตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม