วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 15:15 น.
ตร.ไซเบอร์ สกัดรถปล่อยคลื่นส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม รวบสาวลาวพร้อมอุปกรณ์ครบชุดได้กลางกรุง
วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 69 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รอง จตร. ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ของบริษัท AIS ร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์สกัดจับรถปล่อยคลื่นส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม รวบสาวลาวพร้อมอุปกรณ์ครบชุดได้กลางกรุง
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์ประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ โดย AIS ได้ร่วมสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิคและการวิเคราะห์ด้านโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนการสืบสวน ในการเฝ้าระวังและติดตามคนร้ายที่ใช้เครื่องจำลองสถานีฐาน (False Base Station) ก่อเหตุลักลอบปล่อยสัญญาณและส่ง SMS แนบปลอมลิงก์ปลอมเพื่อใช้หลอกลวงประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจไซเบอร์ได้ร่วมกับ AIS จับกุมตัวคนร้ายพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ปล่อยสัญญาณในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 5 ครั้ง
ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ AIS ได้ตรวจพบสัญญาณผิดปกติ คล้ายกับเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่มีการใช้งานอยู่ในเส้นทางที่มีประชาชนพลุกพล่านในเขตพื้นที่ กทม. รวมทั้งประชาชนได้ร้องเรียนการได้รับข้อความ SMS แอบอ้างเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย ส่งข้อความโฆษณาแนบลิงก์หลอกให้กดเข้าไปแลกรับรางวัล พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 ร่วมกับ พ.ต.อ.เรืองกฤษณ์ ศิริมาจันทร์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนกรณีดังกล่าว
จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า คนร้ายใช้ยานพาหนะในการเคลื่อนที่เพื่อบรรทุกเครื่อง False Base Station แล้วขับตระเวนส่งคลื่นความถี่ไปตามพื้นที่ชุมชนและแหล่งที่มีประชาชนจำนวนมาก เพื่อปล่อยสัญญาณเลียนแบบเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทำให้โทรศัพท์ของประชาชนในบริเวณดังกล่าวถูกเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีฐานปลอมโดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงส่งข้อความ SMS พร้อมแนบลิงก์ปลอมเพื่อหลอกลวงให้กดเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัสยืนยันต่างๆ เพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินและทำธุรกรรมโดยมิชอบต่อไป จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าระวังร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และวางกำลังตามจุดสำคัญที่มีการตรวจพบสัญญาณของเครื่องส่งสัญญาณสถานีฐานอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย จึงได้เฝ้าติดตาม โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังขับรถติดตาม พบว่าได้รับข้อความ SMS แนบลิงก์ปลอมในลักษณะเดียวกับที่มีการร้องเรียน จึงได้เข้าสกัดรถยนต์คันดังกล่าวได้บริเวณ ย่านบางกระดี่ 28 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. และได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจค้น จากการตรวจค้น ทราบตัวคนขับ คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) สัญชาติลาว ถือVISA นักท่องเที่ยว พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น อุปกรณ์สถานีฐานจำลองโทรศัพท์เคลื่อนที่ (False Base Station) พร้อมระบบส่งสัญญาณและอุปกรณ์เชื่อมต่อครบชุด อาทิ เครื่องเสาสัญญาณจำลอง, พาวเวอร์ซัพพลาย, เราเตอร์ไวไฟ, เสาสัญญาณครีบฉลาม เป็นต้น ถูกติดตั้งอยู่ภายในรถยนต์ Honda Civic สีบรอนเทา และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “มีไว้ใช้ นำเข้า หรือนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “พยายามฉ้อโกงประชาชน”, “นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และ “ครอบครองหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยมิชอบฯ” ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้สั่งการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
14 มิถุนายน 2569
14 มิถุนายน 2569